So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2559

23 ตุลาคม 2559 กสทช. สำหรับที่มาของ กสทช.ชุดใหม่จะลดเหลือ 7 คน ประกอบด้วย ผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ได้แก่ กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคม วิศวกรรม กฎหมาย เศรษฐศาสตร์ และคุ้มครองผู้บริโภค

ประเด็นหลัก






พล.อ.ต.ธนพันธุ์ กล่าวว่า สำหรับที่มาของ กสทช.ชุดใหม่จะลดเหลือ 7 คน ประกอบด้วย ผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ได้แก่ กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคม วิศวกรรม กฎหมาย เศรษฐศาสตร์ และคุ้มครองผู้บริโภค โดยคุณสมบัติของ กสทช.ก็เพิ่มขึ้น เช่น ดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าหัวหน้าส่วนราชการตั้งแต่ระดับกรมขึ้นไป ตำแหน่งทางวิชาการต้องสูงกว่ารองศาสตราจารย์ขึ้นไปไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือเป็นหรือเคยเป็นนายทหารหรือนายตำรวจที่มียศตั้งแต่พลโท พลอากาศโท พลเรือโท หรือพลตำรวจโท ขึ้นไป หรือเคยเป็นผู้บริหารมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี ในตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองกรรมการผู้จัดการใหญ่ในบริษัทมหาชนที่มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท หรือมีประสบการณ์ทำงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภคมาแล้วไม่น้อยกว่าสิบปี

“ข้อสงสัยเรื่อง กสทช.จะไปอยู่ใต้กระทรวงดีอีหรือไม่นั้น เมื่อดูจากร่างรัฐธรรมนูญแล้วจะเห็นว่า ร่างรัฐธรรมนูญกำหนดให้มีองค์กรที่เป็นอิสระเข้ามาบริหารจัดการคลื่นความถี่ องค์กร กสทช.จึงต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ คือ บริหาร และจัดสรรคลื่นความถี่ มีความอิสระในการทำหน้าที่ในร่างกฎหมาย กสทช.เอง เขียนในส่วนความสัมพันธ์ระหว่าง กสทช.กับรัฐบาล ให้การดำเนินงานทำตามที่รัฐบาลแถลงนโยบายไว้ต่อรัฐสภา และจะต้องดำเนินการให้สอดคล้องต่อนโยบาย และแผนของคณะกรรมการดีอีแห่งชาติ เชื่อว่ากสทช.ยังคงมีอิสระ ส่วนการดำเนินการก็ต้องทำให้สอดคล้องต่อรัฐบาล”









________________________________________________




เปิดร่าง พ.ร.บ.กสทช.ฉบับใหม่

พล.อ.ต.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ รองเลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการกระจายโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

เปิดร่าง พ.ร.บ.กสทช.ฉบับใหม่ ให้ กสทช.ดำเนินงานสอดคล้องต่อนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งให้อำนาจเรียกคืนความถี่มาจัดสรร หากไม่ได้ใช้ หรือใช้ไม่คุ้มค่าได้ก่อนระยะเวลาที่กำหนด
พล.อ.ต.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ รองเลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการกระจายโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในฐานะอนุกรรมาธิการยกร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่. ...) พ.ศ. ... กล่าวว่า ขณะนี้ขั้นตอนของ พ.ร.บ.ได้ผ่านหลักการวาระที่ 1 ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณาในวาระที่ 2 ซึ่งมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเพื่อพิจารณาร่างในรายมาตรา ซึ่งเดิมต้องแล้วเสร็จภายใน 60 วัน คือ ภายในวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา แต่ก็ได้มีการขยายระยะเวลาออกไปแล้ว 2 ครั้ง โดยเนื้อหาที่มีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญ และมีผลต่อ กสทช.โดยตรงคือ ที่มา และอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) รวมถึงการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องต่อกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.)
นอกจากนี้ ยังมีการยกร่าง พ.ร.บ.การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งกำหนดให้มีการนำเงินที่เกี่ยวข้องต่อ กสทช. 2 ส่วน คือ 1.เงินที่ได้จากการประมูลคลื่นความถี่ให้ กสทช.นำส่งรายได้เข้ากองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือกองทุน DE จำนวน 25% ส่วนที่เหลือให้นำส่งเข้าเป็นรายได้แผ่นดิน จากเดิมเงินส่วนนี้จะเข้าเป็นรายได้แผ่นดิน 100% และ 2.รายได้ประจำของสำนักงาน กสทช.ที่มาจากค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ และผลประโยชน์อื่นๆ จากเดิมเข้าเป็นรายได้ประจำของสำนักงาน กสทช. 100% ก็ต้องนำส่งเข้ากองทุน DE จำนวน 25% ส่วนที่เหลือจึงเป็นรายได้ของสำนักงาน กสทช.
พล.อ.ต.ธนพันธุ์ กล่าวว่า ในส่วนอำนาจของ กสทช.นั้นยังมีสาระสำคัญ เช่น จะมีการมอบหมายให้สำนักงาน กสทช.เป็นผู้อนุญาตแทน กสทช. เฉพาะการอนุญาตในส่วนที่เกี่ยวกับเครื่องวิทยุคมนาคม และ กสทช.สามารถเรียกคืนคลื่นความถี่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ หรือใช้ประโยชน์ไม่คุ้มค่ากลับมาจัดสรรได้ก่อนระยะเวลาที่กำหนด แต่ก็ต้องมีการกำหนดวิธีทดแทนชดใช้ หรือจ่ายค่าตอบแทนให้แก่ผู้ที่ถูกเรียกคืนคลื่นความถี่ในแต่ละกรณีด้วย ต่างจาก พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุ กระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันไม่ได้กำหนดเรื่องการเรียกคืนคลื่นความถี่ก่อนจะหมดอายุสัญญาสัมปทานดังกล่าว
ขณะเดียวกัน การดำเนินงานของ กสทช.ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายใหม่จะต้องสอดคล้องต่อนโยบาย และแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม อย่างไรก็ตาม กสทช.ยังคงมีความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติ
พล.อ.ต.ธนพันธุ์ กล่าวว่า สำหรับที่มาของ กสทช.ชุดใหม่จะลดเหลือ 7 คน ประกอบด้วย ผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ได้แก่ กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคม วิศวกรรม กฎหมาย เศรษฐศาสตร์ และคุ้มครองผู้บริโภค โดยคุณสมบัติของ กสทช.ก็เพิ่มขึ้น เช่น ดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าหัวหน้าส่วนราชการตั้งแต่ระดับกรมขึ้นไป ตำแหน่งทางวิชาการต้องสูงกว่ารองศาสตราจารย์ขึ้นไปไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือเป็นหรือเคยเป็นนายทหารหรือนายตำรวจที่มียศตั้งแต่พลโท พลอากาศโท พลเรือโท หรือพลตำรวจโท ขึ้นไป หรือเคยเป็นผู้บริหารมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี ในตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองกรรมการผู้จัดการใหญ่ในบริษัทมหาชนที่มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท หรือมีประสบการณ์ทำงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภคมาแล้วไม่น้อยกว่าสิบปี
“ข้อสงสัยเรื่อง กสทช.จะไปอยู่ใต้กระทรวงดีอีหรือไม่นั้น เมื่อดูจากร่างรัฐธรรมนูญแล้วจะเห็นว่า ร่างรัฐธรรมนูญกำหนดให้มีองค์กรที่เป็นอิสระเข้ามาบริหารจัดการคลื่นความถี่ องค์กร กสทช.จึงต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ คือ บริหาร และจัดสรรคลื่นความถี่ มีความอิสระในการทำหน้าที่ในร่างกฎหมาย กสทช.เอง เขียนในส่วนความสัมพันธ์ระหว่าง กสทช.กับรัฐบาล ให้การดำเนินงานทำตามที่รัฐบาลแถลงนโยบายไว้ต่อรัฐสภา และจะต้องดำเนินการให้สอดคล้องต่อนโยบาย และแผนของคณะกรรมการดีอีแห่งชาติ เชื่อว่ากสทช.ยังคงมีอิสระ ส่วนการดำเนินการก็ต้องทำให้สอดคล้องต่อรัฐบาล”


http://manager.co.th/CbizReview/ViewNews.aspx?NewsID=9590000099893&utm_source=MadMimi&utm_medium=email&utm_content=MGR+Morning+Brief+5-10-59&utm_campaign=20161004_m134719108_MGR+Morning+Brief+5-10-59&utm_term=_E0_B9_80_E0_B8_9B_E0_B8_B4_E0_B8_94_E0_B8_A3_E0_B9_88_E0_B8_B2_E0_B8_87+_E0_B8_9E__E0_B8_A3__E0_B8_