So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันอังคารที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2559

01 สิงหาคม 2559 TRUE ตั้งเป้าหมายระยะสั้นและระยะกลางคือการทำให้ภาพลักษณ์แบรนด์ "ใจดี อารมณ์ดี" ในอดีต ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้าชื่นชอบ กลับคืนมา หากทำได้เชื่อว่าจะดึงลูกค้ากลับมาได้ด้วย

ประเด็นหลัก
ส่วนเป้าหมายระยะสั้นและระยะกลางคือการทำให้ภาพลักษณ์แบรนด์ "ใจดี อารมณ์ดี" ในอดีต ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้าชื่นชอบ กลับคืนมา หากทำได้เชื่อว่าจะดึงลูกค้ากลับมาได้ด้วย

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2 ที่ผ่านมา แม้ในทางตัวเลขจะโชว์ว่ากำไรลดลงมาก แต่ถ้าเข้าไปดูรายละเอียดจะเห็นว่าเกิดจากการมีค่าใช้จ่าย เช่น จากการปรับโครงสร้างธุรกิจ ซึ่งจะมีเฉพาะไตรมาสที่ผ่านมา ขณะที่ภาพรวมบริษัทไม่ได้แย่ ยังมีลูกค้ากว่า 20 ล้านราย แม้บริการรายเดือน (โพสต์เพด) จะเป็นอันดับ 3 แต่ในแง่การเพิ่มขึ้นของลูกค้าและรายได้ยังเติบโต สิ่งที่ต้องทำต่อคือ ทำอย่างไรที่จะโตต่อเนื่อง ซึ่งการแข่งขันที่ผ่านมารุนแรง คาดว่าในไตรมาส 3 ก็จะยังรุนแรง

"เราคงต้องแอ็กเกรสซีฟมากขึ้นทั้งในโพสต์เพดและพรีเพด พรีเพดเราเสียลูกค้าไปพอสมควร ธุรกิจมือถือช่วงที่ผ่านมาแข่งขันรุนแรง เช่น มีแจกเครื่องฟรี ซึ่งเรามี 2 ทางเลือกคือ ทำเหมือนคนอื่น หรือทำในสิ่งที่แตกต่าง ในระยะสั้นเรื่องแจกเครื่องเราก็มีเช่นกัน แต่สิ่งที่จะทำในระยะต่อไปคือ สร้างเกมของตนเอง เริ่มจากทำในสิ่งที่เคยเป็นจุดแข็งทำให้ภาพลักษณ์แบรนด์ที่คนชื่นชอบกลับมา เราจะมุ่งไปที่การเป็นพัฒนาภาพลักษณ์แบรนด์ และโครงข่ายให้ดียิ่งขึ้น"
_______________________________________________ "ทรูมูฟเอช"ลุยไม่ยั้งเร่งแชร์ขึ้นที่2 ผนึกพันธมิตรโหมคอนเวอร์เจนซ์เพิ่มดีกรีแข่งดุ



"ทรูมูฟ เอช" ตอกย้ำยุทธศาสตร์คอนเวอร์เจนซ์ ผนึกพันธมิตรอัดฉีดแคมเปญปลุกตลาดครึ่งปีหลัง ตั้งเป้าไล่เก็บมาร์เก็ตแชร์ไม่ยั้งหวังขยับขึ้นมือวางอันดับ2 ภายในปีหน้า พร้อมเดินหน้าสร้างความเข้มแข็งช่องทางขายสินค้า-บริการ ฟาก "ดีแทค" ลุยฟื้นภาพลักษณ์แบรนด์ใจดี-เพิ่มดีกรีแข่งดุ

ดร.กิตติณัฐ ทีคะวรรณ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการพาณิชย์ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ทรูมูฟ เอช ยังคงเดินหน้ารุกตลาดอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มลูกค้าและส่วนแบ่งการตลาด และคาดว่าภายในปีหน้าจะสามารถขึ้นมามีส่วนแบ่งตลาดในภาพรวมเป็นอันดับสองได้จากปัจจุบันยังเป็นที่สาม แต่หากแยกเฉพาะฐานลูกค้าแบบรายเดือน (โพสต์เพด) ขึ้นเป็นอันดับสอง แซงหน้าคู่แข่งมาได้พักใหญ่แล้ว ขณะที่ฐานลูกค้าในระบบเติมเงิน (พรีเพด) ก็มีการเติบโตอย่างรวดเร็วเช่นกัน เพราะเปิดเกมบุกอย่างหนักในหลายรูปแบบนับจากชนะประมูลคลื่นจนมีความถี่ในมือครบทุกย่าน ทำให้การเติบโตของทรูมูฟ เอช ในแต่ละไตรมาส ทำได้สูงกว่าตลาดรวมมาโดยตลอดในช่วงที่ผ่านมา

และเร็ว ๆ นี้ บริษัทกำลังจะเปิดตัวแคมเปญการตลาดครั้งใหญ่ โดยร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจหลายราย ทั้งเครือข่ายร้านค้าปลีกไอสตูดิโอ บาย คอมเซเว่น, บานาน่า ไอที เป็นต้น, ผู้ผลิตสินค้าไอที รวมถึงการนำบริการต่าง ๆ ในเครือที่มีอยู่มาทำแพ็กเกจโปรโมชั่นร่วมกัน เพื่อตอกย้ำยุทธศาสตร์ "คอนเวอร์เจนซ์" ที่เน้นการผสมผสานบริการที่มีอยู่มารวมกันเป็นแพ็กเกจที่คุ้มค่ากว่าสำหรับผู้บริโภคอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้งซึ่งถือได้ว่าเป็นจุดแข็งของกลุ่มทรู โดยเน้นไปในเรื่องของการใช้งานดาต้า โดยเฉพาะโครงข่าย 4G พลัส เพื่อส่งต่อบริการที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคได้อย่างเต็มที่ และถือว่าเป็นแคมเปญใหญ่อันแรกในครึ่งปีหลังนี้

"เราเคยเป็นเบอร์สามที่เคยห่างจากเบอร์สองมาก ด้วยข้อจำกัดตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว ที่ไม่ได้ลงทุนมากเพราะไม่มีคลื่น ส่งผลให้ไม่ได้มีเน็ตเวิร์กครอบคลุมทำให้ตลาดต่างจังหวัดมีมาร์เก็ตแชร์น้อยกว่าคู่แข่ง แต่พอมีคลื่นครบทุกย่าน ปรับปรุงคุณภาพบริการ ทำแฮนด์เซต และโปรโมชั่นต่าง ๆ ซึ่งก็ได้เห็นแล้วว่าในโพสต์เพดเราขึ้นมาเป็นที่สอง ห่างจากที่สามไปเยอะแล้ว เชื่อว่าในภาพรวมคงได้เห็นในปีหน้า"

สำหรับการแข่งขันในครึ่งปีหลัง 2559 นี้จะยังคงแข่งกันรุนแรงเช่นเดียวกับช่วงที่ผ่านมา โดยเชื่อว่าทรูมูฟ เอช และเอไอเอสจะยังคงเป็นผู้เล่นหลักที่สร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดต่อไป ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคได้ประโยชน์สูงสุด เพราะการแข่งขันทำให้มีทางเลือกใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น

"แคมเปญที่จะออกมา จะเห็นการทำคอนเวอร์เจนซ์แบบเต็มรูปแบบ ส่วนเรื่องโปเกมอนอย่างที่รู้กันว่าเราเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์โปเกมอนอยู่เดิม แต่สำหรับเกมโปเกมอนโก บอกได้แค่ว่าภายใต้ทรูมูฟ เอชจะมีอะไรพิเศษ ๆ แน่ อาจจะได้เห็นในเดือน ต.ค.นี้ แต่ก่อนหน้านั้นจะมีพรีลอนช์โดยโปเกมอนไปก่อน"

ดร.กิตติณัฐกล่าวถึงการบริหารช่องทางการขายและการบริหารโดยร่วมมือกับ บมจ.คอมเซเว่น เจ้าของเครือข่ายร้านค้าปลีก "ไอสตูดิโอ บาย คอมเซเว่น" และบานาน่า ไอทีว่า ทำให้กลุ่มทรูนำเสนอบริการที่มีอยู่ไปยังลูกค้าได้ง่ายขึ้น เพราะคอมเซเว่นมีทีมงานในเรื่องการขายอยู่แล้ว ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นได้เยอะ โดยเฉพาะบริการรายเดือน (โพสต์เพด) ของทรูมูฟ เอช เนื่องจากกลุ่มสินค้าหลักมีไอโฟน, ไอแพด ของไอสตูดิโอ และของบานาน่า ไอที โดยกำลังจะมีแพ็กเกจพิเศษออกมาร่วมกันกับบริษัทกับคอมเซเว่นและค่ายโน้ตบุ๊ก

"คอมเซเว่นยังเข้ามาช่วยบริหารช่องทางของเรา โดยจะเริ่มใน ส.ค.นี้ ที่สาขาในบิ๊กซี และเทสโก้ โลตัส ที่มี166 สาขา เฟสแรกเริ่มก่อน 4 แห่ง ก่อนทยอยขยายเพิ่มให้ครบในสิ้นปีหน้า ส่วนช็อปที่เราบริหารเองจะเหลือประมาณ 240 แห่ง เน้นในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ต่อไปถ้าจะขยายเพิ่มส่วนที่เราจะทำเองก็จะไปในพื้นที่ที่ต้องการบุกเบิกใหม่ในฐานะโอเปอเรเตอร์ต้องทำเอง"

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่าในวันที่ 27 ก.ค.นี้ กลุ่มทรูจะมีการเปิดตัวคอนเนต์สำหรับผู้บริโภคที่ชื่นชอบกีฬาฟุตบอล ซึ่งเป็นที่คาดหมายกันว่าน่าจะเป็นลิขสิทธิ์การถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษที่กำลังจะเริ่มฤดูกาลใหม่ในเดือน ส.ค.นี้

ด้านนายสิทธิโชค นพชินบุตร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า ดีแทคมีเป้าหมายในระยะยาวร่วมกันในการผลักดันองค์กรไปสู่การเป็นแบรนด์ดิจิทัลอันดับ 1 ในประเทศไทย โดยจากนี้ไปจะมุ่งพัฒนา 3 เรื่องคือ 1.ปรับภาพลักษณ์แบรนด์ และวัฒนธรรมการทำงานให้สะท้อนองค์กรดิจิทัล 2.นำเสนอบริการดิจิทัลต่อเนื่องให้ตรงความต้องการลูกค้า และ 3.พัฒนาความสัมพันธ์และความร่วมมือกับพันธมิตร ทั้งในและต่างประเทศ

ส่วนเป้าหมายระยะสั้นและระยะกลางคือการทำให้ภาพลักษณ์แบรนด์ "ใจดี อารมณ์ดี" ในอดีต ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้าชื่นชอบ กลับคืนมา หากทำได้เชื่อว่าจะดึงลูกค้ากลับมาได้ด้วย

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2 ที่ผ่านมา แม้ในทางตัวเลขจะโชว์ว่ากำไรลดลงมาก แต่ถ้าเข้าไปดูรายละเอียดจะเห็นว่าเกิดจากการมีค่าใช้จ่าย เช่น จากการปรับโครงสร้างธุรกิจ ซึ่งจะมีเฉพาะไตรมาสที่ผ่านมา ขณะที่ภาพรวมบริษัทไม่ได้แย่ ยังมีลูกค้ากว่า 20 ล้านราย แม้บริการรายเดือน (โพสต์เพด) จะเป็นอันดับ 3 แต่ในแง่การเพิ่มขึ้นของลูกค้าและรายได้ยังเติบโต สิ่งที่ต้องทำต่อคือ ทำอย่างไรที่จะโตต่อเนื่อง ซึ่งการแข่งขันที่ผ่านมารุนแรง คาดว่าในไตรมาส 3 ก็จะยังรุนแรง

"เราคงต้องแอ็กเกรสซีฟมากขึ้นทั้งในโพสต์เพดและพรีเพด พรีเพดเราเสียลูกค้าไปพอสมควร ธุรกิจมือถือช่วงที่ผ่านมาแข่งขันรุนแรง เช่น มีแจกเครื่องฟรี ซึ่งเรามี 2 ทางเลือกคือ ทำเหมือนคนอื่น หรือทำในสิ่งที่แตกต่าง ในระยะสั้นเรื่องแจกเครื่องเราก็มีเช่นกัน แต่สิ่งที่จะทำในระยะต่อไปคือ สร้างเกมของตนเอง เริ่มจากทำในสิ่งที่เคยเป็นจุดแข็งทำให้ภาพลักษณ์แบรนด์ที่คนชื่นชอบกลับมา เราจะมุ่งไปที่การเป็นพัฒนาภาพลักษณ์แบรนด์ และโครงข่ายให้ดียิ่งขึ้น"

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1469694166