So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

21 พฤศจิกายน 2559 "ดูหนังดอตคอม" เปลื่ยนชื่อเป็น "โมโนแม็กซ์" (Monomaxxx) ตั้งแต่ มี.ค.ที่ผ่านมา กลุ่มเป้าหมายเราคือคนใช้อินเทอร์เน็ต อายุ 30-40 ปี รายได้ 15,000 บาทขึ้นไป เราจะไปทำตลาดทุกที่ที่อินเทอร์เน็ตเข้าถึง มีลูกค้าที่จ่ายเงินกว่า 1 ล้านราย เป็นต่างจังหวัด 40% อีก 60%

ประเด็นหลัก


นายปฐมพงศ์ สิรชัยรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โมโน ฟิล์ม จำกัด ผู้ให้บริการดูหนังออนไลน์ โมโนแม็กซ์ เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า หลังเปลี่ยนชื่อจาก "ดูหนังดอตคอม" มาเป็น "โมโนแม็กซ์" (Monomaxxx) ตั้งแต่ มี.ค.ที่ผ่านมา ทำให้การตลาดทำง่ายขึ้นเพราะโมโนเป็นที่รู้จักจากการมีช่องทีวีดิจิทัลที่เน้นเรื่องภาพยนตร์จึงเชื่อมโยงกันได้ง่ายทำให้การตอบรับในภาพใหญ่ทั้งจากผู้บริโภคและพาร์ตเนอร์เป็นไปด้วยดีขณะที่ชื่อ "ดูหนังดอตคอม" คนมองว่าเจาะตลาดล่าง การเปลี่ยนมาเป็นโมโนแม็กซ์จึงดูอินเตอร์ขึ้น และตรงกับกลุ่มเป้าหมายตลาดระดับกลาง

"กลุ่มเป้าหมายเราคือคนใช้อินเทอร์เน็ต อายุ 30-40 ปี รายได้ 15,000 บาทขึ้นไป เราจะไปทำตลาดทุกที่ที่อินเทอร์เน็ตเข้าถึง มีลูกค้าที่จ่ายเงินกว่า 1 ล้านราย เป็นต่างจังหวัด 40% อีก 60% เป็นกรุงเทพฯและปริมณฑล เรามีสื่อในเครือเยอะเป็นจุดแข็ง ทำให้ประหยัดค่าโฆษณาได้มากกว่าคู่แข่ง"










___________________________________________________





"โมโนแม็กซ์"ชูคอนเทนต์ครบสู้แข่งดุ ผนึกพันธมิตรเร่งเกมไล่เก็บลูกค้าดูหนังออนไลน์

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

"โมโนแม็กซ์" ดึงพลังธุรกิจในเครือต่อยอดย้ำแบรนด์ สู้ศึกแข่งดุดูหนังออนไลน์ ชูคอนเทนต์ครบรสทั้ง "ฝรั่ง-เอเชีย" เดินหน้าผนึกพันธมิตรเจาะตลาดระดับกลาง ยอมรับหวังไล่เก็บลูกค้าเพิ่มเท่าตัวไปไม่ถึงฝันแต่รายได้เข้าเป้า


นายปฐมพงศ์ สิรชัยรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โมโน ฟิล์ม จำกัด ผู้ให้บริการดูหนังออนไลน์ โมโนแม็กซ์ เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า หลังเปลี่ยนชื่อจาก "ดูหนังดอตคอม" มาเป็น "โมโนแม็กซ์" (Monomaxxx) ตั้งแต่ มี.ค.ที่ผ่านมา ทำให้การตลาดทำง่ายขึ้นเพราะโมโนเป็นที่รู้จักจากการมีช่องทีวีดิจิทัลที่เน้นเรื่องภาพยนตร์จึงเชื่อมโยงกันได้ง่ายทำให้การตอบรับในภาพใหญ่ทั้งจากผู้บริโภคและพาร์ตเนอร์เป็นไปด้วยดีขณะที่ชื่อ "ดูหนังดอตคอม" คนมองว่าเจาะตลาดล่าง การเปลี่ยนมาเป็นโมโนแม็กซ์จึงดูอินเตอร์ขึ้น และตรงกับกลุ่มเป้าหมายตลาดระดับกลาง

"กลุ่มเป้าหมายเราคือคนใช้อินเทอร์เน็ต อายุ 30-40 ปี รายได้ 15,000 บาทขึ้นไป เราจะไปทำตลาดทุกที่ที่อินเทอร์เน็ตเข้าถึง มีลูกค้าที่จ่ายเงินกว่า 1 ล้านราย เป็นต่างจังหวัด 40% อีก 60% เป็นกรุงเทพฯและปริมณฑล เรามีสื่อในเครือเยอะเป็นจุดแข็ง ทำให้ประหยัดค่าโฆษณาได้มากกว่าคู่แข่ง"



สำหรับกลยุทธ์การทำตลาด คือ 1.ให้ผู้ใช้เปรียบเทียบความคุ้มค่า และความสะดวกสบาย และพยายามโฆษณาผ่านช่องทางต่าง ๆ รวมทั้งโซเชียลมีเดีย 2.แนะนำแนวทางภาพยนตร์ที่มี เพราะเป็นสิ่งที่สร้างความแตกต่างได้ 3.มีการเจาะเฉพาะบางฉากให้ดูก่อน เนื่องจากคนส่วนใหญ่จำชื่อเรื่องไม่ได้ แต่จำฉากเด่นของภาพยนตร์ได้ 4.ทำตลาดร่วมกับพาร์ตเนอร์ เช่น ร่วมกับแอลจี ให้ลูกค้าที่ซื้อสมาร์ททีวีได้แพ็กเกจดูหนังบุฟเฟต์ 1 เดือน ฟรี 1 เดือน เป็นต้น ซึ่งจำนวนภาพยนตร์ของโมโนแม็กซ์เทียบกับคู่แข่งรายอื่นถือว่ามีเยอะที่สุด รวมกว่า 5,000 กว่าชั่วโมง และในสิ้นปีตั้งเป้าเพิ่มเป็น 10,000 ชั่วโมง คอนเทนต์ยอดนิยม คือ แอ็กชั่น รองลงมาเป็นไซไฟแฟนตาซี และตลก ส่วนซีรีส์จะเป็นซีรีส์จีน, ฮ่องกง รองมาเป็นการ์ตูนญี่ปุ่น และซีรีส์เกาหลี มียอดการชมโดยเฉลี่ย 4 ชั่วโมงกว่าต่อสัปดาห์

"จุดแข็งเรายังเป็นเรื่องความสมดุลระหว่างภาพยนตร์ตะวันตกและตะวันออก มีการเชื่อมโยงกับภาพยนตร์หรือซีรีส์ที่ฉายบนช่องโมโน 29 มากขึ้น เริ่มทดลองฉายซีรีส์จีนในโมโน 29 ก็ประสบความสำเร็จเรตติ้งดี ขณะที่ในโมโนแม็กซ์ก็มีคนตามดู คนชอบและจดจำเราได้เพราะหนังมีทั้งตะวันออกและตะวันตก ต่างจากรายอื่นที่มักเทไปทางอื่น บางรายบอกว่าเป็นสุดยอดหนังฝรั่ง ทุกคนมีงบฯมากงบฯน้อย แต่ไม่สามารถซื้อทั้งโลกได้"

นายปฐมพงศ์กล่าวถึงตลาดรวมว่า ยังเติบโตต่อเนื่องจากต้นปีประเมินไว้ที่ 700 ล้านบาท คาดว่าโมโนแม็กซ์จะมีมาร์เก็ตแชร์ 1 ใน 3 ขณะที่การแข่งขันค่อนข้างรุนแรง จากการมีผู้เล่นหน้าใหม่รุกตลาดต่อเนื่อง ทำให้เป้าฐานลูกค้าโตขึ้น 42% ช้ากว่าที่เคยคาดว่าจะโตเป็นเท่าตัว แต่รายได้ค่อนข้างเข้าเป้า เพราะลูกค้าที่ได้มาเป็นลูกค้าคุณภาพ และใช้บริการนาน ไม่ได้มาจากโปรโมชั่นดูฟรี และมีลูกค้าใหม่สมัครใช้บริการผ่านสมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้นมาก

"เดิมแข่งกันซื้อคอนเทนต์ทำให้มีสินค้าซ้ำกันแต่โมโนแม็กซ์ซื้อทั้งจากฝั่งตะวันตกและตะวันออกจึงซ้ำกับเจ้าอื่นน้อย ทั้งแข่งเรื่องเน็ตเวิร์ก ขยายช่องทางให้เข้าถึงลูกค้ามากที่สุด"

ปัจจุบันมีแพ็กเกจรายเดือน 129 บาท และขายแยกเป็นเรื่องทั้งภาพยนตร์ และสารคดีกึ่งบันเทิง เช่น ราคา 79 บาท/เรื่อง เป็นต้น เป็นการทดลองตลาด

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1478757599