So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

22 พฤษภาคม 2559 รัฐบาลประเทศจีนเองก็สนับสนุนการพัฒนาประเทศมากมายด้านไอซีทีเรามีคนใช้บริการบรอดแบนด์FTTx ถึง 250 ล้านคน มีสถานีฐาน 4G LTE ทั่วประเทศ 2 ล้านไซต์ มีบริษัทชั้นนำด้านไอที เช่น ไป่ตู้, อาลีบาบา โดยมีไอซีทีเป็นตัวผลักดันเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโต

ประเด็นหลัก



ด้าน "เดวิด ชุน" ประธานบริหาร หัวเว่ย เทคโนโลยี ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าวว่า การตัดสินใจเปิด IHQ ในไทยมาจากหลายเหตุผล ตั้งแต่การเป็นตลาดสำคัญของหัวเว่ย นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล ทำเลที่ตั้งที่เสมือนประตูสู่อาเซียน ความชื่นชอบนวัตกรรมและเทคโนโลยีของคนไทย การสนับสนุนอย่างเต็มที่ของหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ โดยเฉพาะมาตรการทางภาษีจากบีโอไอ


"รัฐบาลประเทศจีนเองก็สนับสนุนการพัฒนาประเทศมากมายด้านไอซีทีเรามีคนใช้บริการบรอดแบนด์FTTx ถึง 250 ล้านคน มีสถานีฐาน 4G LTE ทั่วประเทศ 2 ล้านไซต์ มีบริษัทชั้นนำด้านไอที เช่น ไป่ตู้, อาลีบาบา โดยมีไอซีทีเป็นตัวผลักดันเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโต จากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่มีด้านไอซีที เราพร้อมที่จะสนับสนุนรัฐบาลในการผลักดันให้ไทยก้าวไปสู่การเป็นไอซีทีฮับของภูมิภาคนี้ โดยทำงานร่วมกับรัฐบาล ลูกค้า พันธมิตรในอุตสาหกรรมไอซีที และทุกภาคส่วนในสังคม"


____________________________






"หัวเว่ย" เปิด IHQ ย้ำเชื่อมั่นลงทุน หนุนไทยสานฝัน "ฮับไอซีทีอาเซียน"



หลังเข้ามาบุกเบิกตลาดในเมืองไทยเกือบ 20 ปี จากผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมน้องใหม่ที่แทบจะไม่อยู่ในสายตาของใคร เพราะภาพลักษณ์สินค้าแบรนด์จีนที่ยังไม่ได้รับการยอมรับนักโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมไฮเทคที่มีบิ๊กแบรนด์ระดับโลกจากฝั่งยุโรปและอเมริกาครอบครองส่วนแบ่งตลาดไปเกือบทั้งหมด

กว่าจะแทรกตัวเข้ามาและมีบทบาทในตลาดได้ว่ายากแล้วแต่ "หัวเว่ย" ทำได้ดีกว่านั้นมาก จากผู้เล่นไร้อันดับกลายมาเป็นตัวหลักในสมรภูมิธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม

8 เดือนหลังได้รับการสนับสนุนการลงทุนจากบีโอไอเมื่อ ก.ย. 2558 "หัวเว่ย" ใช้เงินลงทุน 120 ล้านเหรียญสหรัฐ เปิดสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (International Headquarter : IHQ) ที่ประเทศไทย บนชั้น 10-13 อาคารจีเอฟ ถนนวิทยุ มีพื้นที่รวม 4,380 ตารางเมตร มีพนักงาน 1,200 คน

ไม่ใช่แค่เป็น IHQ แต่ยังจะเป็นศูนย์นวัตกรรมโซลูชั่น และการเรียนรู้ระดับโลก (CSIC : Customer Solution Innovation and Integration Experience Center) ให้ผู้สนใจได้สัมผัสออกแบบพัฒนาและสร้างสรรค์โซลูชั่นและแอปพลิเคชั่นด้านไอซีที โดยรวบรวมตัวอย่างจากลูกค้า และห้องปฏิบัติการฝ่ายวิจัยและพัฒนา (R&D) ไว้กว่า 120 รายการ เช่น 4K Video, เทคโนโลยี IoT, โมบายบรอดแบนด์ และเคเบิลใต้น้ำ และยังเป็นศูนย์ฝึกอบรมแห่งใหม่ในภูมิภาคนี้ด้วย

ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดสำนักงานใหญ่ข้ามประเทศของหัวเว่ยด้วยตนเอง พร้อมกับกล่าวด้วยว่าไทยเหมาะสมที่จะเป็น IHQ ของบริษัทที่คิดจะรุกตลาดอาเซียน และประกาศเป็นนโยบายหลักในการเชิญประเทศทั้งหลายที่จะมาลงทุนในอาเซียนให้มาปักหลักที่ประเทศไทย

"ผมต้องขอบคุณในนามรัฐบาลไทยที่หัวเว่ยเชื่อมั่นในประเทศไทย ทำให้รัฐบาลมีกำลังใจเป็นอย่างยิ่งในการทุ่มเททำงานเพื่อพัฒนาประเทศ เราจะให้การสนับสนุนให้สมกับที่เลือกเรา และจะพยายามอย่างดีที่สุดที่จะไม่ให้ท่านผิดหวัง"

ดร.สมคิดยังบอกด้วยว่า ได้บอกกับ รมว.ไอซีทีว่า ต้องการให้ดึงหัวเว่ยมาเป็นพาร์ตเนอร์ของไทยในการสร้างดิจิทัลอีโคโนมีให้เกิดขึ้น เพราะหัวเว่ยเติบโตก้าวกระโดดเร็วมาก มีการลงทุนด้าน R&D มาก และครึ่งหนึ่งของบุคลากรในบริษัททำงานด้านวิจัยและพัฒนา เชื่อว่าภายในไม่กี่ปีจะก้าวไปสู่ระดับสูงมากในไอซีทีโลก

"การทำให้ดิจิทัลอีโคโนมีเกิดขึ้นได้จริงนอกจากลงทุนแล้วยังต้องมีบุคลากรด้วยหัวเว่ยมีการฝึกอบรมบุคลากรร่วมกับสถาบันการศึกษาในไทยอยู่แล้ว ซึ่งน่าจะนำมาเป็นต้นแบบที่เราจะทำร่วมกันได้ เรามาช้าแต่จะต้องก้าวกระโดด แต่รัฐบาลทำคนเดียวไม่ได้ต้องมีพาร์ตเนอร์ไทยและต่างประเทศ ซึ่งผมหมายปองหัวเว่ยไว้แล้ว และได้บอก รมว.ไอซีทีว่าให้เซ็นเอ็มโอยูเพื่อคิกออฟให้ได้ในเดือนนี้"

ด้าน "เดวิด ชุน" ประธานบริหาร หัวเว่ย เทคโนโลยี ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าวว่า การตัดสินใจเปิด IHQ ในไทยมาจากหลายเหตุผล ตั้งแต่การเป็นตลาดสำคัญของหัวเว่ย นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล ทำเลที่ตั้งที่เสมือนประตูสู่อาเซียน ความชื่นชอบนวัตกรรมและเทคโนโลยีของคนไทย การสนับสนุนอย่างเต็มที่ของหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ โดยเฉพาะมาตรการทางภาษีจากบีโอไอ

"รัฐบาลประเทศจีนเองก็สนับสนุนการพัฒนาประเทศมากมายด้านไอซีทีเรามีคนใช้บริการบรอดแบนด์FTTx ถึง 250 ล้านคน มีสถานีฐาน 4G LTE ทั่วประเทศ 2 ล้านไซต์ มีบริษัทชั้นนำด้านไอที เช่น ไป่ตู้, อาลีบาบา โดยมีไอซีทีเป็นตัวผลักดันเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโต จากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่มีด้านไอซีที เราพร้อมที่จะสนับสนุนรัฐบาลในการผลักดันให้ไทยก้าวไปสู่การเป็นไอซีทีฮับของภูมิภาคนี้ โดยทำงานร่วมกับรัฐบาล ลูกค้า พันธมิตรในอุตสาหกรรมไอซีที และทุกภาคส่วนในสังคม"

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1463379732