So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

31 กรกฎาคม 2559 ประชาชนสามารถตรวสอบเพจเก็ตโปรโมชั่นที่แต่ละคนใช้อยู่ได้ โดยกดหมายเลข *165*1#และกดโทรออก ท่านจะทราบว่าถูกคิดค่าบริการหลังจากโทรครบโปรโมชั่นแล้ว มีการคิดค่าบริการเกินจากราคาที่เงื่อนไขกำหนด โดยจะเก็บค่าโทรหลังจากนั้นนาทีละ1.50 บาท โดยเฉพาะค่าบริการอินเตอรเน็ตที่จะคิดสูงถึง 99บาทต่อ กิ๊กกะไบค์(GB) จากที่กฎหมายกำหนดให้คิดแค่26 บาทต่อกิ๊กกะไบค์เท่านั้น รวมถึงค่าบริการอื่นๆ

ประเด็นหลัก



“เมื่อศึกษา พบช่องว่างของกฎหมายที่เอาเปรียบประชาชนผู้บริโภคแล้ว เราต้องเร่งแก้ไขเพื่อรักษาผลประโยชน์ให้ส่วนรวมเพราะกรณีเกี่ยวข้องและถือเป็นการละเมิดสิทธิประชาชนที่ถูกเก็บเงินเกินกว่าเงื่อนการออกใบอนุญาตและกฎหมายกำหนด มีประชาชนถูกละเมิดนับหลายสิบล้านคน หากเปรียบเทียบสัดส่วนของหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่เปิดใช้บริการเกือบ 90ล้านหมาย โดยประชาชนสามารถตรวสอบเพจเก็ตโปรโมชั่นที่แต่ละคนใช้อยู่ได้ โดยกดหมายเลข *165*1#และกดโทรออก ท่านจะทราบว่าถูกคิดค่าบริการหลังจากโทรครบโปรโมชั่นแล้ว มีการคิดค่าบริการเกินจากราคาที่เงื่อนไขกำหนด โดยจะเก็บค่าโทรหลังจากนั้นนาทีละ1.50 บาท โดยเฉพาะค่าบริการอินเตอรเน็ตที่จะคิดสูงถึง 99บาทต่อ กิ๊กกะไบค์(GB) จากที่กฎหมายกำหนดให้คิดแค่26 บาทต่อกิ๊กกะไบค์เท่านั้น รวมถึงค่าบริการอื่นๆ” นายชาญชัย กล่าว




___________________________________________________________




เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ รองประธานคณะอนุกรรมาธิการวิสามัญศึกษากลไกปราบปรามการทุจริต สภาขับเคลื่อนเพื่อการปฎิรูปประเทศ(สปท.)กล่าวถึงความคืบหน้าในการติดตามกรณี 3บริษัทค่ายมือถือ เอไอเอส ดีแทคและทรู เก็บอัตราค่าบริการโทรศัพท์มือถือเกินกว่าข้อกำหนดในเงื่อนไขการประกวดราคา(ทีโออาร์) และประกาศของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)ว่า คณะอนุกมธ.ฯได้เชิญตัวแทนตัวแทน กสทช.มาชี้แจงถึงเรื่องดังกล่าว โดยตัวแทนกสทช.ยอมรับว่า ทั้ง3บริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือได้คิดค่าบริการจากประชาชนเกินกว่าที่หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการออกใบอนุญาตให้บริการจริง ตามที่ระบุไว้ในหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่

สำหรับกิจการโทรคมนาคมย่าน1800 MHz ข้อ20(5) รวมถึงในหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน 900 MHz หมวด 6 เงื่อนไขในการอนุญาต ในข้อ21มาตรการเพื่อสังคมและคุ้มครองผู้บริโภค(5) ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยสรุปสาระสำคัญชัดเจนคือ จะต้องคิดอัตราค่าบริการตามการใช้งานจริง แยกเป็น การบริการเสียง ห้ามเกินนาทีละ 69 สตางค์ บริการข้อความสั้น(SMS)ไม่เกิน1.15 บาท/ ข้อความ บริการข้อความมัลติมีเดีย (MMS)ไม่เกิน3.11บาท/ข้อความและบริการอินเตอร์เน็ต(Mobile Internet)ไม่เกิน 0.26 บาท/เมกกะไบค์ (MB)

นายชาญชัย กล่าวต่อว่า เรื่องนี้โดย กสทช.รับปากว่าจะเร่งออกคำสั่งให้ 3 บริษัทที่คิดเงินค่าบริการจากประชาชนผู้บริโภคเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ต้องคืนเงินส่วนต่างที่คิดเกิน กลับคืนให้ประชาชนผู้ใช้บริการทุกเลขหมาย โดยจะนำเสนอคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมให้ดำเนินการโดยด่วน เนื่องจาก กสทช.ได้ละเว้นการปฎิบ้ติหน้าที่ในการรักษาผลประโยชน์ให้ประชาชนผู้ใช้บริการมาตลอด 2ปีที่ผ่านมา บางรายต้องคืนให้นับพันบาท บางรายเป็นหมื่นบาท ซึ่งคณะอนุฯกมธ.จะติดตามความคืบหน้ากรณีนี้ทุก7วันว่า ดำเนินการคืบหน้าหรือไม่อย่างไร

“เมื่อศึกษา พบช่องว่างของกฎหมายที่เอาเปรียบประชาชนผู้บริโภคแล้ว เราต้องเร่งแก้ไขเพื่อรักษาผลประโยชน์ให้ส่วนรวมเพราะกรณีเกี่ยวข้องและถือเป็นการละเมิดสิทธิประชาชนที่ถูกเก็บเงินเกินกว่าเงื่อนการออกใบอนุญาตและกฎหมายกำหนด มีประชาชนถูกละเมิดนับหลายสิบล้านคน หากเปรียบเทียบสัดส่วนของหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่เปิดใช้บริการเกือบ 90ล้านหมาย โดยประชาชนสามารถตรวสอบเพจเก็ตโปรโมชั่นที่แต่ละคนใช้อยู่ได้ โดยกดหมายเลข *165*1#และกดโทรออก ท่านจะทราบว่าถูกคิดค่าบริการหลังจากโทรครบโปรโมชั่นแล้ว มีการคิดค่าบริการเกินจากราคาที่เงื่อนไขกำหนด โดยจะเก็บค่าโทรหลังจากนั้นนาทีละ1.50 บาท โดยเฉพาะค่าบริการอินเตอรเน็ตที่จะคิดสูงถึง 99บาทต่อ กิ๊กกะไบค์(GB) จากที่กฎหมายกำหนดให้คิดแค่26 บาทต่อกิ๊กกะไบค์เท่านั้น รวมถึงค่าบริการอื่นๆ” นายชาญชัย กล่าว


http://www.naewna.com/business/225545