So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2559

23 ตุลาคม 2559 Yahoo ระบุว่า ระบบของยาฮูเมล ถูกสอดแนมโดยหน่วยงานด้านความมั่นคงของสหรัฐอเมริกาอย่าง NSA (National Security Agency) หรือ FBI โดยการพัฒนาซอฟต์แวร์ขึ้นมาเพื่อสแกนอีเมลที่เข้ามายังระบบทั้งหมด

ประเด็นหลัก



รายงานจากรอยเตอร์อ้างถึงอดีตพนักงานยาฮู (Yahoo) ระบุว่า ระบบของยาฮูเมล ถูกสอดแนมโดยหน่วยงานด้านความมั่นคงของสหรัฐอเมริกาอย่าง NSA (National Security Agency) หรือ FBI โดยการพัฒนาซอฟต์แวร์ขึ้นมาเพื่อสแกนอีเมลที่เข้ามายังระบบทั้งหมด
แม้จะยังไม่ทราบแน่ชัดว่า ข้อมูลใดที่ซอฟต์แวร์ตัวดังกล่าวต้องการค้นหา แต่แหล่งข่าวของรอยเตอร์ระบุว่า เป็นชุดคำชุดหนึ่ง ซึ่งต้องสแกนจากเนื้อหาอีเมล และไฟล์ที่แนบมาด้วย
แหล่งข่าวระบุด้วยว่า โปรแกรมดังกล่าวถูกค้นพบโดยทีมซีเคียวริตีของยาฮู ในเดือนพฤษภาคม 2015 ซึ่งเป็นเวลาหลายสัปดาห์หลังจากที่ถูกติดตั้งลงไป ซึ่งพนักงานในขณะนั้นเชื่อว่า แฮกเกอร์สามารถเจาะระบบเข้ามาได้
แต่ทันทีที่ Alex Stamos หัวหน้าทีมซีเคียวริตีของยาฮู พบว่า ซีอีโออย่างมาริสสา เมเยอร์ อนุญาตให้มีการติดตั้งโปรแกรม เขาก็ขอลาออกจากตำแหน่งผู้บริหารด้านระบบซีเคียวริตีทันที ซึ่งช่องโหว่ของโปรแกรมนี้ Stomos เคยระบุไว้ว่า แฮกเกอร์สามารถใช้เจาะเข้ามาในเซิร์ฟเวอร์ที่เก็บอีเมลได้เลย












________________________________________________




อึ้ง พบยาฮู ทำตามคำสั่งรัฐบาลมะกัน สอดแนมข้อมูลผู้ใช้


รายงานจากรอยเตอร์อ้างถึงอดีตพนักงานยาฮู (Yahoo) ระบุว่า ระบบของยาฮูเมล ถูกสอดแนมโดยหน่วยงานด้านความมั่นคงของสหรัฐอเมริกาอย่าง NSA (National Security Agency) หรือ FBI โดยการพัฒนาซอฟต์แวร์ขึ้นมาเพื่อสแกนอีเมลที่เข้ามายังระบบทั้งหมด
แม้จะยังไม่ทราบแน่ชัดว่า ข้อมูลใดที่ซอฟต์แวร์ตัวดังกล่าวต้องการค้นหา แต่แหล่งข่าวของรอยเตอร์ระบุว่า เป็นชุดคำชุดหนึ่ง ซึ่งต้องสแกนจากเนื้อหาอีเมล และไฟล์ที่แนบมาด้วย
แหล่งข่าวระบุด้วยว่า โปรแกรมดังกล่าวถูกค้นพบโดยทีมซีเคียวริตีของยาฮู ในเดือนพฤษภาคม 2015 ซึ่งเป็นเวลาหลายสัปดาห์หลังจากที่ถูกติดตั้งลงไป ซึ่งพนักงานในขณะนั้นเชื่อว่า แฮกเกอร์สามารถเจาะระบบเข้ามาได้
แต่ทันทีที่ Alex Stamos หัวหน้าทีมซีเคียวริตีของยาฮู พบว่า ซีอีโออย่างมาริสสา เมเยอร์ อนุญาตให้มีการติดตั้งโปรแกรม เขาก็ขอลาออกจากตำแหน่งผู้บริหารด้านระบบซีเคียวริตีทันที ซึ่งช่องโหว่ของโปรแกรมนี้ Stomos เคยระบุไว้ว่า แฮกเกอร์สามารถใช้เจาะเข้ามาในเซิร์ฟเวอร์ที่เก็บอีเมลได้เลย
ปัจจุบัน Stamos ทำงานอยู่กับเฟซบุ๊ก และไม่ขอตอบคำถามใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้อีกแล้ว
การออกมาเปิดเผยของแหล่งข่าวดังกล่าวทำให้สื่อหลายสำนักนึกย้อนไปถึงกรณีของเอ็ดเวิร์ด สโนวเดน ซึ่งกรณีของยาฮู ก็มีความคล้ายคลึงกัน และแสดงให้เห็นว่า พลเมืองสหรัฐอเมริกาหนีไม่พ้นที่จะถูกสอดแนมโดยหน่วยงานความมั่นคงภายในประเทศ
ด้านอัยการ Patrick Toomey ออกมาเผยว่า การทำตามคำสั่งของรัฐบาลในกรณีของยาฮู เป็นเรื่องน่าผิดหวัง และอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ
“กรณีของเอ็ดเวิร์ด สโนวเดน ได้ทำให้ผู้บริโภคต่างฝากความหวังไว้กับบริษัทเทคโนโลยีที่จะยืนหยัดต่อต้านการสอดแนม เพราะตัวผู้ใช้บริการเองต่างไม่มีแรงพอที่จะต่อต้านการสอดแนมเหล่านั้นได้ด้วยตัวเอง”
นอกจากนี้ ในเดือนที่ผ่านมา ยาฮู ยังเจอเหตุการณ์แฮกเกอร์เจาะระบบที่สามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้บริการ 500 ล้านคนอีกด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลต่อชื่อเสียง และการขายธุรกิจหลักให้กับเวอไรซอนในราคา 4.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ อย่างมากทีเดียว

http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9590000100078&utm_source=MadMimi&utm_medium=email&utm_content=MGR+Morning+Brief+6-10-59&utm_campaign=20161005_m134740674_MGR+Morning+Brief+6-10-59&utm_term=_E0_B8_AD_E0_B8_B6_E0_B9_89_E0_B8_87+_E0_B8_9E_E0_B8_9A_E0_B8_A2_E0_B8_B2_E0_B8_AE_E0_B8_B9+_E0_B8_9