So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

21 พฤศจิกายน 2559 Facebook ชี้ ผลประกอบการ เพิ่มขึ้นเกือบสามเท่า โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากค่าโฆษณาที่บริษัทชี้ว่า เพิ่มขึ้น 59 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่รายได้สุทธิในไตรมาส 3 นั้น เพิ่มขึ้นเป็น 2.38 พันล้านเหรียญสหรัฐ จาก 896 ล้านเหรียญสหรัฐ

ประเด็นหลัก
ผลประกอบการเฟซบุ๊ก (Facebook) โซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ในไตรมาส 3 ของปี 2016 เพิ่มขึ้นเกือบสามเท่า โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากค่าโฆษณาที่บริษัทชี้ว่า เพิ่มขึ้น 59 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่รายได้สุทธิในไตรมาส 3 นั้น เพิ่มขึ้นเป็น 2.38 พันล้านเหรียญสหรัฐ จาก 896 ล้านเหรียญสหรัฐในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าด้วย
การประกาศผลกำไรในไตรมาส 3 ที่น่าอิจฉาของเฟซบุ๊กนั้น เกิดขึ้นในขณะที่สื่อเดิมอย่างกลุ่มของเดลิเมล (Daily Mail), เดอะการ์เดียน (The Guardian), นิวยอร์กไทม์ (New York Times) และวอลล์สตรีท เจอร์นัล (WallStreet Journal) กำลังประกาศเลย์ออฟพนักงาน และขึ้นแบนเนอร์ขอให้ผู้อ่านช่วยสนับสนุนเงินแก่ทางเว็บไซต์เพื่อความอยู่รอด ขณะที่ฝั่งโซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊กนั้น โตเอาๆ โดยมีการวิเคราะห์กันว่า สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผลประกอบการของเฟซบุ๊กเติบโตอย่างมากก็คือ การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่นอกจากจะมีเงินโฆษณาไหลมาเทมาแล้ว โซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊ก กลายเป็นศูนย์รวมของผู้คนจำนวนมากเข้ามาแสดงทัศนะกันอย่างดุเดือด
____________________________________ เฟซบุ๊กไตรมาส 3 รายได้เพิ่ม 3 เท่า จาก 896 ล้านสู่ 2.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ


ผลประกอบการเฟซบุ๊ก (Facebook) โซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ในไตรมาส 3 ของปี 2016 เพิ่มขึ้นเกือบสามเท่า โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากค่าโฆษณาที่บริษัทชี้ว่า เพิ่มขึ้น 59 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่รายได้สุทธิในไตรมาส 3 นั้น เพิ่มขึ้นเป็น 2.38 พันล้านเหรียญสหรัฐ จาก 896 ล้านเหรียญสหรัฐในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าด้วย
การประกาศผลกำไรในไตรมาส 3 ที่น่าอิจฉาของเฟซบุ๊กนั้น เกิดขึ้นในขณะที่สื่อเดิมอย่างกลุ่มของเดลิเมล (Daily Mail), เดอะการ์เดียน (The Guardian), นิวยอร์กไทม์ (New York Times) และวอลล์สตรีท เจอร์นัล (WallStreet Journal) กำลังประกาศเลย์ออฟพนักงาน และขึ้นแบนเนอร์ขอให้ผู้อ่านช่วยสนับสนุนเงินแก่ทางเว็บไซต์เพื่อความอยู่รอด ขณะที่ฝั่งโซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊กนั้น โตเอาๆ โดยมีการวิเคราะห์กันว่า สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผลประกอบการของเฟซบุ๊กเติบโตอย่างมากก็คือ การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่นอกจากจะมีเงินโฆษณาไหลมาเทมาแล้ว โซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊ก กลายเป็นศูนย์รวมของผู้คนจำนวนมากเข้ามาแสดงทัศนะกันอย่างดุเดือด
นอกจากนั้น ในธุรกิจโฆษณาบนอุปกรณ์สื่อสาร (Mobile Advertising) ก็ยังพบว่า เฟซบุ๊กทำรายได้เพิ่มขึ้น 84 เปอร์เซ็นต์ หรือ 5.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในเวลาเพียง 3 เดือน โดยมีการประมาณการมูลค่าตลาดโฆษณาดิจิตอลในปี 2016 เอาไว้ว่า น่าจะอยู่ที่ 67.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ และยักษ์ใหญ่อย่างเฟซบุ๊ก น่าจะครองส่วนแบ่งนี้ไปได้มากกว่าใครด้วย
ตัวเลขที่น่าสนใจอันดับสุดท้าย คือ เฟซบุ๊กมีฐานผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นเป็น 1.79 พันล้านรายต่อเดือนแล้ว ซึ่งในจำนวนนี้มีถึง 1.18 พันล้านรายที่ล็อกอินเข้าใช้งานเฟซบุ๊กอย่างน้อยวันละ 1 ครั้งเลยทีเดียว

http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9590000110293&utm_source=MadMimi&utm_medium=email&utm_content=MGR+Morning+Brief+7-11-59&utm_campaign=20161106_m135363565_MGR+Morning+Brief+7-11-59&utm_term=_E0_B9_80_E0_B8_9F_E0_B8_8B_E0_B8_9A_E0_B8_B8_E0_B9_8A_E0_B8_81_E0_B9_84_E0_B8_95_E0_B8_A3_E0_B8_A1_