So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันพุธที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2559

07 กันยายน 2559 เอเซอร์ ชี้ในครึ่งปีแรกที่ผ่านมายังไม่ดีนัก โดยในแง่จำนวนไม่เติบโตแต่รายได้ไม่ลดลง เพราะผู้บริโภคหันมาให้ซื้อสินค้าที่มีสเป็กสูงขึ้น ทำให้ราคาเฉลี่ยของโน้ตบุ๊กไม่ลดลงอยู่ที่ 18,000 บาทเท่าปีที่ผ่านมา

ประเด็นหลัก

นายนิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัดกล่าวว่า ภาพรวมตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (พีซี) ในครึ่งปีแรกที่ผ่านมายังไม่ดีนัก โดยในแง่จำนวนไม่เติบโตแต่รายได้ไม่ลดลง เพราะผู้บริโภคหันมาให้ซื้อสินค้าที่มีสเป็กสูงขึ้น ทำให้ราคาเฉลี่ยของโน้ตบุ๊กไม่ลดลงอยู่ที่ 18,000 บาทเท่าปีที่ผ่านมา และมีแนวโน้มว่าผู้บริโภคจะเลือกซื้อพีซีและโน้ตบุ๊กที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นจากการเติบโตของยอดขายในกลุ่มสินค้าทูอินวันซึ่งเอเซอร์มีส่วนแบ่งในตลาดเป็นอันดับ1 ที่ 49.6% และมีส่วนในตลาดโน้ตบุ๊กราว 30%

จากรายงานของ GFK ระบุว่า ตลาดไอทีโลกเทียบระหว่างปี 2558 และปี 2559 แม้ภาพรวมจะไม่เติบโตมากนัก แต่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ทูอินวันคาดว่าจะมีอัตราการเติบโต 27% สำหรับในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตเช่นกัน โดยเฉพาะกลุ่มเกมมิ่ง, เครื่องที่มีจุดเด่นเรื่องความบาง (Thin Near Light) และกลุ่มพรีเมี่ยมที่มีระดับราคาเกิน 30,000 บาท ยังคงเติบโตขึ้น 5% ปัจจัยที่ทำให้เติบโต เช่น การแข่งขันเกมอีสปอร์ต รวมถึงการที่มหาวิทยาลัยหลายแห่งมีคณะที่สอนด้านแอนิเมชั่นและเกมเพิ่มขึ้น ทำให้มีความต้องการเครื่องสเป็กสูง ซึ่งเอเซอร์จะหันมาโฟกัสตลาดกลุ่มนี้มากขึ้นด้วยการมีผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเพิ่มช่องทางออนไลน์ในการช่วยเพิ่มยอดขาย


"ตลาดพรีเมี่ยมยังเติบโตได้ แต่โจทย์คือทำอย่างไรให้คนกล้าซื้อของแพงกับเรา เพราะคนยังมองว่าเอเซอร์เป็นแบรนด์ที่ไม่แพง เราจะรีแบรนดิ้งและทำโปรดักต์เซ็กเมนต์มากขึ้น แต่น้ำหนักการทำตลาดยังอยู่ในกลุ่มทั่วไป แม้กลุ่มพรีเมี่ยมจะขายดี แต่อัตราส่วนยังเป็น 80 : 20 คาดว่าปลายปีถึงปีหน้าจะขยับเป็น 70 : 30 เรากำลังทรานส์ฟอร์มตนเอง ซึ่งต้องใช้เวลาปรับตัวเพราะเอเซอร์โตมากับตลาดแมส"






_______________________________



"เอเซอร์" ลุยช่องทางออนไลน์ ยกระดับแบรนด์เจาะพรีเมี่ยม



"เอเซอร์" เดินหน้ายกระดับแบรนด์เจาะตลาดพรีเมี่ยม พร้อมเพิ่มน้ำหนักการทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์-ผนึกร้านค้า โหม "อีคอมเมิร์ซ" เพิ่มยอดขาย ตั้งเป้ารักษาส่วนแบ่งตลาด และประคองเป้าเติบโต 10% ลุยขนทัพสินค้ารุ่นใหม่กระตุ้นยอดขายครึ่งปีหลังเต็มสูบ

นายนิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัดกล่าวว่า ภาพรวมตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (พีซี) ในครึ่งปีแรกที่ผ่านมายังไม่ดีนัก โดยในแง่จำนวนไม่เติบโตแต่รายได้ไม่ลดลง เพราะผู้บริโภคหันมาให้ซื้อสินค้าที่มีสเป็กสูงขึ้น ทำให้ราคาเฉลี่ยของโน้ตบุ๊กไม่ลดลงอยู่ที่ 18,000 บาทเท่าปีที่ผ่านมา และมีแนวโน้มว่าผู้บริโภคจะเลือกซื้อพีซีและโน้ตบุ๊กที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นจากการเติบโตของยอดขายในกลุ่มสินค้าทูอินวันซึ่งเอเซอร์มีส่วนแบ่งในตลาดเป็นอันดับ1 ที่ 49.6% และมีส่วนในตลาดโน้ตบุ๊กราว 30%

จากรายงานของ GFK ระบุว่า ตลาดไอทีโลกเทียบระหว่างปี 2558 และปี 2559 แม้ภาพรวมจะไม่เติบโตมากนัก แต่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ทูอินวันคาดว่าจะมีอัตราการเติบโต 27% สำหรับในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตเช่นกัน โดยเฉพาะกลุ่มเกมมิ่ง, เครื่องที่มีจุดเด่นเรื่องความบาง (Thin Near Light) และกลุ่มพรีเมี่ยมที่มีระดับราคาเกิน 30,000 บาท ยังคงเติบโตขึ้น 5% ปัจจัยที่ทำให้เติบโต เช่น การแข่งขันเกมอีสปอร์ต รวมถึงการที่มหาวิทยาลัยหลายแห่งมีคณะที่สอนด้านแอนิเมชั่นและเกมเพิ่มขึ้น ทำให้มีความต้องการเครื่องสเป็กสูง ซึ่งเอเซอร์จะหันมาโฟกัสตลาดกลุ่มนี้มากขึ้นด้วยการมีผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเพิ่มช่องทางออนไลน์ในการช่วยเพิ่มยอดขาย

"ตลาดพรีเมี่ยมยังเติบโตได้ แต่โจทย์คือทำอย่างไรให้คนกล้าซื้อของแพงกับเรา เพราะคนยังมองว่าเอเซอร์เป็นแบรนด์ที่ไม่แพง เราจะรีแบรนดิ้งและทำโปรดักต์เซ็กเมนต์มากขึ้น แต่น้ำหนักการทำตลาดยังอยู่ในกลุ่มทั่วไป แม้กลุ่มพรีเมี่ยมจะขายดี แต่อัตราส่วนยังเป็น 80 : 20 คาดว่าปลายปีถึงปีหน้าจะขยับเป็น 70 : 30 เรากำลังทรานส์ฟอร์มตนเอง ซึ่งต้องใช้เวลาปรับตัวเพราะเอเซอร์โตมากับตลาดแมส"

สำหรับเป้าหมายปีนี้ยังเน้นการรักษาการเติบโตที่10%คาดว่าการเพิ่มช่องทางออนไลน์จะช่วยเพิ่มยอดขายได้ โดยเพิ่มงบประมาณดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งจาก 10% เป็น 25% เพื่อสร้างคอนเทนต์ให้ตรงความต้องการของผู้บริโภค และทำตลาดร่วมกับพาร์ตเนอร์ในการจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ

"มิติการตลาดสมัยก่อน คือ คู่แข่งมี เราก็มีถูกกว่า แต่ตอนนี้คู่แข่งมี เรามีถูกกว่า และแพงกว่าด้วย เพราะคนไม่ได้อยากซื้อแต่ของถูก ตอนนี้มีตัวเลือกให้กลุ่มคนที่ต้องการของแพงและสเป็กดี จากที่เมื่อก่อนไม่คิดนำมาทำตลาด เพราะคิดว่าขายไม่ได้ จะเพิ่มดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งมากขึ้น โดยเฉพาะการรีวิวสินค้า และร่วมมือกับร้านค้าทำออนไลน์เต็มรูปแบบ เช่น มีเฟซบุ๊ก และมีไอคอนให้สั่งซื้อจะขึ้นโลโก้ร้านค้าแต่ละแห่งให้ลูกค้าเลือกได้ว่าจะซื้อกับร้านไหน"

ล่าสุดเอเซอร์เปิดตัวโน้ตบุ๊กและเดสก์ทอปรุ่นใหม่ได้แก่ Aspire E series, F series, S series, ทูอินวัน Switch series, เดสก์ทอป Acer Aspire TC series รวมถึงออลอินวัน Acer Aspire C series ราคา 25,900-45,900 บาท

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้



http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1472716757