So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2559

28 สิงหาคม 2559 GMM 25 ยังคงเน้นความแตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่น สร้างคอนเทนต์ให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่มีอายุ 15-35 ปี ซึ่งครึ่งปีหลังยังคงมีละครอีกหลายเรื่อง โดยเฉพาะคลับ ฟรายเดย์ นับว่าเป็นซีรีย์ที่สร้างแบรนด์ให้กับช่องอย่างหนึ่ง

ประเด็นหลัก




สำหรับแนวทางการดำเนินธุรกิจของจีเอ็มเอ็ม 25 ยังคงเน้นความแตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่น สร้างคอนเทนต์ให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่มีอายุ 15-35 ปี ซึ่งครึ่งปีหลังยังคงมีละครอีกหลายเรื่อง โดยเฉพาะคลับ ฟรายเดย์ นับว่าเป็นซีรีย์ที่สร้างแบรนด์ให้กับช่องอย่างหนึ่ง ขณะเดียวกันยังเห็นว่านอกเหนือจากการมีเรตติ้งจากการออกอากาศทางทีวีแล้ว ส่วนหนึ่งที่จะทำให้ช่องเป็นที่รู้จักมากขึ้นคงหนีไม่พ้นการสร้างกระแสผ่านสื่อออนไลน์ ซึ่งที่ผ่านมาการสื่อสารของบริษัทกับผู้ชมผ่านเฟซบุ๊กและยูทูบก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี การเข้าถึงของคนดูเริ่มปรับตัวสูงขึ้น ส่วนนี้เองย่อมมีผลให้ลูกค้าตัดสินใจลงโฆษณาด้วย


___________________________________________






ทีวีดิจิทัลเลิกทุ่มเน้นโฟกัสคนดู

คาดแนวโน้มทีวีดิจิทัลไม่เน้นทุ่มเงินหนัก แต่จะสร้างกลยุทธ์ที่แตกต่าง “จีเอ็มเอ็ม 25” เผยกระแสดีผลลูกค้าตัดสินใจลงโฆษณา ยิ้มครึ่งปีรายได้เข้าเป้า คาดจบปี 59 ตามแผน 800 ล้านบาท

น.ส.สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายธุรกิจ จีเอ็มเอ็ม แชนแนล ดิจิทัล ทีวี เปิดเผยว่า ในช่วง 4-5 เดือนที่เหลือนับจากนี้ มองว่าสถานการณ์ของธุรกิจสื่อคงไม่ได้มีปัจจัยบวกมาทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แนวโน้มน่าจะยังมีอัตราการเติบโตที่ทรงตัวอยู่ ซึ่งการอยู่รอดของผู้ที่ทำกิจทีวีดิทัล เชื่อว่าผู้ประกอบการแต่ละรายคงมีกลยุทธ์ที่แตกต่างกันออกไป และอาจไม่ได้เห็นภาพของการทุ่มเม็ดเงินจำนวนมากเหมือนที่ผ่านมา

สำหรับแนวทางการดำเนินธุรกิจของจีเอ็มเอ็ม 25 ยังคงเน้นความแตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่น สร้างคอนเทนต์ให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่มีอายุ 15-35 ปี ซึ่งครึ่งปีหลังยังคงมีละครอีกหลายเรื่อง โดยเฉพาะคลับ ฟรายเดย์ นับว่าเป็นซีรีย์ที่สร้างแบรนด์ให้กับช่องอย่างหนึ่ง ขณะเดียวกันยังเห็นว่านอกเหนือจากการมีเรตติ้งจากการออกอากาศทางทีวีแล้ว ส่วนหนึ่งที่จะทำให้ช่องเป็นที่รู้จักมากขึ้นคงหนีไม่พ้นการสร้างกระแสผ่านสื่อออนไลน์ ซึ่งที่ผ่านมาการสื่อสารของบริษัทกับผู้ชมผ่านเฟซบุ๊กและยูทูบก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี การเข้าถึงของคนดูเริ่มปรับตัวสูงขึ้น ส่วนนี้เองย่อมมีผลให้ลูกค้าตัดสินใจลงโฆษณาด้วย

“การที่ผู้ประกอบการทุกคนมุ่งสู่แมสกันหมด เพื่อมุ่งหวังในการสร้างเรตติ้งและขายโฆษณา โอกาสรอดก็คงยาก หากไม่มีแนวทางการดำเนินธุรกิจของตนเองอย่างชัดเจน เราเองแม้ว่าจะมาทีหลังรายอื่น แต่มุ่งตรงไปที่บุคคลหรือกลุ่มเป้าหมายมากกว่าการสร้างคอนเทนต์มากจนเกินไป ทำให้เรตติ้งดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

และความสำเร็จของซีรีส์ หลายเรื่องทำให้ได้รับความสนใจจากผู้ซื้อต่างประเทศ โดยครึ่งปีแรกทำรายได้ตามเป้าหมาย 400 ล้านบาท คาดว่าทั้งปีจะอยู่ที่ 800 ล้านบาท” น.ส.สายทิพย์กล่าว.


http://www.thaipost.net/?q=ทีวีดิจิทัลเลิกทุ่มเน้นโฟกัสคนดู