So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันอังคารที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2559

12 เมษายน 2559 (บทความ) ไม่ต้องถึงมือหมอ! แค่ 5 เทคนิค ต่อชีวิต 'มือถือ' เปียกน้ำ // รีไวฟ์อะโฟน (Reviveaphone) ซึ่งระบุว่าสามารถใช้ชุดซ่อมมือถือนี้เปลี่ยนอุปกรณ์ที่เสียหายจากน้ำเข้าเครื่องให้กลับมาใช้งานได้ภายใน 24 ชั่วโมง! สนนราคาประมาณ 1,000 บาท กับอุปกรณ์ช่วยกู้ชีพมือถือ

ประเด็นหลัก

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ...ว่าทุกวันนี้เรามีอุปกรณ์ซ่อมแซมมือถือที่ตกน้ำโดยเฉพาะแล้ว นวัตกรรมดังกล่าวเรียกว่า รีไวฟ์อะโฟน (Reviveaphone) ซึ่งระบุว่าสามารถใช้ชุดซ่อมมือถือนี้เปลี่ยนอุปกรณ์ที่เสียหายจากน้ำเข้าเครื่องให้กลับมาใช้งานได้ภายใน 24 ชั่วโมง! สนนราคาประมาณ 1,000 บาท กับอุปกรณ์ช่วยกู้ชีพมือถือ อาทิ ซองเพื่อเทน้ำยาและใส่มือถือลงไปแช่ ทิ้งไว้ 7 นาที เพื่อปล่อยให้น้ำยาของรีไวฟ์อะโฟนช่วยกำจัดแร่ธาตุต่างๆ ที่ปะปนอยู่ในน้ำ ซึ่งเป็นตัวการทำลายแผงวงจรมือถือ จากนั้นก็ปล่อยให้แห้งสนิทประมาณ 24 ชั่วโมง แล้วค่อยเปิดเครื่องอีกครั้ง

ออกตัวก่อนว่านี่เป็นเพียงวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น หากสามารถเปิดเครื่องได้แต่ยังไม่สามารถใช้งานได้ปกติ ก็ควรรีบส่งเข้าซ่อมโดยช่างผู้เชี่ยวชาญทันที

แต่นอกจากคำแนะนำทั้งหมดทั้งมวล เรายังมีคำแนะนำแบบตรงจุดมาให้ คือ…ไม่ต้องพกมือถือ หรือกล้อง ไปเล่นน้ำสงกรานต์เลย หากคุณไม่มีอุปกรณ์กันน้ำจำพวก ซองกันน้ำ กระเป๋ากันน้ำ หรือจะให้ดีและปลอดภัยสุดๆ ก็ควรเตรียมอุปกรณ์แบบไม่กลัวน้ำ เช่น มือถือกันน้ำ กล้องกันเปียก ไว้ใช้ในช่วงสงกรานต์ให้สบายใจดีกว่า...!



_____________________________________________






ไม่ต้องถึงมือหมอ! แค่ 5 เทคนิค ต่อชีวิต 'มือถือ' เปียกน้ำ



แนะนำ 5 วิธี ชุบชีวิตให้มือถือเปียกน้ำช่วงสงกรานต์ แค่ใช้อุปกรณ์รอบตัว ไม่ต้องเสียเงินซื้อหา แถมการันตีว่าทำได้เองทุกคน…

เมื่อเทศกาลแห่งความเปียก อับ ชื้น อย่างสงกรานต์เวียนมาถึง...! นอกจากความสนุกสนานและบรรยากาศแห่งการท่องเที่ยว แต่เชื่อไหมว่า...หลายคนต้องตกอยู่ในภาวะอารมณ์เสีย หงุดหงิด เครียด โกรธ จากความผิดพลาดในช่วงที่เกิดขึ้นจากการสาดน้ำอย่างมามันส์ในช่วงนี้ เพราะอะไรน่ะเหรอ...ก็เพราะเผลอทำมือถือเปียกน่ะสิ!!!

หากสงกรานต์ปีนี้ คุณกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ต้องอารมณ์เสียเพราะมือถือคู่ใจต้องมาเปียกน้ำแบบไม่ทันตั้งตัว ไม่ว่าจะเครื่องราคาแพง หรือราคาถูก ก็คงไม่มีใครอยากให้ข้าวของเครื่องใช้ต้องพังเสียหาย ใช่มั้ยล่ะ? แต่เอาเถอะ เมื่อถึงคราวเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันขึ้นแล้ว เรามาหาทางแก้ไขดีกว่า!

"ไทยรัฐออนไลน์" ขอเสนอ 5 เทคนิคง่ายแสนง่าย รับรองว่ากู้ชีพมือถือเครื่องโปรดของคุณได้ดังใจ แถมปลอดภัย และประหยัดเงินอย่างแน่นอนเพราะบางวิธีก็แค่ใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์ที่มีอยู่รอบตัวคุณ...



เพราะหลายคนติดมือถืองอมแงม ไม่ยอมห่าง แม้กระทั่งไปสนุกวันสงกรานต์ก็พกมือถือไปด้วย

ไม่ต้องพยายาม ปิด-เปิดเครื่อง!
สำหรับใครที่ตกอกตกใจว่ามือถือเปียกน้ำ น้ำเข้า หรือหล่นน้ำ แล้วต้องการทดสอบว่ามือถือจะยังสามารถใช้งานได้หรือไม่ คงต้องห้ามไว้ก่อน! ว่าไม่ควรพยายามเปิดๆ ปิดๆ มือถือเหล่านั้นอย่างเด็ดขาด เพราะพฤติกรรมนี้อาจทำให้เกิดไฟฟ้าช็อตได้ และหากเป็นเช่นนั้นยิ่งทำให้เครื่องได้รับความเสียหายมากขึ้นอีก

ไดร์เป่าเบาๆ ช่วยได้...
หลายคนอาจกังวลว่าความร้อนจากไดร์เป่าผมนั้นไม่เหมาะกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งนั่นก็เป็นความจริง เพียงแต่วิธีที่เราแนะนำให้คุณนี้ คือ การใช้โหมดลมเย็น นำมาเป่าเบาๆ สักพัก ไม่ใช่โหมดลมร้อนที่เป่าออกมาแรงๆ เพราะความร้อนที่ร้อนเกินไปอาจทำให้ชิ้นส่วนเล็กๆ ภายในมือถือละลายหรือเสียหายได้ จะให้ดีก็อย่าเพิ่งเปิดเครื่องนะ ให้ทดลองทำวิธีต่อๆ ไป จนมั่นใจว่าไล่ความชื้นออกได้หมดค่อยทดลองเปิดเครื่อง

ถังข้าวสาร ภูมิปัญญาก้นครัว!
เรียกว่าเป็นภูมิปัญญาจากอุปกรณ์ในครัวเรือนของจริง เพราะคุณสมบัติในการดูดความชื้นของข้าวสาร นั้นสามารถช่วยชีวิตมือถือเครื่องโปรดของคุณที่กำลังเปียกได้อย่างแน่นอน เพียงแต่คุณต้องหาถุงพลาสติก จะเป็นถุงร้อนใส่แกง หรือถุงแบบซิปล็อก ก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่ เพียงนำมือถือหย่อนลงไปในถุงและมัดปากถุง ปิดให้สนิท แล้วซุกลงไปในถังใส่ข้าวสารแบบลึกพอประมาณ ไม่ต้องถึงขนาดดันไปก้นถังหรือใส่เข้าไปลึกสุดแขนหรอกนะ ทิ้งไว้ซัก 2-3 ชั่วโมง แล้วค่อยลองเปิดเครื่องอีกครั้ง



ใส่อุปกรณ์ป้องกันสักหน่อย จะซองกันน้ำ เคสกันเปียก ก็หาซื้อได้ง่ายดายในปัจจุบัน

ไมโครเวฟ ช่วยไล่น้ำ?
อย่าเห็นว่าอุปกรณ์ให้ความร้อนจะสามารถนำมาใช้ไล่ความชื้นออกจากมือถือ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้เสมอไป เพราะเราไม่แนะนำให้คุณจับมือถือใส่ไมโครเวฟ หรือใส่ทิ้งไว้ในรถที่จอดอยู่กลางแดด เพราะทั้ง 2 วิธีนี้ถือเป็นชนวนระเบิดดีๆ ให้มือถือนั่นเอง อย่าลืมว่านอกจากความร้อน (ที่ร้อนจัด ร้อนเกินไป) อาจสร้างความเสียหายให้มือถือแล้ว ยังอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรง เช่น แบตเตอรี่มือถือร้อนจนระเบิด หรือ ชิ้นส่วนละลายจนไม่สามารถใช้งานได้อีก โดยเฉพาะแสงแดดอันร้อนแรงในช่วงนี้ ดูแล้วน่าจะร้อนเกินไปสำหรับการตากมือถือเพื่อไล่ความชื้น

ใช้อุปกรณ์เฉพาะ
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ...ว่าทุกวันนี้เรามีอุปกรณ์ซ่อมแซมมือถือที่ตกน้ำโดยเฉพาะแล้ว นวัตกรรมดังกล่าวเรียกว่า รีไวฟ์อะโฟน (Reviveaphone) ซึ่งระบุว่าสามารถใช้ชุดซ่อมมือถือนี้เปลี่ยนอุปกรณ์ที่เสียหายจากน้ำเข้าเครื่องให้กลับมาใช้งานได้ภายใน 24 ชั่วโมง! สนนราคาประมาณ 1,000 บาท กับอุปกรณ์ช่วยกู้ชีพมือถือ อาทิ ซองเพื่อเทน้ำยาและใส่มือถือลงไปแช่ ทิ้งไว้ 7 นาที เพื่อปล่อยให้น้ำยาของรีไวฟ์อะโฟนช่วยกำจัดแร่ธาตุต่างๆ ที่ปะปนอยู่ในน้ำ ซึ่งเป็นตัวการทำลายแผงวงจรมือถือ จากนั้นก็ปล่อยให้แห้งสนิทประมาณ 24 ชั่วโมง แล้วค่อยเปิดเครื่องอีกครั้ง

ออกตัวก่อนว่านี่เป็นเพียงวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น หากสามารถเปิดเครื่องได้แต่ยังไม่สามารถใช้งานได้ปกติ ก็ควรรีบส่งเข้าซ่อมโดยช่างผู้เชี่ยวชาญทันที

แต่นอกจากคำแนะนำทั้งหมดทั้งมวล เรายังมีคำแนะนำแบบตรงจุดมาให้ คือ…ไม่ต้องพกมือถือ หรือกล้อง ไปเล่นน้ำสงกรานต์เลย หากคุณไม่มีอุปกรณ์กันน้ำจำพวก ซองกันน้ำ กระเป๋ากันน้ำ หรือจะให้ดีและปลอดภัยสุดๆ ก็ควรเตรียมอุปกรณ์แบบไม่กลัวน้ำ เช่น มือถือกันน้ำ กล้องกันเปียก ไว้ใช้ในช่วงสงกรานต์ให้สบายใจดีกว่า...!


http://www.thairath.co.th/content/604072