So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

26 พฤษภาคม 2559 ส่วนความคืบหน้าของการที่ไมโครซอฟท์ ประกาศบริจาคเงินมูลค่ากว่า 1 พันล้านเหรียญให้แก่องค์กรไม่แสวงผลกำไร และนักวิจัยของมหาวิทยาลัยกว่า 75,000 แห่งทั่วโลกในช่วง 3 ปีข้างหน้า

ประเด็นหลัก ส่วนความคืบหน้าของการที่ไมโครซอฟท์ ประกาศบริจาคเงินมูลค่ากว่า 1 พันล้านเหรียญให้แก่องค์กรไม่แสวงผลกำไร และนักวิจัยของมหาวิทยาลัยกว่า 75,000 แห่งทั่วโลกในช่วง 3 ปีข้างหน้า สำหรับในประเทศไทย ทางไมโครซอฟท์ ได้บริจาคซอฟต์แวร์รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านเหรียญ หรือราว 70 ล้านบาท ให้แก่องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรกว่า 430 แห่ง พร้อมการฝึกอบรมแบบไม่มีค่าใช้จ่าย ___________________________________ ซีอีโอไมโครซอฟท์ ชี้ไทยยังมีโอกาสเติบโตทางเศรษฐกิจถ้าเอกชนร่วมมือกัน


ไมโครซอฟท์ มองประเทศไทยยังมีโอกาสเติบโต พร้อมอนาคตที่สดใสจากการร่วมมือกันของภาคเอกชน ล่าสุด จัดงานประชุมนักพัฒนาในไทย (Thailand Developer Day) เป็น 1 ใน 3 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หวังช่วยเปิดมุมมองนักพัฒนาในการนำเทคโนโลยีมาให้บริการเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค และก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอล
สัตยา นาเดลลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า การใช้ข้อมูลข่าวสารอย่างกว้างขวางอย่างเท่าเทียมกันเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ประเทศต่างๆ เจริญก้าวหน้า ลดความยากจน เพิ่มโอกาสทางการศึกษา เพิ่มสวัสดิการทางสังคม เพราะเมื่อประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารก็จะสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาสร้างโอกาสให้แก่แต่ละบุคคลมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นไปตามบทบาทของไมโครซอฟท์ที่จะเน้นการพัฒนาศักยภาพของคนด้วยระบบไอที ให้นำไปสู่การพัฒนาประเทศ
“จากสถานการณ์ในปัจจุบัน ประเทศไทย ถือเป็นหน้าที่ของภาคประชาชนที่จะต้องเดินหน้าต่อไปให้มากที่สุด เพราะที่ผ่านมา ก็ได้ก้าวผ่านจุดของการพัฒนาเศรษฐกิจมาได้อย่างสวยงาม แน่นอนว่า ในเชิงโครงสร้างอาจจะเป็นปัญหา แต่ว่าในระยะยาวขึ้นอยู่กับแต่ละองค์กร แต่ละกลุ่มคนที่จะใช้โอกาสจากเทคโนโลยีให้มากที่สุด ภายใต้บรรยากาศที่อาจจะไม่พร้อมมากนัก”
โดยถ้ามองในแง่ของการลงทุนเพื่อให้ประเทศพัฒนา เชื่อว่า การลงทุนทางด้านการศึกษาด้วยการสร้างโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีแก่เยาวชน ถือเป็นหนึ่งในเรื่องที่น่าสนใจมากที่สุด เพราะในระยะยาวแล้วเมื่อบุคลากรมีคุณภาพก็จะช่วยเสริมสร้างจีดีพีประเทศให้เติบโตขึ้นได้
อีกมุมมองที่น่าสนใจจากการมาเยือนประเทศไทยของสัตยา คือ การได้พบกับนักพัฒนา รวมถึงเยาวชนรุ่นใหม่ให้ความสนใจในการกลับไปพัฒนาชุมชน ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้าไปช่วยกระจายความเจริญไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ รวมถึงมุมมองของสตาร์ทอัปในประเทศไทยที่มองไปถึงตลาดทั่วโลกมากกว่าแค่การให้บริการในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นมุมมองที่ดี
สำหรับงาน Thailand Developer Day ในครั้งนี้ ต่อยอดมาจากงาน Build 2016 ที่ไมโครซอฟท์จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ที่เมืองซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา ที่จะเน้นการแนะแนวทางการพัฒนาใหม่ๆ ที่จะช่วยเพิ่มโอกาสให้แก่เหล่านักพัฒนาทั่วโลก
โดยข้อมูลที่น่าสนใจจากงานประชุมนักพัฒนา คือ การนำเสนอแพลตฟอร์ม Universal Windows ให้นักพัฒนาสามารถเข้าถึงอุปกรณ์วินโดวส์ 10 ในหลากหลายรูปแบบ ด้วยแอปพลิเคชันเดียวกันไม่ว่าจะอยู่บนอุปกรณ์รูปแบบใด รวมถึง Visual Studio ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มชั้นนำของไมโครซอฟท์สำหรับการสร้างแอปพลิชันที่สามารถผสานเข้ากับ Xamarin โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ช่วยให้นักพัฒนาสามารถส่งมอบประสบการณ์ใช้งานบนทุกแพลตฟอร์มผ่านการเขียนโปรแกรมเพียงครั้งเดียว
นอกจากนี้ ยังได้แนะนำข้อมูลของศูนย์ข้อมูลที่ไมโครซอฟท์ให้บริการครอบคลุม 30 ภูมิภาคทั่วโลก ภายใต้ ไมโครซอฟท์ อาชัวร์ และแพลตฟอร์มล่าสุด อย่าง Conversation as a Platform ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากกระบวนการสื่อสารตามธรรมชาติของมนุษย์ผนวกเข้ากับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ทำให้การพูดได้กลายเป็นเครื่องมืออันทรงพลังที่ทำให้เทคโนโลยีส่งมอบศักยภาพที่เพิ่มมากขึ้นให้แก่มนุษย์
ทั้งนี้ ภายในงานยังมีการเปิดเผยจำนวนผู้ใช้งานอุปกรณ์บนระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 10 อยู่ที่ 280 ล้านราย เพิ่มขึ้นจาก 270 ล้านรายในช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทำให้การพัฒนาแอปพลิเคชันบนแพลตฟอร์มของวินโดวส์ 10 จะเข้ามาช่วยเติมเต็มการใช้งานของผู้ใช้ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจ คือ สัตยา เคยอาศัยอยู่ในประเทศไทยเป็นระยะเวลา 5 ปี ในช่วงวัยเด็ก ซึ่งเป็นช่วงที่ได้ใช้งานคอมพิวเตอร์เป็นครั้งแรกก่อนไปเติบโตที่อินเดีย และมองว่าการมีโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตนเองสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในองค์กรไอทีขนาดใหญ่นี้ได้
นายอรพงศ์ เทียนเงิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า ในการจัดงานครั้งนี้เพื่อแสดงให้เห็นถึงมุมมองของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยที่เน้นในแง่ของ Cloud First Mobile First ที่เข้ามากระทบธุรกิจในทุกภาคส่วน จนทำให้หลายองค์กรธุรกิจต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับยุคดิจิตอลมากยิ่งขึ้น
“สิ่งที่สำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิตอลขององค์กร คือ ต้องนำไอทีมาช่วยในการเปลี่ยนแปลง เพียงแต่การนำเทคโนโลยีต้องถูกนำไปใช้งานอย่างเหมาะสมเพื่อก่อให้เกิดโอกาสทางธุรกิจ ดังนั้น งานในครั้งนี้จึงถือเป็นการแชร์มุมมองของไมโครซอฟท์ที่เป็นบริษัทผู้นำทางเทคโนโลยีว่ามีแนวคิดในการพัฒนาอย่างไรเพื่อให้นักพัฒนาประสบความสำเร็จ”
ส่วนความคืบหน้าของการที่ไมโครซอฟท์ ประกาศบริจาคเงินมูลค่ากว่า 1 พันล้านเหรียญให้แก่องค์กรไม่แสวงผลกำไร และนักวิจัยของมหาวิทยาลัยกว่า 75,000 แห่งทั่วโลกในช่วง 3 ปีข้างหน้า สำหรับในประเทศไทย ทางไมโครซอฟท์ ได้บริจาคซอฟต์แวร์รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านเหรียญ หรือราว 70 ล้านบาท ให้แก่องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรกว่า 430 แห่ง พร้อมการฝึกอบรมแบบไม่มีค่าใช้จ่าย

http://www.manager.co.th/CbizReview/ViewNews.aspx?NewsID=9590000052473