So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2559

22 ตุลาคม 2559 สื่อตะวันตกชี้ APPLE ตั้งแต่เมื่อปลายปีที่แล้ว และส่งผลให้จนถึงตอนนี้มีวิศวกรลาออกจากทีมดังกล่าวกันแล้วเป็นจำนวนมาก

ประเด็นหลัก




อย่างไรก็ดี บลูมเบิร์ก อ้างถึงความไร้ทิศทางด้านนโยบายว่า เป็นตัวการทำให้โปรเจกต์ดังกล่าวเกิดปัญหามาตั้งแต่เมื่อปลายปีที่แล้ว และส่งผลให้จนถึงตอนนี้มีวิศวกรลาออกจากทีมดังกล่าวกันแล้วเป็นจำนวนมาก
ซึ่งความเห็นที่ไม่ลงรอยกันตามการรายงานของสื่อตะวันตกเป็นเรื่องที่ว่า โปรเจกต์นี้จะเน้นไปที่ฮาร์ดแวร์ หรือก็คือ การพัฒนารถยนต์ทั้งคัน หรือเน้นไปที่การพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับการ Self-Driving แล้วจับมือกับค่ายผู้ผลิตรถยนต์ให้นำไปใช้กันแน่ โดยความขัดแย้งดังกล่าวน่าจะรุนแรงมากพอ จึงทำให้มีการพับโครงการดังกล่าวลงชั่วคราวนั่นเอง

อย่างไรก็ดี รายงานข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้ชี้ว่า แอปเปิลมีความเป็นไปได้ที่จะพัฒนาระบบการขับเคลื่อนอัตโนมัติมากกว่าจะเน้นไปที่การพัฒนารถยนต์ทั้งคัน ซึ่งทำให้มีความเป็นไปได้ว่า บริษัทอาจจับมือกับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใดรายหนึ่งเสียมากกว่า


___________________________________________________






สื่อตะวันตกชี้แอปเปิลกำลังเกิดปัญหาภายใน คาดกระทบ “โปรเจกต์ไททัน”


หากโปรเจกต์ไททัน (Project Titan) ซึ่งเป็นโค้ดเนมของแผนกพัฒนารถยนต์ของค่ายแอปเปิล (Apple) มีอยู่จริง ก็เป็นไปได้ว่า ขณะนี้โครงการดังกล่าวกำลังประสบปัญหาอย่างหนักอยู่ เนื่องจากรายงานของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ระบุว่า ปัจจุบัน ทีมงานนับร้อยคนของโปรเจกต์ดังกล่าวกำลังเผชิญหน้ากับความขัดแย้งภายใน และนโยบายในการพัฒนาที่ไร้ทิศทางที่ชัดเจน สำคัญที่สุดก็คือ อาจมีการเลิกจ้างวิศวกรหลายร้อยคนจากปัญหาดังกล่าวด้วย
โดยรายงานจากสื่อตะวันตกอ้างว่า โปรเจกต์ดังกล่าวเป็นความพยายามของแอปเปิล ในการพัฒนารถอัจฉริยะเช่นเดียวกับที่ค่ายกูเกิล (Google) และบริษัทเทคโนโลยีในซานฟรานซิสโก พยายามเดินหน้ากันอยู่ ซึ่งมีเส้นตายที่จะต้องทำให้สำเร็จภายในสิ้นปี 2017
อย่างไรก็ดี บลูมเบิร์ก อ้างถึงความไร้ทิศทางด้านนโยบายว่า เป็นตัวการทำให้โปรเจกต์ดังกล่าวเกิดปัญหามาตั้งแต่เมื่อปลายปีที่แล้ว และส่งผลให้จนถึงตอนนี้มีวิศวกรลาออกจากทีมดังกล่าวกันแล้วเป็นจำนวนมาก
ซึ่งความเห็นที่ไม่ลงรอยกันตามการรายงานของสื่อตะวันตกเป็นเรื่องที่ว่า โปรเจกต์นี้จะเน้นไปที่ฮาร์ดแวร์ หรือก็คือ การพัฒนารถยนต์ทั้งคัน หรือเน้นไปที่การพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับการ Self-Driving แล้วจับมือกับค่ายผู้ผลิตรถยนต์ให้นำไปใช้กันแน่ โดยความขัดแย้งดังกล่าวน่าจะรุนแรงมากพอ จึงทำให้มีการพับโครงการดังกล่าวลงชั่วคราวนั่นเอง
อย่างไรก็ดี รายงานข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้ชี้ว่า แอปเปิลมีความเป็นไปได้ที่จะพัฒนาระบบการขับเคลื่อนอัตโนมัติมากกว่าจะเน้นไปที่การพัฒนารถยนต์ทั้งคัน ซึ่งทำให้มีความเป็นไปได้ว่า บริษัทอาจจับมือกับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใดรายหนึ่งเสียมากกว่า
ส่วน Steve Zadesky อดีตหัวหน้าโปรเจกต์ไททัน ก็ได้ลาออกจากตำแหน่งดังกล่าวแล้วตั้งแต่ช่วงต้นปี ส่วนผู้ที่รับหน้าที่มาทำแทน ได้แก่ Dan Riccio รองประธานอาวุโสด้านวิศวกรรมฮาร์ดแวร์
จากเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นไปได้ด้วยว่า บริษัทจากค่ายเทคโนโลยีกำลังได้รับบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับการเบนเข็มเข้าสู่อุตสาหกรรมรถยนต์ว่า ไม่ใช่โปรเจกต์ที่แค่มีเงินก็เสกขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ตรงกันข้าม มันอาจเป็นโปรเจกต์ที่ต้องทุ่มเงินหลายพันล้านเหรียญสหรัฐ และมีทีมงานขนาดใหญ่มารองรับก็เป็นได้
Manufacturing a car isn't just some weekend jaunt. It's an effort that requires billions of dollars and large teams staffed with people devoted to the craft of car making. Even Google, which has mostly gone it alone with its self-driving car efforts, has found itself reaching out to and crafting partnerships within the auto industry.

http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9590000104497&utm_source=MadMimi&utm_medium=email&utm_content=MGR+Morning+Brief+19-10-59&utm_campaign=20161018_m134973936_MGR+Morning+Brief+19-10-59&utm_term=_E0_B8_AA_E0_B8_B7_E0_B9_88_E0_B8_AD_E0_B8_95_E0_B8_B0_E0_B8_A7_E0_B8_B1_E0_B8_99_E0_B8_95_E0_B8_81_