So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

21 พฤศจิกายน 2559 กสทช. เฮ! ศาลปกครองยกฟ้องคดี TRUE ฟ้องเพิกถอนคำสั่งห้ามกำหนดวันหมดอายุบริการพรีเพด โดยศาลชี้ กสทช.ได้มีการกำหนดเวลาเติมเงินไว้อยู่ชัดเจนแล้ว

ประเด็นหลัก
โดยศาลปกครองกลางมีคำพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่า กสทช. มีอำนาจตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 และมาตรา 51 วรรคหนึ่ง (10) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2543 ออกประกาศ กทช. เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ ดังนั้น เมื่อผู้ฟ้องคดีได้กำหนดรายการส่งเสริมการขายในลักษณะที่เป็นการบังคับให้ผู้ใช้บริการต้องใช้บริการภายในระยะเวลาที่กำหนดโดยที่ไม่ได้รับความเห็นชอบจาก กทค. เป็นการล่วงหน้า ตามข้อ 11 ของประกาศดังกล่าว จึงเป็นการฝ่าฝืนเงื่อนไข และ กสทช. มีอำนาจกำหนดค่าปรับทางทางปกครองได้ ขณะที่ดุลพินิจในการกำหนดค่าปรับเมื่อเปรียบเทียบสัดส่วนค่าปรับทางปกครองกับประมาณการรายได้ของผู้ฟ้องคดีที่ได้รับจากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในลักษณะดังกล่าวแล้ว เห็นว่าเป็นมาตรการที่ไม่กระทบต่อผู้ฟ้องคดีจนเกินไป จึงเป็นการใช้ดุลพินิจโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีเหตุที่จะต้องเพิกถอนแต่อย่างใด


_____________________________________________________________________ กสทช. เฮ! ศาลปกครองยกฟ้องคดีทรูมูฟฟ้องเพิกถอนคำสั่งห้ามกำหนดวันหมดอายุบริการพรีเพด
รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2559 ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาในคดีที่บริษัท ทรูมูฟ จำกัด ยื่นฟ้อง เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จำนวน 2 คดี


คดีแรก คดีหมายเลขดำที่ 55/2556 คดีหมายเลขแดงที่ 2168/2559 ระหว่าง บริษัท ทรู มูฟ จำกัด (ผู้ฟ้องคดี) กับ เลขาธิการ กสทช. (ผู้ถูกฟ้องคดี) เพื่อขอเพิกถอนคำสั่งกำหนดค่าปรับทางปกครอง ลว. 31 พ.ค. 2555 ที่เรียกเก็บค่าปรับจากบริษัทวันละ 1 แสนบาท จากกรณีที่ฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 ที่ระบุว่า การให้บริการโทรคมนาคมในลักษณะที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการเป็นการล่วงหน้า(บริการแบบพรีเพด) จะต้องไม่มีข้อกำหนดอันมีลักษณะเป็นการบังคับให้ผู้ใช้บริการต้องใช้บริการภายในระยะเวลาที่กำหนด เว้นแต่ผู้ให้บริการจะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการเป็นการล่วงหน้า

โดยศาลปกครองกลางมีคำพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่า กสทช. มีอำนาจตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 และมาตรา 51 วรรคหนึ่ง (10) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2543 ออกประกาศ กทช. เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ ดังนั้น เมื่อผู้ฟ้องคดีได้กำหนดรายการส่งเสริมการขายในลักษณะที่เป็นการบังคับให้ผู้ใช้บริการต้องใช้บริการภายในระยะเวลาที่กำหนดโดยที่ไม่ได้รับความเห็นชอบจาก กทค. เป็นการล่วงหน้า ตามข้อ 11 ของประกาศดังกล่าว จึงเป็นการฝ่าฝืนเงื่อนไข และ กสทช. มีอำนาจกำหนดค่าปรับทางทางปกครองได้ ขณะที่ดุลพินิจในการกำหนดค่าปรับเมื่อเปรียบเทียบสัดส่วนค่าปรับทางปกครองกับประมาณการรายได้ของผู้ฟ้องคดีที่ได้รับจากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในลักษณะดังกล่าวแล้ว เห็นว่าเป็นมาตรการที่ไม่กระทบต่อผู้ฟ้องคดีจนเกินไป จึงเป็นการใช้ดุลพินิจโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีเหตุที่จะต้องเพิกถอนแต่อย่างใด

คดีที่สอง คดีหมายเลขดำที่ 706/2555 คดีหมายเลขแดงที่ 2167/2559 ระหว่าง บริษัท ทรู มูฟ จำกัด (ผู้ฟ้องคดี) กับ เลขาธิการ กสทช. และคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทค.) ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของเลขาธิการ กสทช. ตามหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ ทช 7300/3825 ลงวันที่ 25 เมษายน 2554 เรื่อง การห้ามผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทเรียกเก็บค่าบริการล่วงหน้ากำหนดรายการส่งเสริมการขายในลักษณะเป็นการบังคับให้ผู้ใช้บริการต้องใช้บริการภายในระยะเวลาที่กำหนด และเพิกถอนมติของ กทค. เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2555 ที่มีมติยืนตามคำสั่งของเลขาธิการ กสทช. ที่ให้ผู้ฟ้องคดีระงับการกระทำที่ฝ่าฝืนและปฏิบัติให้ถูกต้องตามข้อ 11 ของประกาศ กทช. เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 ลงวันที่ 8 กันยายน 2549

คดีดังกล่าวศาลปกครองกลางมีคำพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่า ตามมาตรา 51 วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 ให้อำนาจ กสทช. ในการออกประกาศกำหนดเกณฑ์มาตรฐานของสัญญาและเงื่อนไขเกี่ยวกับการให้บริการโทรคมนาคม ย่อมทำให้ผู้ให้บริการไม่อาจกำหนดข้อสัญญาให้บริการอันมีลักษณะเป็นการบังคับให้ผู้ใช้บริการต้องเร่งรีบใช้บริการภายในกำหนดเวลา อันอาจทำให้ต้องใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เกินความจำเป็น ตามเจตนารมณ์ให้การประกอบกิจการโทรคมนาคมเป็นกิจการที่จะต้องมีการกำกับดูแลโดยองค์กรของรัฐที่เป็นอิสระเพื่อให้เกิดการแข่งขันโดยเสรีและเป็นธรรมระหว่างผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมและคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนผู้ใช้บริการ จึงเป็นการออกประกาศโดยชอบด้วยกฎหมาย

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1477567777