So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

22 พฤษภาคม 2559 หัวเว่ย เทคโนโลยี ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า หัวเว่ยดำเนินกิจการในไทยมา 19 ปี มีรายได้ที่เกิดขึ้นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ประมาณ 21,240 ล้านบาท หรือ 600 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งไทยเองมีความมั่นคงในเศรษฐกิจและทางการเมือง

ประเด็นหลัก



ด้านนายเดวิด ซุน ประธานบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า หัวเว่ยดำเนินกิจการในไทยมา 19 ปี มีรายได้ที่เกิดขึ้นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ประมาณ 21,240 ล้านบาท หรือ 600 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งไทยเองมีความมั่นคงในเศรษฐกิจและทางการเมือง


ทั้งนี้ บริษัทได้ลงทุนเป็นเงิน 424.8 ล้านบาท หรือ 12 ล้านเหรียญสหรัฐ ในการจัดตั้งสำนักงานใหญ่ พร้อมทั้งเปิดตัวศูนย์นวัตกรรมและการเรียนรู้ หรือซีเอสไอซี เพื่อใช้เป็นศูนย์จัดแสดงเทคโนโลยีให้กับผู้ที่สนใจ ลูกค้า นักลงทุน ได้เข้ามาศึกษาและแลกเปลี่ยนความรู้กัน เป็นโอกาสที่ดีที่จะให้โอเปอเรเตอร์ในภูมิภาคนี้ได้เข้ามาแลกเปลี่ยนกัน.



__________________________________







สมคิดชู'หัวเว่ย'ช่วยดึงนักลงทุน



"สมคิด" ปลื้ม หัวเว่ยตั้งสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคในไทยลงทุนกว่า 400 ล้านบาท หวังเป็นพาร์ตเนอร์ช่วยดึงนักลงทุนต่างชาติเข้ามา ด้านหัวเว่ยชี้ไทยมีเศรษฐกิจดี-การเมืองมั่นคง

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวหลังเป็นประธานเปิดสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคของบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี ว่า มีความภูมิใจเป็นอย่างมากที่หัวเว่ยได้ตัดสินใจเลือกไทย เพราะมั่นใจว่าต่อไปในอนาคตไทยจะได้เป็นศูนย์กลางของบริษัทต่างๆ ที่จะเข้ามาลงทุนในภูมิภาคนี้ ซึ่งเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าหัวเว่ยจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการเป็นพาร์ตเนอร์กับบริษัทที่ต้องการเข้ามาลงทุนในประเทศ เนื่องด้วยเป็นบริษัทที่ได้รับการยอมรับจากหลายประเทศทั่วโลก อีกทั้งการทำธุรกิจที่ผ่านมาของหัวเว่ยประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ รัฐบาลมีนโยบายที่ชัดเจนในการเชิญนักลงทุนเข้ามาเพื่อให้เกิดดิจิทัลอีโคโนมีอย่างแท้จริง โดยก้าวต่อไปหลังจากที่ไทยมีโครงสร้างด้านโทรคมนาคมที่แข็งแรงแล้ว จะสร้างอุตสาหกรรมดิจิทัลให้เกิดขึ้น หรือ คลัสเตอร์ ดิจิทัล โดยได้พูดคุยหารือกับนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที มาโดยตลอดว่า ให้เร่งดำเนินการพัฒนาคนด้วยการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่มีการเรียนการสอนด้านนี้ ให้คลัสเตอร์เกิดขึ้นเร็วที่สุด คาดว่าจะได้บทสรุปภายในสิ้นเดือนนี้ รวมถึงการจัดงานไทยแลนด์ ดิจิทัลเดย์ ที่จะมีขึ้นในช่วงปลาย พ.ค.2559 นี้

"ผมยืนยันว่า ถ้ามีโอกาสได้ไปจีน จะไปชื่นชมความสำเร็จของหัวเว่ยที่สำนักงานใหญ่แน่นอน การได้เป็นพาร์ตเนอร์กันครั้งนี้จะช่วยให้ไทยมีโอกาสที่มากขึ้นในการเข้าถึงนักลงทุน" นายสมคิดกล่าว

ด้านนายเดวิด ซุน ประธานบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า หัวเว่ยดำเนินกิจการในไทยมา 19 ปี มีรายได้ที่เกิดขึ้นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ประมาณ 21,240 ล้านบาท หรือ 600 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งไทยเองมีความมั่นคงในเศรษฐกิจและทางการเมือง

ทั้งนี้ บริษัทได้ลงทุนเป็นเงิน 424.8 ล้านบาท หรือ 12 ล้านเหรียญสหรัฐ ในการจัดตั้งสำนักงานใหญ่ พร้อมทั้งเปิดตัวศูนย์นวัตกรรมและการเรียนรู้ หรือซีเอสไอซี เพื่อใช้เป็นศูนย์จัดแสดงเทคโนโลยีให้กับผู้ที่สนใจ ลูกค้า นักลงทุน ได้เข้ามาศึกษาและแลกเปลี่ยนความรู้กัน เป็นโอกาสที่ดีที่จะให้โอเปอเรเตอร์ในภูมิภาคนี้ได้เข้ามาแลกเปลี่ยนกัน.

http://www.thaipost.net/?q=สมคิดชูหัวเว่ยช่วยดึงนักลงทุน