So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันพุธที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2559

06 เมษายน 2559 ไอ-โมบาย วางงบลงทุนในการปรับปรุงหน้าร้านไว้ 150-200 ล้านบาท เพื่อเปลี่ยนสาขาไอ-โมบายเดิม 28 สาขา ให้เข้าสู่คอนเซ็ปต์ใหม่ คือ “Open Shop” เปิดตัว OPEN SIM by i-mobile

ประเด็นหลัก

OPEN SIM by i-mobile เป็นซิมแบบเติมเงิน สามารถซื้อและลงทะเบียน ณ จุดขาย หรือตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ใส่ซิม เปิดเครื่อง แล้วเริ่มใช้งานได้ทันที เติมเงินผ่าน ATM / Internet Banking เติมเงินออนไลน์ เริ่มต้นที่10 บาท ได้ที่ ตู้เติมเงินบุญเติม บัตรเติมเงิน เริ่มต้นที่ 50 บาท

โปรโมชั่นเติมเงินมี 3 แบบ โปรหลัก โปรเสริม และโปรพร้อมเครื่อง i-mobile



โปรคล้ายกับของเพนกวิน โดยซิมโอเพ่น โทรทุกเครือข่าย 1 สต./วินาที 25 สต./MB ได้สปีดเต็มๆ 42 Mbps จ่ายสูงสุด 20 บาท/วัน อัตราการคิดค่าบริการ Data คิดตามจริงสูงสุด 20 บาท (80 MB) ที่ความเร็ว 42 Mbps หลังใช้งาน Data ครบ 20 บาท สามารถใช้งานต่อได้โดยไม่คิดค่าบริการที่ความเร็ว 1024 Kbps ราคาซิม 49 บาท (ฟรี 15 บาท ใช้ได้ 30 วัน) ส่ง SMS ถึงกัน 2.00 บาท/ข้อความ/หมายเลข โปรเหมือนเพนกวินเด๊ะๆ คือ เน็ต 7 วัน 100 บาท 30 วัน 300 บาท ไม่รวมแวด







_______________________________________________






ไอ-โมบาย ปรับโครงสร้างใหญ่ เสริมธุรกิจบริการเพิ่มรายได้

 ไอ-โมบาย ปรับโครงสร้างใหญ่ เสริมธุรกิจบริการเพิ่มรายได้

        “ไอ-โมบาย” ปรับแผนธุรกิจ ลุยธุรกิจบริการมากขึ้น เชื่อสามารถสร้างรายได้ระยาวให้แก่กลุ่มทะลุ 1.5 หมื่นล้านบาทภายใน 3 ปีข้างหน้า ด้วยสัดส่วนรายได้ระหว่างการจำหน่ายมือถือ และบริการที่ 50% ต่อ 50% ส่วนในปีนี้ตั้งเป้ารายได้ 8,000 ล้านบาท ด้วยสัดส่วน 80% ต่อ 20%
     
       นายจักรกฤช จารุจินดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากสภาพการแข่งขันในตลาดโทรศัพท์มือถือที่โอเปอเรเตอร์ทำสงครามราคากันในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เชื่อว่าปีนี้จำนวนยอดขายโทรศัพท์น่าจะไม่เติบโตเหมือนปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ไอ-โมบาย จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างในการทำตลาด เพื่อที่จะรุกไปยังธุรกิจงานบริการมากยิ่งขึ้น เพื่อมาเสริมรายได้ให้กับกลุ่มธุรกิจนี้
     
       การปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ของไอ-โมบาย จะมีการแยกสายงานธุรกิจออกเป็นกลุ่มมือถือ (Mobile) และไม่ใช่มือถือ (Non Mobile) เพื่อที่จะปรับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้เข้าสู่การบริการมากขึ้น รวมถึงการจัดจำหน่ายสินค้าไอทีที่เป็นอุปกรณ์เสริมเพิ่มเติม โดยตั้งเป้ารายได้ในปีนี้ไว้ที่ 8,000 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมา อยู่ที่ราว 7,000 ล้านบาท
     
       “สัดส่วนรายได้จากธุรกิจมือถือในปีนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ 80% หรือคิดเป็น 6,500 ล้านบาท และธุรกิจไม่ใช่มือถือ 20% หรือคิดเป็นรายได้ราว 1,500 ล้านบาท ขณะที่แผนระยะยาว 3-5 ปีข้างหน้าคาดว่าสัดส่วนรายได้ระหว่างทั้ง 2 กลุ่มจะขึ้นมาใกล้เคียงกันที่ 50% จากรายได้รวมประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท”
     
       เบื้องต้น ไอ-โมบาย วางงบลงทุนในการปรับปรุงหน้าร้านไว้ 150-200 ล้านบาท เพื่อเปลี่ยนสาขาไอ-โมบายเดิม 28 สาขา ให้เข้าสู่คอนเซ็ปต์ใหม่ คือ “Open Shop” ที่จะเพิ่มบริการอื่นๆ นอกเหนือจากการจำหน่ายสมาร์ทโฟน อุปกรณ์เชื่อมต่อระบบเครือข่าย (O’Life), มีทั้งส่วนที่รับชำระค่าสินค้า และบริการ (O’Pay), ตู้เติมเงิน (O’Top Up), ยังมีบริการซ่อมโทรศัพท์มือถือ (O’Fix) ซัมซุง และไอโฟน ที่เน้นในเรื่องความรวดเร็ว และตรงต่อเวลา ก่อนจะขยายไปยังแบรนด์หัวเว่ย และเหม่ยซู่ในอนาคต, ร้านกาแฟ (O’Cafe) และร้านจำหน่ายสินค้ากีฬา (O’Sport & Health and Smart Home)
     
       “เป้าหมายในปีนี้ คือ การขยายร้าน Open ให้เป็น 30 สาขา โดยจะมีทั้งการปรับปรุงหน้าร้านเดิม 28 สาขา ที่อาจจะมีการย้ายสถานที่ และการหาสถานที่ใหม่ในแต่ละภาค โดยจะมีการตั้งตัวแทนเข้าไปรุกตลาดในแต่ละภูมิภาค เพื่อให้ครอบคลุมการให้บริการทั่วประเทศ”
     
       โดยแผนการขยายหน้าร้านดังกล่าวจะใช้กลยุทธ์ COCO (Company Own Company Operate) ก่อนในช่วงแรก เพื่อรักษาคุณภาพ และสร้างภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์ ก่อนจะเปิดขายเฟรนไชน์ให้รูปร้านใหม่ไปด้วย ทำให้คาดว่าในสิ้นปีจะมีทั้งส่วนที่บริษัทบริหารจัดการ และผ่านตัวแทนกว่า 50 สาขาทั่วประเทศ
     
       นางสุกัญญา วนิชจักร์วงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูลเสริมว่า ก่อนหน้านี้ ไอ-โมบาย จะทำตลาดกระจายตัวครอบคลุมหลายๆ ตลาด จากจำนวนสมาร์ทโฟน 47 รุ่นในปีที่ผ่านมา ซึ่งจะเหลือ 10 รุ่นในปีนี้ โดยจะมีระดับราคาไม่เกิน 7,000 บาท
     
       โดยมีแผนที่จะวางจำหน่ายโทรศัพท์รุ่นใหม่อีก 5 รุ่น ในช่วงหลังจากไตรมาส 2 ที่จะมีทั้งส่วนที่เป็นสมาร์ทโฟน ที่จะขยับระดับราคาเฉลี่ยเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ราว 4,000-5,000 บาท จากเดิมราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 2,000 บาท และอีกกลุ่ม คือ ฟีเจอร์โฟนสำหรับผู้สูงอายุ
     
       ส่วนในธุรกิจ MVNO ทางสามารถจะเปิดตัวซิม Open ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2559 ที่จะทำโปรโมชันด้วยการแถมไปกับโทรศัพท์ และยังรวมถึงการนำซิมไปใช้กับอุปกรณ์ IoT ต่างๆ อย่างการที่กลุ่มสามารถมีธุรกิจมิเตอร์ไฟฟ้า ก็สามารถนำซิมการ์ดไปใช้งานกับมิเตอร์เพื่อใช้ในการแจ้งข้อมูลการใช้งานไฟฟ้าในบ้าน หรือนำไปใช้กับอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยต่างๆ
     
       สำหรับธุรกิจบริการที่แต่เดิมมีธุรกิจส่วนข้อมูลอย่าง Bug, EDT และ i-Sport ก็จะเพิ่มในส่วนของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ในการนำผลิตภัณฑ์อย่าง Thailandmall ที่จะเจาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ, WappWapp เจาะกลุ่มลูกค้าในประเทศ, SME Siam Thailand Check-in รวมถึงการที่กลุ่มสามารถเข้าไปซื้อ Phoinikas ที่เชี่ยวชาญในธุรกิจโฆษณาดิจิตอล เข้ามาช่วยเสริมการทำตลาดให้ครบวงจร

http://manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9590000034621


_________________________________________


ซิมโอเพ่น (OPEN SIM by i-mobile) MVNO รายใหม่ บนเครือข่าย CAT 850MHz

หลังจากที่ไตรมาสแรก ซิมเพนกวิน สร้างความฮือฮาให้กับตลาดด้วย MVNO คลื่น 850MHz จาก CAT ด้วยความเร็ว 512Kbps คนแรกๆได้ 1Mbps พอขึ้นไตรมาสที่ 2 ทาง i-mobile ซึ่งเคยให้บริการภายใต้ MVNO คลื่น 2100MHz โดย TOT ก็ได้หันมาจับตลาด MVNO คลื่น 850MHz ภายใต้แบรนด์ ซิมโอเพ่น บนความเร็วสูงสุด 42Mbps

หลายคนฮือฮากับ ซิมเพนพวิน เพราะใช้เน็ตได้เท่าไหรก็ได้ ภายใต้ ความเร็วที่จำกัดไว้ที่ 512Kbps กับกระแสเปิดตัวที่แรงมากเพราะ 10,000 ซิมแรกของแต่ละจังหวัด ได้ความเร็วที่ 1Mbps (ผู้เขียนก็ใช้อยู่เช่นกัน)



ทาง ซิมโอเพ่น  ได้ให้ความรู้ MVNO = Mobile Virtual Network Operator เป็นธุรกิจให้บริการเครือข่ายมือถือ โดยแต่ละบริษัทฯ ที่ทำธุรกิจ MVNO จะไม่มีเครือข่ายของตนเอง แบบค่ายมือถือรายใหญ่ แต่จะใช้เครือข่าย หรือ NETWORK ของ CAT หรือ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)



โดยชื่อทางการตลาดคือ OPEN SIM by i-mobile เป็นSIM น้องใหม่ ทำการตลาดโดย บริษัทสามารถไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน) บนเครือข่าย CAT หรือ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) โดยสัญญาณ ใช้บนคลื่นความถี่ 850 MHz มีสถานีฐาน ครอบคลุมมากถึง 14,000 สถานี ผู้ใช้จะต้องใช้เครื่องที่รองรับ 3G 850MHz



OPEN SIM by i-mobile เป็นซิมแบบเติมเงิน สามารถซื้อและลงทะเบียน ณ จุดขาย หรือตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ใส่ซิม เปิดเครื่อง แล้วเริ่มใช้งานได้ทันที เติมเงินผ่าน ATM / Internet Banking เติมเงินออนไลน์ เริ่มต้นที่10 บาท ได้ที่ ตู้เติมเงินบุญเติม บัตรเติมเงิน เริ่มต้นที่ 50 บาท

โปรโมชั่นเติมเงินมี 3 แบบ โปรหลัก โปรเสริม และโปรพร้อมเครื่อง i-mobile



โปรคล้ายกับของเพนกวิน โดยซิมโอเพ่น โทรทุกเครือข่าย 1 สต./วินาที 25 สต./MB ได้สปีดเต็มๆ 42 Mbps จ่ายสูงสุด 20 บาท/วัน อัตราการคิดค่าบริการ Data คิดตามจริงสูงสุด 20 บาท (80 MB) ที่ความเร็ว 42 Mbps หลังใช้งาน Data ครบ 20 บาท สามารถใช้งานต่อได้โดยไม่คิดค่าบริการที่ความเร็ว 1024 Kbps ราคาซิม 49 บาท (ฟรี 15 บาท ใช้ได้ 30 วัน) ส่ง SMS ถึงกัน 2.00 บาท/ข้อความ/หมายเลข โปรเหมือนเพนกวินเด๊ะๆ คือ เน็ต 7 วัน 100 บาท 30 วัน 300 บาท ไม่รวมแวด



โปรพวกนี้ เหมือนกันอย่างนึงคือ โปรหลัก คิดเม็กละ 25 สตางค์ ถ้าไม่สมัครก็ใช้งานได้ไม่เกินวันละ 20 บาท แต่ถ้าสมัคร ก็ใช้ไม่อั้น 7 วัน หรือ 30 วัน ตามที่เราสมัคร รายละเอียด



ส่วนโปรพร้อมเครื่อง มีค่าโทรให้ 4,000 บาท (200 บาท 20 เดือน) มีโปรโมชั่นกับ i-mobile i-STYLE 811, 211, 219

ดูรายละเอียด

OPEN call center 02-576-5599

www.OPEN-SIM.com

Facebook : ซิมโอเพ่น


http://www.adslthailand.com/post/ซิมโอเพ่น-open-sim-by-i-mobile-%E2%80%8B-mvno-รายใหม่-บนเครือข่าย-cat-850mhz

_____________________________________


รับดิจิตอลไลฟ์สไตล์ ไอโมบายปรับธุรกิจ สร้างภาพลักษณ์ใหม่ ไฮเทคตอบโจทย์



สามารถ ไอ-โมบาย ลงทุน 300 ล้านบาท ปรับภาพลักษณ์ใหม่ให้แบรนด์ เปลี่ยนช็อปทันสมัยภายใต้แนวคิด Open Shop รวมสินค้าและบริการครบที่เดียว พร้อมผุดไอเดียอีคอมเมิร์ซ สร้างเว็บตอบโจทย์นักช็อปออนไลน์ทั้งไทยและต่างชาติ...

นายจักรกฤช จารุจินดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย จำกัด จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในปัจจุบันที่นิยมใช้งานสมาร์ทโฟนและแอพพลิเคชั่นเพื่ออำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน บริษัทจึงนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ เพื่อตอบสนองความพฤติกรรมการใช้งานดังกล่าว และดำเนินการปรับโครงสร้างธุรกิจออกเป็น 2 ระเภทหลัก คือ โมบายล์ บิสสิเนส (Mobile Business) และนอน โมบายล์ บิสสิเนส (Non Mobile Business) โดยกลุ่มโมบายล์ บิสสิเนสนั้นจะเน้นการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคด้วยผลิตภัณฑ์ที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายและตรงใจ ส่วนนอน โมบายล์ บิสสิเนสนั้น จะเป็นธุรกิจที่ไม่ใช่มือถือแต่จะตอบโจทย์ความต้องการใช้งานด้านดิจิตอล คอมเมิร์ซ และคอนเทนต์ รวมถึงการเปิดตัวสายธุรกิจใหม่เพิ่มเติม

"จากแนวทางเข้าสู่ยุคเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงค์ (IoT) บริษัทจึงมีแนวคิดพัฒนารูปแบบสินค้าและบริการให้รองรับความต้องการดังกล่าว ภายใต้แนวคิดที่เรียกว่าโอเพ่น (Open) ด้วยการสร้างรายได้ในรูปแบบต่างๆ โดยตั้งเป้ารายได้ในปีนี้ไว้ที่ 8,000 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากกลุ่มมือถือ 6,500 ล้านบาท และกลุ่มไม่ใช่มือถือ 1,500 ล้านบาท"

สำหรับรูปแบบธุรกิจในปีนี้ แบ่งออกเป็น Open Shop ธุรกิจค้าปลีกที่เป็นร้านค้าไลฟ์สไตล์จำหน่ายมือถือ แก็ตเจ็ต อุปกรณ์เชื่อมต่อเครือข่าย และอุปกรณ์ติดตัวแบรนด์ O’Life โดยภายในร้านดังกล่าวยังให้บริการอื่นๆ อาทิ O’Fix ศูนย์ซ่อมมือถือซึ่งรับซ่อมแซมมือถือทุกแบรนด์ , O’Pay ศูนย์รับชำระบิลทุกประเภท , O’Top Up ตู้เติมเงินเพื่ออำนายความสะดวก , O’Cafe จำหน่ายกาแฟและเครื่องดื่มสุขภาพ , O’Sport & Health and Smart Home จำหน่ายสินค้ากีฬาและสุขภาพ ซึ่งบริษัทตั้งเป้าปรับร้านไอ-โมบาย เดิม 28 สาขา ให้เป็นร้าน Open Shop รูปแบบใหม่ภายในสิ้นปีนี้ จากปัจจุบันที่มีสาขาแรก ณ อาคารซอฟต์แวร์ปาร์ค ถนนแจ้งวัฒนะ

นอกจากนี้ บริษัทยังได้เปิดตัวสายธุรกิจใหม่ด้านอีคอมเมิร์ซ ได้แก่ เว็บไซต์ Thailandmall แหล่งช็อปปิ้งเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ , WappWapp ตอบสนองทุกความต้องการของผู้บริโภคทั้งด้านการกิน ความบันเทิงในทุกไลฟ์สไตล์ , Thailand Check-in บริการช่วยเหลือนักท่องเที่ยว เป็นต้น ขณะเดียวกัน บริษัทได้เข้าซื้อกิจการจาก Phoinikas ที่ทำธุรกิจด้านดิจิตอล มาร์เก็ตติ้ง เพื่อขยายธุรกิจด้านดิจิตอล คอมเมิร์ซให้ครบวงจร และในช่วงต้นเดือนเมษายนนี้ บริษัทจะมีการเปิดตัวบริการ Open MVNO ภายใต้ความร่วมมือกับบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT อีกด้วย

"เราใช้งบลงทุนกว่า 300 ล้านบาท เพื่อปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของแบรนด์และขยายธุรกิจ โดยเชื่อว่าภายใน 3 ปีจากนี้ บริษัทจะสามารถสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 15,000 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากกลุ่มมือถือ 50% กลุ่มที่ไม่ใช่มือถือ 50% แม้ว่าปัจจุบันรายได้จากกลุ่มธุรกิจมือถือจะปรับลดลงจากเดิมที่ 7,000 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา เนื่องจากโอเปอเรเตอร์มีการทำตลาดอย่างหนักในกลุ่มมือถือราคาระดับล่าง แต่เชื่อว่ากลยุทธ์การทำตลาดมือถือที่บริษัทจะให้ความสำคัญกับสมาร์ทโฟนราคาระดับกลาง หรือไม่เกิน 7,000 บาทนั้น จะทำให้บริษัทมีรายได้ตามเป้าหมายอย่างแน่นอน ซึ่งบริษัทจะทยอยเปิดตัวสมาร์ทโฟนออกสู่ตลาดราว 10 รุ่นในปีนี้ จากปีก่อนหน้าที่เปิดตัวไปแล้วกว่า 45-47 รุ่น เพื่อรองรับการมาของทีวีดิจิตอล".

http://www.thairath.co.th/content/601082