So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันพุธที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

25 พฤษภาคม 2559 ไปรษณีย์ไทยปรับตัวรับอีคอมเมิร์ซโต ได้ร่วมมือกับบริษัท ลาซาด้า (ประเทศไทย) เปิดบริการส่งของเก็บเงินปลายทาง ซึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า และภายในปีนี้ไปรษณีย์ไทยยังจะมีความร่วมมือกับธุรกิจอีคอมเมิร์ซในลักษณะนี้อีกประมาณ 2 ราย

ประเด็นหลัก




ได้ร่วมมือกับบริษัท ลาซาด้า (ประเทศไทย) เปิดบริการส่งของเก็บเงินปลายทาง ซึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า และภายในปีนี้ไปรษณีย์ไทยยังจะมีความร่วมมือกับธุรกิจอีคอมเมิร์ซในลักษณะนี้อีกประมาณ 2 ราย ส่วนการเตรียมพร้อมด้านระบบไอทีนั้น แต่ละปีจะลงทุนหลักหลาย 100 ล้านบาท





_____________________________________________




ไปรษณีย์ไทยปรับตัวรับอีคอมเมิร์ซโต | เดลินิวส์
„ไปรษณีย์ไทยปรับตัวรับอีคอมเมิร์ซโต การค้าขายออนไลน์เติบโตตามเทรนด์เทคโนโลยีดิจิตอล ผู้ให้บริการในระบบขนส่งก็ต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วด้วย วันอังคารที่ 17 พฤษภาคม 2559 เวลา 1:00 น. หมวด: ไอที คำสำคัญ: ไปรษณีย์ไทย ไอที อีคอมเมิร์ซโต ปณท เทคโนโลยี ดิจิตอล การค้าขายออนไลน์เติบโตตามเทรนด์เทคโนโลยีดิจิตอล ผู้ให้บริการในระบบขนส่งก็ต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วด้วย นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) กล่าวว่า จากการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซในประเทศไทย ทำให้ไปรษณีย์ไทยต้องพัฒนาบริการเพื่อการรองรับการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซด้วยเช่นกัน โดยบทบาทการเป็นผู้เชี่ยวชาญทุกการ ขนส่ง ซึ่งไปรษณีย์ไทยมุ่งสู่การเป็นผู้นำในธุรกิจไปรษณีย์และบริการโลจิสติกส์ที่ครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน ที่เชื่อมต่อทุกเส้นทางคมนาคมหลัก เช่น สนามบิน ท่าเรือ สถานีขนส่ง จังหวัด และชุมชนทั่วประเทศสู่ลูกค้า เป็นคลังสินค้าที่รวบรวม จัดเก็บ เพื่อกระจายไปยังเป้าหมายถือเป็นกลไกสำคัญให้เศรษฐกิจไทยแข็งแรงและแข่งขันได้ ซึ่งการเติบโตดังกล่าวทำให้รายได้จากบริการส่งพัสดุแบบธรรมดาและแบบอีเอ็มเอสของไปรษณีย์กลายเป็นรายได้หลักของไปรษณีย์ไทยตั้งแต่ปี 2557 โดยผลการดำเนินงานไตรมาส 1/59 แบ่งเป็นสัดส่วนคือกลุ่มบริการไปรษณีย์ภัณฑ์ 36.47% กลุ่มบริการขนส่งและโลจิสติกส์ 41.46% กลุ่มบริการระหว่างประเทศ 13.79% กลุ่มค้าปลีก 4.37% กลุ่มการเงิน 2.04% กลุ่มบริการอื่น ๆ 0.51% และรายได้อื่น ๆ 1.36% “ขณะนี้การส่งพัสดุทั้งแบบธรรมดาและอีเอ็มเอสทั่วประเทศสูงถึง 1 ล้านชิ้นต่อวัน จากปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 7-8 แสนชิ้นต่อวัน ซึ่งอนาคตปริมาณการส่งจะเพิ่มมากกว่า 1 ล้านชิ้นแน่นอน” โดยไปรษณีย์ไทยได้ร่วมมือกับผู้ให้บริการอีมาร์เกตเพลสต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ร้านค้าอีคอมเมิร์ซ และล่าสุด ได้ร่วมมือกับ บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการค้าขายผ่านแอพพลิเคชั่นช้อปปี้ ในการจัดส่งสินค้าที่ซื้อขายทุกพื้นที่ทั่วประเทศให้กับลูกค้าช้อปปี้ฟรี โดยช้อปปี้จะชำระค่าส่งแทนลูกค้าในอัตราไม่เกิน 40 บาทต่อชิ้น ซึ่งก่อนหน้านี้ ได้ร่วมมือกับบริษัท ลาซาด้า (ประเทศไทย) เปิดบริการส่งของเก็บเงินปลายทาง ซึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า และภายในปีนี้ไปรษณีย์ไทยยังจะมีความร่วมมือกับธุรกิจอีคอมเมิร์ซในลักษณะนี้อีกประมาณ 2 ราย ส่วนการเตรียมพร้อมด้านระบบไอทีนั้น แต่ละปีจะลงทุนหลักหลาย 100 ล้านบาท และในไตรมาส 3 นี้ จะเปิดตัวแอพพลิเคชั่นเพื่อให้ผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซรายย่อย ๆ ได้ใช้บริการง่ายขึ้น เพียงติดตั้งแอพไว้ในสมาร์ทโฟน ระบบจะคำนวณน้ำหนัก ราคา และสามารถนัดเจ้าหน้าที่ไปรับสินค้าที่บ้านได้ตามเวลาที่ระบุ ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซเติบโตได้อีกหลายเท่า และเร็ว ๆ นี้ผู้ใช้บริการจะสามารถจัดการฝากส่งได้รวดเร็วขึ้น รวมถึงปรับเส้นทางขนส่ง การันตีเวลาการนำจ่ายพัสดุให้ถึงมือผู้รับภายใน 1 วัน เพื่อให้ทันต่อความต้องการของภาคธุรกิจ ผู้บริโภคและปริมาณการฝากส่งพัสดุที่มีจำนวนมากทั่วประเทศด้วย “เราต้องพัฒนาแอพ ถ้าของเยอะก็ไม่ต้องเดินทางมาถึงที่ทำการไปรษณีย์ ผู้ประกอบการเอาเวลาไปพัฒนาสินค้าของตัวเองดีกว่ามาเสียเวลากับการเดินทางมาที่ไปรษณีย์ใกล้บ้าน ซึ่งบางวันคนเยอะก็ต้องเสียเวลาหลายชั่วโมงหรืออาจทั้งวันในกรณีของผู้ที่ส่งของเยอะ ๆ” ปัจจุบันแอพขายของมีจำนวนมาก สิ่งสำคัญคือการพัฒนาแอพให้ตอบโจทย์ลูกค้า ใช้งานง่าย และปลอดภัย.“

อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/it/397876

http://www.dailynews.co.th/it/397876