So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันศุกร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2559

09 กันยายน 2559 กสทช. กล่าวว่า สำนักงานจะตั้งคณะกรรมการ เพื่อตรวจสอบการกระทำของ TRUE ว่าการละเลยในหน้าที่ ตรวจสอบเอกสารนั้นจะสามารถเอาผิดได้อย่างไรบ้าง เนื่องจากเงื่อนไขการลงทะบียนหรือขอซิมการ์ดใหม่ทุกครั้งจะต้องใช้หลักฐานตัวจริงประกอบ

ประเด็นหลัก






นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการสำนักงาน กสทช. กล่าวว่า สำนักงานจะตั้งคณะกรรมการ เพื่อตรวจสอบการกระทำของ ทรูฯ ว่าการละเลยในหน้าที่ ตรวจสอบเอกสารนั้นจะสามารถเอาผิดได้อย่างไรบ้าง เนื่องจากเงื่อนไขการลงทะบียนหรือขอซิมการ์ดใหม่ทุกครั้งจะต้องใช้หลักฐานตัวจริงประกอบ

นอกจากนี้ กสทช.จะเร่งนำแนวความคิดเรื่องการสแกนลายนิ้วมือในการลงทะเบียนซิมการ์ดเข้าบรรจุในร่างประกาศ กสทช.ด้วยเพื่อเป็นทางเลือกกับประชาชนที่ต้องการความปลอดภัยที่มากกว่าการลงทะเบียน โดยแนวคิดนี้จะนำเข้าสู่ขั้นตอนรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ จะสามารถนำมาใช้ได้ภายในปี 2559 นี้







____________________________________


เมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2559 สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้เชิญ นายพันธุ์สุธี มีลือกิจ ผู้เสียหาย กรณีถูกปลอมแปลงสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนจนต้องสูญเงินผ่านระบบโมบายแบงกิ้ง พร้อมด้วยนายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ รองผู้อำนวยการสายงานรัฐกิจสัมพันธ์ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เข้าร่วมประชุม

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการสำนักงาน กสทช. กล่าวว่า สำนักงานจะตั้งคณะกรรมการ เพื่อตรวจสอบการกระทำของ ทรูฯ ว่าการละเลยในหน้าที่ ตรวจสอบเอกสารนั้นจะสามารถเอาผิดได้อย่างไรบ้าง เนื่องจากเงื่อนไขการลงทะบียนหรือขอซิมการ์ดใหม่ทุกครั้งจะต้องใช้หลักฐานตัวจริงประกอบ

นอกจากนี้ กสทช.จะเร่งนำแนวความคิดเรื่องการสแกนลายนิ้วมือในการลงทะเบียนซิมการ์ดเข้าบรรจุในร่างประกาศ กสทช.ด้วยเพื่อเป็นทางเลือกกับประชาชนที่ต้องการความปลอดภัยที่มากกว่าการลงทะเบียน โดยแนวคิดนี้จะนำเข้าสู่ขั้นตอนรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ จะสามารถนำมาใช้ได้ภายในปี 2559 นี้

ด้านนายกอบศักดิ์ ดวงดี เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย กล่าวถึงกรณีที่มิจฉาชีพปลอมบัตรประชาชนเหยื่อไปเปลี่ยนซิมการ์ดโทรศัพท์ และนำข้อมูลส่วนตัวเปลี่ยนรหัสผ่าน ยักยอกเงิน ในบัญชีผ่านบริการธนาคารทางอินเตอร์เนตจำนวน 986,700 บาท ว่า จะหารือร่วมกับธนาคารพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าไปกระทำผิด และมั่นใจว่าจะไม่กระทบต่อความมั่นใจของผู้ใช้บริการการโอนเงินแบบ “พร้อมเพย์” เพราะระบบดังกล่าวมีความปลอดภัยสูงกว่า

http://www.naewna.com/business/231706