So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

21 พฤศจิกายน 2559 ตลาดสมาร์ทวอตช์ถึงคราวฟุบ ไอดีซี ชี้ยอดขายลดลง 51.6 เปอร์เซ็นต์ โดยจากสถิติของไอดีซี ยังพบว่า ยอดขายแอปเปิลวอตช์มีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าถึง 71.6 เปอร์เซ็นต์ ส่วนซัมซุง นั้นขาย Gear และ Gear 2 ไปได้ประมาณ 4 แสนเครื่อง

ประเด็นหลัก
จากสถิติของไอดีซี ยังพบว่า ยอดขายแอปเปิลวอตช์มีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าถึง 71.6 เปอร์เซ็นต์ ส่วนซัมซุง นั้นขาย Gear และ Gear 2 ไปได้ประมาณ 4 แสนเครื่อง เท่านั้น (รวมยอดของปี 2015-2016) ขณะที่ยอดขายของ Moto 360 นั้น ก็ทำให้เลอโนโว ปาดเหงื่อ เพราะลดลงถึง 73.3 เปอร์เซ็นต์ และสุดท้ายกับเพบเบิล ที่สามารถขายได้ประมาณ 1 แสนเครื่อง เท่านั้น (จากเดิมเคยขายได้ 2 แสนเครื่อง)
นอกจากนี้ อีกหนึ่งคู่แข่งของสมาร์ทวอตช์จากบริษัทเทคโนโลยีอาจเป็นบริษัทผู้ผลิตนาฬิกาเดิม ซึ่งมีฐานแฟนคลับอยู่ และจากปัญหาที่ผ่านมา ของตลาดสมาร์ทวอตช์ก็อาจทำให้บรรดาผู้บริโภคมองว่า สมาร์ทวอตช์จากโลกเทคโนโลยีคงไม่ตอบโจทย์ความต้องการของพวกเขาได้ในระยะยาวนั่นเอง
____________________________________ ตลาดสมาร์ทวอตช์ถึงคราวฟุบ ไอดีซี ชี้ยอดขายลดลง 51.6 เปอร์เซ็นต์


ไอดีซี ชี้ตลาดสมาร์ทวอตช์เติบโตลดลงถึง 51.6 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยผู้ที่ครองส่วนแบ่งสูงสุดยังคงเป็นแบรนด์แอปเปิลวอตช์ (Apple Watch) ทว่า บริษัทสามารถทำยอดขายไปได้เพียงล้านกว่าเครื่องเท่านั้น ในช่วงไตรมาสที่ 3 ที่ผ่านมา (กรกฏาคม-กันยายน)
ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าจะพบว่า แอปเปิลสามารถขายนาฬิกาอัจฉริยะไปได้ถึง 3.9 ล้านเครื่องเลยทีเดียว ซึ่งการที่ปีนี้แอปเปิล ทำยอดขายได้เพียงล้านกว่าเครื่อง จึงไม่เป็นผลดีต่อองค์กรเท่าใดนัก
ตัวเลขจากไอดีซี ยังชี้ด้วยว่า ในบรรดา 5 แบรนด์ที่มียอดขายสูงสุดของตลาดสมาร์ทวอตช์นั้น มีเพียงการ์มิน (Garmin) ยี่ห้อเดียวที่มีแนวโน้มเติบโต ส่วนที่เหลืออีกสี่แบรนด์นั้น ตรงกันข้ามหมด (อีกสี่แบรนด์ที่เหลือ คือ แอปเปิล, ซัมซุง, เลอโนโว และเพบเบิล)
Jitesh Ubrani นักวิเคราะห์จากไอดีซี มองว่า สาเหตุที่ยอดขายสมาร์ทวอตช์ตกต่ำนั้น อาจมาจากตลาดรอการเปิดตัวสมาร์ทวอตช์เวอร์ชันใหม่อยู่ แต่ความจริงอีกข้อหนึ่งที่อาจเป็นไปได้ก็คือ ผู้บริโภคส่วนหนึ่งมองว่า สมาร์ทวอตช์อาจไม่ใช่สินค้าที่จำเป็นสำหรับตนเอง เนื่องจากในการเปิดตัวโปรดักต์ใหม่แต่ละครั้ง บรรดาผู้ผลิตมักเน้นจุดเด่นไปที่ฟังก์ชันด้านการออกกำลังกายเป็นหลัก จนทำให้มุมมองของผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนไปเป็นว่า สมาร์ทวอตช์นั้น เหมาะสำหรับผู้รักการออกกำลังกายเสียแล้ว
เช่นเดียวกับแอปเปิล ที่วางโพสิชันของแอปเปิลวอตช์เวอร์ชันล่าสุด เอาไว้ในฐานะอุปกรณ์เพื่อสุขภาพมากกว่าการเป็นสินค้าหรูหราสำหรับกลุ่มผู้ใช้งานระดับบน โดยในแอปเปิลวอตช์เวอร์ชันใหม่เน้นไปที่การใช้งานในน้ำได้ (สำหรับนักว่ายน้ำในการบันทึกสถิติต่างๆ) และยังมาพร้อมเซ็นเซอร์สำหรับวัดค่าที่จำเป็นมากมาย เท่านั้นยังไม่พอ แอปเปิลยังได้ยุติการจำหน่ายแอปเปิลวอตช์รุ่นโกลด์ ซึ่งมีราคาขายปลีกที่ 10,000 เหรียญสหรัฐไปแล้วตั้งแต่เดือนก่อนด้วย
จากสถิติของไอดีซี ยังพบว่า ยอดขายแอปเปิลวอตช์มีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าถึง 71.6 เปอร์เซ็นต์ ส่วนซัมซุง นั้นขาย Gear และ Gear 2 ไปได้ประมาณ 4 แสนเครื่อง เท่านั้น (รวมยอดของปี 2015-2016) ขณะที่ยอดขายของ Moto 360 นั้น ก็ทำให้เลอโนโว ปาดเหงื่อ เพราะลดลงถึง 73.3 เปอร์เซ็นต์ และสุดท้ายกับเพบเบิล ที่สามารถขายได้ประมาณ 1 แสนเครื่อง เท่านั้น (จากเดิมเคยขายได้ 2 แสนเครื่อง)
นอกจากนี้ อีกหนึ่งคู่แข่งของสมาร์ทวอตช์จากบริษัทเทคโนโลยีอาจเป็นบริษัทผู้ผลิตนาฬิกาเดิม ซึ่งมีฐานแฟนคลับอยู่ และจากปัญหาที่ผ่านมา ของตลาดสมาร์ทวอตช์ก็อาจทำให้บรรดาผู้บริโภคมองว่า สมาร์ทวอตช์จากโลกเทคโนโลยีคงไม่ตอบโจทย์ความต้องการของพวกเขาได้ในระยะยาวนั่นเอง

http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9590000107006&utm_source=MadMimi&utm_medium=email&utm_content=MGR+Morning+Brief+27-10-59&utm_campaign=20161026_m135131775_MGR+Morning+Brief+27-10-59&utm_term=_E0_B8_95_E0_B8_A5_E0_B8_B2_E0_B8_94_E0_B8_AA_E0_B8_A1_E0_B8_B2_E0_B8_A3_E0_B9_8C_E0_B8_97_E0_B8_A7_