So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

22 พฤษภาคม 2559 โดยร่าง พ.ร.บ.กสทช.ฉบับใหม่มีสาระสำคัญคือ ปรับลดกรรมการ กสทช.จาก 11 คน เหลือ 7 คน โดย จะพิจารณาแต่เงินอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีเงื่อนไขที่คำนึงถึงประโยชน์สาธารณะและประโยชน์ที่ผู้บริโภคจะได้

ประเด็นหลัก






ลดอำนาจ "กสทช." อยู่ใต้รัฐบาล

"กสทช." ได้รับผลกระทบที่สุดจากการยกร่างกฎหมายใหม่นี้ โดยร่าง พ.ร.บ.กสทช.ฉบับใหม่มีสาระสำคัญคือ ปรับลดกรรมการ กสทช.จาก 11 คน เหลือ 7 คน ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคม ด้านวิศวกรรม กฎหมาย เศรษฐศาสตร์ การคุ้มครองผู้บริโภค โดยต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 45 ปี แต่ไม่เกิน 65 ปี ต้องเป็นหรือเคยเป็นพนักงานหน่วยงานรัฐ ตำแหน่งไม่ต่ำกว่าหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมขึ้นไป รองศาสตราจารย์ไม่น้อยกว่า 5 ปี ทหารยศตั้งแต่พลโทขึ้นไป ผู้บริหารระดับ

รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ในบริษัทมหาชน ทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 1 พันล้านบาทไม่ต่ำกว่า 3 ปี หรือมีประสบการณ์ทำงานด้านคุ้มครองผู้บริโภคไม่น้อยกว่า 10 ปี

คณะกรรมการสรรหา กสทช. 7 คนประกอบด้วย ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินและพิทักษ์สิทธิมนุษยชน และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย โดยให้สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทำหน้าที่เป็นหน่วยธุรการดำเนินการสรรหาและคัดเลือกกรรมการ โดยให้ปลัดกระทรวงนำรายชื่อผู้สมควรได้รับการคัดเลือกจำนวน 2 เท่าของกรรมการ กสทช. เสนอให้ประธานวุฒิสภา เพื่อให้วุฒิสภาลงมติคัดเลือกให้เสร็จภายใน 30 วัน

นับตั้งแต่ได้รับบัญชีรายชื่อ ก่อนแจ้งให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งต่อไปในส่วนของอำนาจหน้าที่กสทช.หลัก ๆคือ ต้องดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนโยบายที่คณะรัฐมนตรีแถลงไว้ต่อรัฐสภา รวมถึงให้อำนาจคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาเกี่ยวกับความสอดคล้องในการดำเนินงานของกสทช.กับแผนระดับชาติ ทั้งตัดอำนาจในการประสานงานเกี่ยวกับการบริหารคลื่นความถี่ทั้งในและระหว่างประเทศที่เกี่ยวกับกิจการดาวเทียมนโยบายหรือการเจรจาให้มีดาวเทียมหรือวงโคจรดาวเทียม

จัดสรรคลื่นพ่วงเงื่อนไขสาธารณะ


ขณะที่การจัดสรรคลื่นความถี่แม้จะยังใช้วิธีการประมูลแต่ในกิจการบรอดแคสต์ต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชน จะพิจารณาแต่เงินอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีเงื่อนไขที่คำนึงถึงประโยชน์สาธารณะและประโยชน์ที่ผู้บริโภคจะได้ ส่วนคลื่นด้านโทรคมนาคมจะคัดเลือกด้วยวิธีการประมูล ยกเว้นในกรณีที่คลื่นความถี่มีจำนวนไม่จำกัดหรือผู้ขอรับใบอนุญาตอาจใช้คลื่นความถี่เดียวกันกับผู้รับใบอนุญาตรายอื่นได้หรือประสงค์นำไปใช้ในกิจการบางประเภทตามที่ กสทช.กำหนดไว้






_____________________________




เปิดร่าง "กสทช." ฉบับใหม่ กรรมการ7คน-คุมเข้มใช้เงิน-ตอบโจทย์รัฐบาล



รอมาตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้ประกาศนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อ ก.ย. 2557 แต่กฎหมายหลักที่จะใช้ขับเคลื่อนอย่าง พ.ร.บ.การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ไม่ได้เข้าสู่กระบวนการ สนช.เสียที แม้ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ม.ค. 2558 จะพิจารณาหลักการแล้ว และส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาปรับปรุงอีกรอบ แต่เมื่อมีการปรับ ครม.เศรษฐกิจก็มีการรื้อกันใหม่

กระทั่งในการประชุม ครม. 19 เม.ย. 2559 จึงมีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. ... ที่ได้ทบทวนใหม่โดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบการกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) พ.ศ. ... ฉบับปรับปรุงโดยรวมข้อเสนอของสำนักงาน กสทช. และกระทรวงไอซีที จากนี้จึงจะส่งร่างทั้ง 2 ฉบับเข้ากระบวนการนิติบัญญัติของ สนช.



ลดอำนาจ "กสทช." อยู่ใต้รัฐบาล

"กสทช." ได้รับผลกระทบที่สุดจากการยกร่างกฎหมายใหม่นี้ โดยร่าง พ.ร.บ.กสทช.ฉบับใหม่มีสาระสำคัญคือ ปรับลดกรรมการ กสทช.จาก 11 คน เหลือ 7 คน ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคม ด้านวิศวกรรม กฎหมาย เศรษฐศาสตร์ การคุ้มครองผู้บริโภค โดยต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 45 ปี แต่ไม่เกิน 65 ปี ต้องเป็นหรือเคยเป็นพนักงานหน่วยงานรัฐ ตำแหน่งไม่ต่ำกว่าหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมขึ้นไป รองศาสตราจารย์ไม่น้อยกว่า 5 ปี ทหารยศตั้งแต่พลโทขึ้นไป ผู้บริหารระดับ

รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ในบริษัทมหาชน ทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 1 พันล้านบาทไม่ต่ำกว่า 3 ปี หรือมีประสบการณ์ทำงานด้านคุ้มครองผู้บริโภคไม่น้อยกว่า 10 ปี

คณะกรรมการสรรหา กสทช. 7 คนประกอบด้วย ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินและพิทักษ์สิทธิมนุษยชน และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย โดยให้สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทำหน้าที่เป็นหน่วยธุรการดำเนินการสรรหาและคัดเลือกกรรมการ โดยให้ปลัดกระทรวงนำรายชื่อผู้สมควรได้รับการคัดเลือกจำนวน 2 เท่าของกรรมการ กสทช. เสนอให้ประธานวุฒิสภา เพื่อให้วุฒิสภาลงมติคัดเลือกให้เสร็จภายใน 30 วัน

นับตั้งแต่ได้รับบัญชีรายชื่อ ก่อนแจ้งให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งต่อไปในส่วนของอำนาจหน้าที่กสทช.หลัก ๆคือ ต้องดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนโยบายที่คณะรัฐมนตรีแถลงไว้ต่อรัฐสภา รวมถึงให้อำนาจคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาเกี่ยวกับความสอดคล้องในการดำเนินงานของกสทช.กับแผนระดับชาติ ทั้งตัดอำนาจในการประสานงานเกี่ยวกับการบริหารคลื่นความถี่ทั้งในและระหว่างประเทศที่เกี่ยวกับกิจการดาวเทียมนโยบายหรือการเจรจาให้มีดาวเทียมหรือวงโคจรดาวเทียม

จัดสรรคลื่นพ่วงเงื่อนไขสาธารณะ

ขณะที่การจัดสรรคลื่นความถี่แม้จะยังใช้วิธีการประมูลแต่ในกิจการบรอดแคสต์ต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชน จะพิจารณาแต่เงินอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีเงื่อนไขที่คำนึงถึงประโยชน์สาธารณะและประโยชน์ที่ผู้บริโภคจะได้ ส่วนคลื่นด้านโทรคมนาคมจะคัดเลือกด้วยวิธีการประมูล ยกเว้นในกรณีที่คลื่นความถี่มีจำนวนไม่จำกัดหรือผู้ขอรับใบอนุญาตอาจใช้คลื่นความถี่เดียวกันกับผู้รับใบอนุญาตรายอื่นได้หรือประสงค์นำไปใช้ในกิจการบางประเภทตามที่ กสทช.กำหนดไว้

เงินประมูลเข้ากองทุนดิจิทัล

และเงินที่ได้จากประมูลคลื่น เมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้วให้นำส่งเข้ากองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม 25% ที่เหลือนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน ยกเว้นเงินที่ได้จากการประมูลคลื่นที่โดนเรียกคืน ให้นำส่งเข้ากองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.)

และในส่วนของงบประมาณตามแผน จัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึง และบริการเพื่อสังคม (USO) ให้ กสทช.โอนเงินและภารกิจให้กองทุนพัฒนาดิจิทัลฯดำเนินการแทนได้ ทั้งต้องนำส่งเงินรายได้ประจำปีของสำนักงาน 25% เข้ากองทุนพัฒนาดิจิทัลฯด้วย

ขณะที่กองทุน กทปส.ยังมีอยู่แต่เพิ่มวัตถุประสงค์ให้สนับสนุนการใช้คลื่นให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยการให้นำเงินที่ได้รับการประมูลคลื่นที่มีการเรียกคืนก่อนกำหนด ไปชดเชยให้หน่วยงานเจ้าของคลื่นเดิมได้

ส่วนการใช้เงินของกองทุนตามแผน USO หากกระทรวงการคลังเห็นว่ามีเงินเกินจำเป็นหรือหมดความจำเป็นต้องใช้ ให้นำเงินส่วนเกินเข้าเป็นรายได้แผ่นดินได้ ทั้งเปิดโอกาสให้คณะกรรมการบริหารกองทุนสามารถนำเงินกองทุนไปลงทุนได้ แต่ต้องคำนึงถึงความเสี่ยงด้วย

สตง.คุมเข้มการใช้เงิน

การปฏิบัติในสำนักงาน กสทช. ให้มีเลขาธิการ 1 คน ขึ้นตรงต่อประธานกรรมการ มีรองเลขาธิการฝ่ายนโยบาย และฝ่ายประจำตามจำนวนที่ กสทช.กำหนด โดยรองเลขาธิการฝ่ายประจำต้องแต่งตั้งจากพนักงานประจำของสำนักงาน กสทช.

การตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีของสำนักงาน กสทช. ให้คำนึงถึงความคุ้มค่า ประหยัดและประสิทธิภาพ หากรายการใดหรือโครงการใดตั้งงบประมาณไว้แล้วไม่เริ่มดำเนินการภายใน 9 เดือน ให้ยกเลิก และต้องปรับปรุงแก้ไขหรือระงับการดำเนินการตามที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แจ้งถึงการใช้จ่ายเงินหรือทรัพย์สินที่ไม่เกิดประสิทธิภาพหรือฟุ่มเฟือยเกินสมควร

ยุบ กตป.ตั้ง คกก.กำกับประเมิน

นอกจากนี้ ยังยุบคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานตาม พ.ร.บ.กสทช.ฉบับเดิม หรือ "กตป." โดยตั้งคณะกรรมการกำกับการประเมินผลการปฏิบัติงานขึ้นแทนประกอบด้วย

ผู้แทนกระทรวงการคลังเป็นประธาน ผู้แทนกระทรวงดิจิทัลฯ สำนักงานงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หน่วยละ 1 คนเป็นกรรมการ โดยได้รับค่าตอบแทนตามที่กระทรวงการคลังกำหนด จ่ายจากเงินรายได้ของสำนักงาน กสทช. และให้คณะกรรมการฯ

จัดให้มีบุคคลหรือคณะบุคคลที่เป็นอิสระ มีประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ ทำหน้าที่ประเมินผลงาน แล้วรายงานต่อคณะกรรมการอย่างน้อยปีละครั้ง และสรุปรายงานเสนอต่อรัฐสภาทราบ ทั้งแจ้งให้สำนักงาน กสทช.แก้ไขปรับปรุงการดำเนินการให้เหมาะสม

ขณะที่ในบทเฉพาะกาลของร่างกฎหมายใหม่ให้ กสทช.ชุดเดิมอยู่ในตำแหน่งจนครบวาระ (ก.ย. 2560) เว้นแต่จะมีกรรมการเหลือไม่ถึง 4 คนให้ถือว่าทั้งหมดพ้นจากตำแหน่งตามวาระทันที เช่นเดียวกับตำแหน่งรองเลขาธิการยังคงดำรงตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะพ้นตำแหน่งตามสัญญาจ้าง และถ้าเคยเป็นพนักงานประจำของสำนักงาน กสทช. เมื่อพ้นกำหนดสัญญาจ้างให้กลับมีฐานะเป็นพนักงานประจำทั้งให้หน่วยงานรัฐแต่งตั้งผู้แทนในคณะกรรมการกำกับการประเมินผลการปฏิบัติงานให้แล้วเสร็จภายใน30 วัน


http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1461563412