So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

31 กรกฎาคม 2559 DTAC แก้เกมคือ ลูกค้าพรีเพด ที่เริ่มเสียฐานลูกค้าไปในช่วงที่ผ่านมา ทำให้แผนในระยะสั้นคือ การทำตลาดเพื่อชิงส่วนแบ่งกลับมา เพราะในกลุ่มลูกค้าโพสต์เพด ดีแทคถือว่ามีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันจำนวนลูกค้าที่ใช้งานดาต้าเพิ่มขึ้นเป็น 60% ขณะที่สัดส่วนสมาร์ทโฟน เพิ่มขึ้นเป็น 65% ส่วนเป้าหมายของลูกค้า 4G ปลายปีอยู่ที่ 6 ล้านเลขหมาย

ประเด็นหลัก


ปัจจุบันจุดที่ต้องแก้คือ ลูกค้าพรีเพด ที่เริ่มเสียฐานลูกค้าไปในช่วงที่ผ่านมา ทำให้แผนในระยะสั้นคือ การทำตลาดเพื่อชิงส่วนแบ่งกลับมา เพราะในกลุ่มลูกค้าโพสต์เพด ดีแทคถือว่ามีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันจำนวนลูกค้าที่ใช้งานดาต้าเพิ่มขึ้นเป็น 60% ขณะที่สัดส่วนสมาร์ทโฟน เพิ่มขึ้นเป็น 65% ส่วนเป้าหมายของลูกค้า 4G ปลายปีอยู่ที่ 6 ล้านเลขหมาย

เป้าหมายหลักของดีแทคในการทำตลาดต่อจากนี้คือ การที่พนักงานร่วมใจกันที่จะก้าวไปสู่การเป็นแบรนด์ดิจิตอลอันดับ 1 ในประเทศไทย ภายในปี 2563 ภายใต้การพัฒนาดีแทคใน 3 เรื่อง คือ 1.การปรับภาพลักษณ์แบรนด์ และวัฒนธรรมการทำงานที่สะท้อนความเป็นองค์กรดิจิตอล 2.นำเสนอบริการดิจิตอลอย่างต่อเนื่องให้ตรงต่อความต้องการทุกของตลาด และ 3.พัฒนาความสัมพันธ์ และความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในระดับในประเทศ และพันธมิตรระดับโลก







__________________________________________________________________




“ทุกความรู้สึกดีๆ ต้องดีได้อีก” การปั้นแบรนด์ครั้งใหม่ของดีแทค



ดีแทค รื้อแนวคิดสร้างความใกล้ชิดกับลูกค้า ภายใต้แบรนด์แคมเปญใหม่ “ทุกความรู้สึกดีๆต้องดีได้อีก” ที่จะปั้นให้แบรนด์ดีแทคกลับไปสู่จุดยืนเดิมที่แตกต่างจากคู่แข่ง พร้อมประกาศต้องการขึ้นเป็นแบรนด์ดิจิตอลอันดับ 1 ภายในปี 2563 ภายใต้การปรับ 3 แกนหลัก คือ ดีเอ็นเอ บริการดิจิตอล และพาร์ตเนอร์ จากงบการตลาดรวมกว่า 5 พันล้านบาท
นายสิทธิโชค นพชินบุตร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า สิ่งจำเป็นที่ดีแทคต้องทำในเวลานี้คือ การกลับไปหาตัวตน หรือจุดยืนของดีแทคที่แตกต่างจากคู่แข่ง ที่มีภาพของแบรนด์ที่ใส่ใจในลูกค้า ให้กลับมาให้ลูกค้าเป็นตัวตั้งในการให้บริการ ภายใต้รูปแบบการทำตลาดที่จะใส่ใจให้ลูกค้ากลับมารักดีแทค และทำให้ลูกค้ากลับมาหา
“ที่ผ่านมา จะมีคนถามว่าดีแทคจะยังอยู่ในเมืองไทย และยังจะลงทุนต่อมั้ย ถ้าเกิดดีแทคไม่ลงทุน ก็จะไม่เห็นการลงทุนในการขยายเครือข่าย แม้ว่าจะหมดสัมปทานในปี 2561 และสิ่งที่ลงทุนจะถูกโอนย้ายไปให้ทาง กสท โทรคมนาคม ซึ่งถ้าเป็นเงินส่วนตัวเชื่อว่าทุกคนคงไม่ลงทุน แต่การที่ดีแทคลงทุน เหมือนเป็นการส่งสัญญาณอะไรบางอย่างถึงความมั่นใจที่จะลงทุนต่อเนื่องในประเทศไทย รวมถึงงบการตลาดในปีนี้ที่จะเพิ่มจากปีที่ผ่านมา 20% หรือราว 5 พันล้านบาท”
ขณะที่มุมมองถึงการแข่งขันในตลาดในช่วงไตรมาส 3 และไตรมาส 4 เชื่อว่า จะยังรุนแรงเหมือนเดิม ด้วยรูปแบบของการแจกเครื่อง ที่เหมือนเป็นการใช้เงินเพื่อซื้อส่วนแบ่งการตลาด ที่ดีแทคเริ่มมีการขยับในการทำแคมเปญแจกเครื่องตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อสู้กับตลาดในระยะสั้น แต่จะโฟกัสไปที่ลูกค้าเดิม ก่อนขยายไปยังลูกค้าย้ายค่าย
ในระยะต่อไป ดีแทค มองว่า แคมเปญดังกล่าวไม่ได้ทำให้การแข่งขัน และสภาพอุตสาหกรรมในตลาดมีความยั่งยืน ดังนั้น ต่อไปในอนาคตคงต้องมีการสร้างเกมของตัวเองขึ้นมา ไม่ใช่การทำแคมเปญตามคู่แข่ง ซึ่งกำลังดูอยู่ว่าเมื่อถึงจุดที่เหมาะสมก็จะแยกตัวออกมา เพราะถือเป็นเกมการแข่งขันในระยะยาว
ปัจจุบันจุดที่ต้องแก้คือ ลูกค้าพรีเพด ที่เริ่มเสียฐานลูกค้าไปในช่วงที่ผ่านมา ทำให้แผนในระยะสั้นคือ การทำตลาดเพื่อชิงส่วนแบ่งกลับมา เพราะในกลุ่มลูกค้าโพสต์เพด ดีแทคถือว่ามีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันจำนวนลูกค้าที่ใช้งานดาต้าเพิ่มขึ้นเป็น 60% ขณะที่สัดส่วนสมาร์ทโฟน เพิ่มขึ้นเป็น 65% ส่วนเป้าหมายของลูกค้า 4G ปลายปีอยู่ที่ 6 ล้านเลขหมาย
เป้าหมายหลักของดีแทคในการทำตลาดต่อจากนี้คือ การที่พนักงานร่วมใจกันที่จะก้าวไปสู่การเป็นแบรนด์ดิจิตอลอันดับ 1 ในประเทศไทย ภายในปี 2563 ภายใต้การพัฒนาดีแทคใน 3 เรื่อง คือ 1.การปรับภาพลักษณ์แบรนด์ และวัฒนธรรมการทำงานที่สะท้อนความเป็นองค์กรดิจิตอล 2.นำเสนอบริการดิจิตอลอย่างต่อเนื่องให้ตรงต่อความต้องการทุกของตลาด และ 3.พัฒนาความสัมพันธ์ และความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในระดับในประเทศ และพันธมิตรระดับโลก
โดยในส่วนของการสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ และคุณลักษณะของพนักงาน ดีแทค มี DNA ของคนทำงานหลังมีการปรับโครงสร้างองค์กรที่มีผู้บริหารเลือดใหม่ เพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรในแบบของการแหกกฎเดิมๆ ที่มีอยู่เพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่ดีกว่า (Be a Disruptor) ภายใต้พื้นฐานของความซื่อสัตย์ และจริยธรรม
ที่มีองค์ประกอบหลัก 4 อย่างคือ 1.ความหาญกล้าในการลงมือทำงานและตัดสินใจ (Be daring) 2.มีความคิดเห็นที่แตกต่าง เพื่อนำไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น (Think differently) 3.ลงมือทำอย่างรวดเร็ว (Act Fast) และ 4.มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ (Passion to Win)
“สิ่งที่เห็นได้ในช่วงที่ผ่านมาคือ ดีแทค ไม่ได้ทำในจุดแข็ง แต่ทำตัวคล้ายกับคู่แข่ง จากเดิมที่แบรนด์ดีแทคเป็นคนดี อารมณ์ดี มีน้ำใจเผื่อแผ่แก่คนอื่น ซึ่งวิธีการทำความดีในยุคปัจจุบันต้องดีขึ้นได้อีก คือ การสื่อไปถึงความตรงไปตรงมา อย่างการเปิดให้ตรวจสอบได้ จากการเป็นองค์กรที่โปร่งใส ซึ่งในระยะสั้นอาจจะต้องได้รับผลกระทบบ้าง แต่ดีแทคจะสร้างบรรทัดฐาน และทำอะไรให้เป็นตัวอย่างที่ดีของสังคมได้”
ถัดมาคือ โฟกัสไปที่การนำเสนอบริการดิจิตอล รวมทั้งเน้นจุดยืนในการนำเสนอความคุ้มค่าให้แก่ลูกค้า และพัฒนาประสบการณ์ใช้งานอินเทอร์เน็ตด้วยบริการดิจิตอล เช่น บริการ dtac Music Infinite บริการดีแทคแอปพลิเคชัน และบริการดิจิตอลใหม่ๆ ที่จะนำเสนออย่างต่อเนื่อง แม้ว่าความเป็นดิจิตอลไม่ได้สร้างรายได้กลับมาอย่างรวดเร็ว แต่ในระยะยาวก็จะเป็นการสร้างตัวตนที่ชัดเจนให้แก่ดีแทค
สุดท้ายคือ การพัฒนาความสัมพันธ์ และความร่วมมือกับพันธมิตรในระดับประเทศ และพันธมิตรระดับโลก จะเน้นไปที่ความร่วมมือในการคัดสรรค์บริการดิจิตอล มิวสิก วิดีโอสตรีมมิ่ง ที่ให้ความรู้ ความบันเทิง ตรงต่อความต้องการของลูกค้า รวมทั้งความร่วมมือกับพันธมิตรผู้นำด้านเกมต่างๆ ที่จะทยอยให้บริการในปีนี้ต่อไป รวมถึงการพัฒนาความสัมพันธ์กับพันธมิตรผู้จัดจำหน่ายในการกระจายสินค้า และบริการให้เข้าถึงลูกค้าได้อย่างสะดวกสบาย
“ที่ผ่านมา จะมีช่องว่างระหว่างความเป็นคนไทย และชาวต่างชาติ ซึ่งที่ผ่านมา ดีแทคยังทำไม่พอ ต่อจากนี้ไปดีแทคจะวิ่งเข้าไปหาทุกคนที่พร้อมจะไปด้วยกัน และมีความแอ็กทีฟมากขึ้น ซึ่งสิ่งที่ย้ำต่อทีมงานตลอดคือ จะทำอย่างไรเพื่อให้ขึ้นเป็นที่ 1 ในตลาดได้มากกว่า”
สิ่งที่จะเห็นต่อไปนี้ คือ ดีแทคจะกลับมาใช้การสร้างแบรนด์ภายใต้อีโมชันแนลมาร์เกตติ้ง ผสมผสานไปกับโปรดักต์เช่นเดิม ด้วยการเข้าถึงความต้องการของลูกค้ามากขึ้น ไม่ใช่การชูในเรื่องของการเป็นเครือข่ายที่ดี หรือมีคุณภาพ ด้วยการสร้างแบรนด์ภายใต้แนวคิดที่ว่า “ทุกความรู้สึกดีๆ ต้องดีได้อีก”

http://manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9590000073718&utm_source=MadMimi&utm_medium=email&utm_content=MGR+Morning+Brief+26-7-59&utm_campaign=20160725_m133141600_MGR+Morning+Brief+26-7-59&utm_term=_E2_80_9C_E0_B8_97_E0_B8_B8_E0_B8_81_E0_B8_84_E0_B8_A7_E0_B8_B2_E0_B8_A1_E0_B8_A3_E0_B8_B9_E0_B9_89_