So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2559

23 ตุลาคม 2559 ค่ายมือถือทั้ง 3 ราย แจ้งผลการดำเนินการ ณ ไตรมาส 2/2559 เรียบร้อย โดย AIS ยังครองความเป็นเจ้าตลาด ด้วยฐานลูกค้ารวมที่ 39.4 ล้านเลขหมาย (เป็นระบบรายเดือน 15% และระบบเติมเงิน 85%) หรือคิดเป็นเลขหมายเพิ่มขึ้นสุทธิ 426,700 เลขหมาย จากระบบรายเดือน 400,400 เลขหมาย เนื่องจากมีแนวโน้มของการย้ายจากระบบเติมเงินมาเป็นระบบรายเดือนเพิ่มขึ้น ส่วนอันดับสองยังเป็น DTAC อยู่ที่ 25 ล้านเลขหมาย ลดลง 524,000 เลขหมาย จากไตรมาส 1/2559 โดยเฉพาะลูกค้าในระบบเติมเงิน และที่สาม TRUE H ที่ 21.5 ล้านราย โดยมีผู้ใช้บริการรายใหม่สุทธิ 1.1 ล้านราย ใ

ประเด็นหลัก






เมื่อพิจารณารายได้จากการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทั้งหมด พบว่าในไตรมาส 1 ปี 2559 มีรายได้รวม 13,100 ล้านบาท รายรับเฉลี่ยต่อเดือนต่อเลขหมาย 667 บาท และค่าบริการเฉลี่ยต่อ Kbps อยู่ที่ 0.05 บาท ลดลงจากไตรมาสก่อน 16.2%

โดยตลาดบริการอินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่มีโครงสร้างคล้ายกับตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ เนื่องจากผู้ให้บริการเสียงในตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่จะมีการให้บริการอินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่ควบคู่ไปด้วย ผู้ให้บริการในกลุ่มเอไอเอส ครองส่วนแบ่งตลาดมากที่สุด 53% รองลงมาคือดีแทคและทรู มีสัดส่วนตลาดที่ 29.4 และ 17.7 ตามลำดับ

สำหรับรายได้จากการให้บริการของผู้ประกอบการรายใหญ่ทั้ง 3 รายรวมกันอยู่ที่ 27,989.2 ล้านบาท อัตราค่าบริการอินเทอร์เน็ต ณ สิ้นไตรมาสอยู่ที่ 0.25 บาทต่อ MB ลดลงจากไตรมาสก่อน 0.01 บาทต่อ MB





________________________________________


ตลาดโทรคมนาคม Q1/2559 ลูกค้าใครเพิ่ม-ใครลด



ค่ายมือถือทั้ง 3 ราย แจ้งผลการดำเนินการ ณ ไตรมาส 2/2559 เรียบร้อย โดย "เอไอเอส" ยังครองความเป็นเจ้าตลาด ด้วยฐานลูกค้ารวมที่ 39.4 ล้านเลขหมาย (เป็นระบบรายเดือน 15% และระบบเติมเงิน 85%) หรือคิดเป็นเลขหมายเพิ่มขึ้นสุทธิ 426,700 เลขหมาย จากระบบรายเดือน 400,400 เลขหมาย เนื่องจากมีแนวโน้มของการย้ายจากระบบเติมเงินมาเป็นระบบรายเดือนเพิ่มขึ้น ส่วนอันดับสองยังเป็น "ดีแทค" อยู่ที่ 25 ล้านเลขหมาย ลดลง 524,000 เลขหมาย จากไตรมาส 1/2559 โดยเฉพาะลูกค้าในระบบเติมเงิน และที่สาม "ทรูมูฟ เอช" ที่ 21.5 ล้านราย โดยมีผู้ใช้บริการรายใหม่สุทธิ 1.1 ล้านราย ในระหว่างไตรมาส

เท่ากับว่า "ดีแทค" เป็นรายเดียวที่ฐานลูกค้าลดลง

อย่างไรก็ตาม สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้จัดทำรายงานตลาดโทรคมนาคม ณ ไตรมาสแรกปี 2559

โดยระบุว่าตลาดค้าปลีกบริการโทรศัพท์ประจำที่ภายในประเทศ มีผู้ให้บริการ 3 ราย คือ บมจ.ทีโอที, บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น และ บมจ.ทีทีแอนด์ที ซึ่ง "ทีโอที" มีส่วนแบ่งตลาดสูงสุด 62.2% แต่รายได้จากการให้บริการในตลาดมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง โดยรายได้จากการให้บริการในไตรมาส 1 ปี 2559 อยู่ที่ 3,365.1 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า 2.6%

ส่วนตลาดค้าปลีกบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศ มีผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ทั้งผู้ให้บริการที่มีโครงข่ายของตนเอง และผู้ให้บริการบนโครงข่ายเสมือน (MVNOs) โดยเอไอเอสมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุด คิดเป็น 45% รองลงมาเป็นดีแทคและทรู คิดเป็น 29.4% และ 23.5% ตามลำดับ สำหรับรายรับจากการให้บริการเฉลี่ยต่อเดือนต่อเลขหมาย ณ สิ้นไตรมาส 1 อยู่ที่ 231 บาท ลดลงจากไตรมาสก่อน 0.4% โดยบริการพรีเพดมีรายรับเฉลี่ยต่อเดือนต่อเลขหมายอยู่ที่ 165 บาท ขณะที่โพสต์เพดอยู่ที่ 546 บาท

หากพิจารณารายได้จากภาพรวมทั้งตลาดจะพบว่า เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 1.8% โดยรายได้จากการให้บริการ ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2559 อยู่ที่ 63,800 ล้านบาท

ตลาดค้าปลีกบริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ ปัจจุบันมีรูปแบบการให้บริการ 3 ลักษณะใหญ่ ได้แก่ ระบบต่อตรง (International Direct Dialing), ระบบการสื่อสารทางเสียงผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (Voice over Internet Protocol), และระบบบัตรโทรศัพท์ (International Calling Card) หากคำนวณส่วนแบ่งตลาดจากรายได้ ณ สิ้นไตรมาส พบว่าผู้ให้บริการในเครือ AIN/AWN มีส่วนแบ่งตลาดมากที่สุด อยู่ที่ 56.5% ตามด้วย DTN และ CAT อยู่ที่ 25% และ 12% ตามลำดับ สำหรับรายได้จากการให้บริการ ณ สิ้นไตรมาสนี้ มี 1,210 ล้านบาท ส่วนอัตราค่าบริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศเฉลี่ยอยู่ที่นาทีละ 21.07 บาท ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า 3.5%

ขณะที่ตลาดค้าปลีกบริการอินเทอร์เน็ตประจำที่มีผู้ลงทะเบียนใช้อินเทอร์เน็ตประจำที่ 6.39 ล้านราย อัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดย ณ สิ้นไตรมาสมีอัตราการเข้าถึงอยู่ที่ 31.04% ของครัวเรือน ทั้งนี้ ตลาดค้าปลีกบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงมีผู้ให้บริการรายใหญ่ 3 ราย ได้แก่ ทรู อินเทอร์เน็ต, ทีโอที และทริปเปิลที บรอดแบนด์ โดยทรู อินเทอร์เน็ต มีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด 38.4%

เมื่อพิจารณารายได้จากการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทั้งหมด พบว่าในไตรมาส 1 ปี 2559 มีรายได้รวม 13,100 ล้านบาท รายรับเฉลี่ยต่อเดือนต่อเลขหมาย 667 บาท และค่าบริการเฉลี่ยต่อ Kbps อยู่ที่ 0.05 บาท ลดลงจากไตรมาสก่อน 16.2%

โดยตลาดบริการอินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่มีโครงสร้างคล้ายกับตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ เนื่องจากผู้ให้บริการเสียงในตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่จะมีการให้บริการอินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่ควบคู่ไปด้วย ผู้ให้บริการในกลุ่มเอไอเอส ครองส่วนแบ่งตลาดมากที่สุด 53% รองลงมาคือดีแทคและทรู มีสัดส่วนตลาดที่ 29.4 และ 17.7 ตามลำดับ

สำหรับรายได้จากการให้บริการของผู้ประกอบการรายใหญ่ทั้ง 3 รายรวมกันอยู่ที่ 27,989.2 ล้านบาท อัตราค่าบริการอินเทอร์เน็ต ณ สิ้นไตรมาสอยู่ที่ 0.25 บาทต่อ MB ลดลงจากไตรมาสก่อน 0.01 บาทต่อ MB


http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1474893905