So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันจันทร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2559

14 มีนาคม 2559 AIT ขยายไลน์ธุรกิจรุกให้บริการดาต้า เซ็นเตอร์ และคลาวด์ รับแนวโน้มเทคโนโลยี และพฤติกรรมการใช้งานด้านอินเทอร์เน็ตของลูกค้าที่เปลี่ยนไป

ประเด็นหลัก




AIT ขยายไลน์ธุรกิจรุกให้บริการดาต้า เซ็นเตอร์ และคลาวด์ รับแนวโน้มเทคโนโลยี และพฤติกรรมการใช้งานด้านอินเทอร์เน็ตของลูกค้าที่เปลี่ยนไป หวังสร้างความมั่นคงด้านรายได้ระยะยาว ชี้แนวโน้มงานประมูลจากภาครัฐฟื้นตัวดีขึ้น คาดช่วยดันภาพรวมรายได้ปีนี้เติบโต 10% พร้อมยกเครื่ององค์กรปรับโฉมสู่ Smart Company เต็มรูปแบบ

นายศิริพงษ์ อุ่นทรพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AIT ผู้นำในธุรกิจบริการออกแบบ และรับเหมาวางระบบโครงข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทมีแผนการสร้างความมั่นคงทางรายได้ต่อเนื่องจากปี 2558 ด้วยการขยายการลงทุนทั้งใน และต่างประเทศ นอกเหนือจากการขยายฐานลูกค้าของธุรกิจ SI ที่ขายในรูปแบบของโครงการ ซึ่งบริษัทมีแผนเข้าสู่การให้บริการศูนย์ดาต้า เซ็นเตอร์ และคลาวด์ เพื่อรองรับเทคโนโลยีที่ก้าวเข้าสู่ Internet of Thing (IoT) ที่ปัจจุบันกลุ่มผู้ใช้งานสามารถใช้อุปกรณ์สื่อสารที่มีความหลากหลายทั้งจากโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เพื่อสื่อสารระหว่างกัน และแสดงผลในรูปแบบแอปพลิเคชันได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น


_______________________________________



AIT ลุยให้บริการ “ดาต้า เซ็นเตอร์-คลาวด์”


AIT ขยายไลน์ธุรกิจรุกให้บริการดาต้า เซ็นเตอร์ และคลาวด์ รับแนวโน้มเทคโนโลยี และพฤติกรรมการใช้งานด้านอินเทอร์เน็ตของลูกค้าที่เปลี่ยนไป หวังสร้างความมั่นคงด้านรายได้ระยะยาว ชี้แนวโน้มงานประมูลจากภาครัฐฟื้นตัวดีขึ้น คาดช่วยดันภาพรวมรายได้ปีนี้เติบโต 10% พร้อมยกเครื่ององค์กรปรับโฉมสู่ Smart Company เต็มรูปแบบ
นายศิริพงษ์ อุ่นทรพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AIT ผู้นำในธุรกิจบริการออกแบบ และรับเหมาวางระบบโครงข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทมีแผนการสร้างความมั่นคงทางรายได้ต่อเนื่องจากปี 2558 ด้วยการขยายการลงทุนทั้งใน และต่างประเทศ นอกเหนือจากการขยายฐานลูกค้าของธุรกิจ SI ที่ขายในรูปแบบของโครงการ ซึ่งบริษัทมีแผนเข้าสู่การให้บริการศูนย์ดาต้า เซ็นเตอร์ และคลาวด์ เพื่อรองรับเทคโนโลยีที่ก้าวเข้าสู่ Internet of Thing (IoT) ที่ปัจจุบันกลุ่มผู้ใช้งานสามารถใช้อุปกรณ์สื่อสารที่มีความหลากหลายทั้งจากโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เพื่อสื่อสารระหว่างกัน และแสดงผลในรูปแบบแอปพลิเคชันได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น
ดังนั้น จึงส่งผลต่อพฤติกรรมการใช้งานด้านอินเทอร์เน็ตของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงกลุ่มองค์กรภาครัฐ และเอกชน ที่มีความจำเป็นต้องใช้ระบบไอทีในการเป็นศูนย์ข้อมูล (Disaster Recovery Center) และจัดเก็บฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อนำมาใช้วิเคราะห์ ติดต่อสื่อสาร และจัดทำข้อมูลเพื่อนำเสนอสินค้า และบริการไปยังลูกค้าผ่านโลกออนไลน์ ทำให้หลายองค์กรมีความจำเป็นต้องบริหารจัดการด้านข้อมูลให้มีประสิทธิภาพ และนำมาสู่ความต้องการพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลผ่านดาต้า เซ็นเตอร์ที่เพิ่มสูงขึ้น และการประมวลผลข้อมูลที่รวดเร็วขึ้นด้วย
ขณะเดียวกัน บริษัทพบว่า ยังมีกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่มีความต้องการใช้ดาต้า เซ็นเตอร์ เพื่อลดต้นทุนด้านไอทีลง และสร้างขีดความสามารถการแข่งขันทางธุรกิจด้วยเช่นกัน ดังนั้น AIT จึงเห็นโอกาสการรุกขยายธุรกิจดาต้า เซ็นเตอร์ และคลาวด์ เพื่อให้บริการแก่ลูกค้ากลุ่มนี้ โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ภายในปลายปีนี้ ซึ่งการลงทุนดังกล่าวจะทำให้ AIT สามารถต่อยอดการให้บริการสู่ธุรกิจ Cloud Service เพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้งานทั้งรายย่อย และรายใหญ่ได้อีกด้วย
“เรามีเป้าหมายที่ต้องการสร้างความมั่นคงด้านรายได้ในระยะยาวด้วยการลงทุนในธุรกิจบริการ และการขยายฐานกลุ่มลูกค้าไปยังบริษัทองค์กรภาคเอกชนให้มากขึ้น จึงมุ่งขยายเข้าสู่ธุรกิจการให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร โดยเริ่มต้นจากธุรกิจดาต้า เซ็นเตอร์ และคลาวด์ ซึ่งถือเป็นเทรนด์ที่ผู้บริโภค และองค์กรภาคเอกชนทั่วโลก ซึ่งรวมถึงประเทศไทยที่ต้องการเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงทรัพยากรทางด้านไอที และเพิ่มความรวดเร็วในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจขององค์กร และการให้บริการแก่ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงการก้าวสู่เข้าสู่สังคมดิจิตอลเต็มรูปแบบของประเทศไทยในอนาคต”
ส่วนธุรกิจหลักด้าน SI หรืองานวางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารนั้น บริษัทประเมินว่า ในปีนี้การประมูลงานจะเริ่มฟื้นตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น หลังจากภาครัฐมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในด้านต่างๆ ผ่านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการลงทุนด้านไอซีที เพื่อผลักดันเศรษฐกิจไทยก้าวสู่ Digital Economy ซึ่งจะทำให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชนเกิดการลงทุนด้านไอทีเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าจะมีมูลค่าการลงทุนด้านไอทีเกิดขึ้นรวมกว่า 40,000 ล้านบาท จากงานโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีของภาครัฐ เช่น โครงการลงทุนขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศสู่การเป็นอาเซียนดิจิตอลฮับของรัฐบาล เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมของไทย พร้อมทั้งโครงการด้านระบบ ERP ของรัฐวิสาหกิจต่างๆ ที่มีความจำเป็นอยู่อีกหลายโครงการ ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการในปีนี้ นอกจากนั้น ยังมีการลงทุนด้านไอซีทีที่แฝงอยู่ในโครงการสร้าง และขยายระบบขนส่งคมนาคมต่างๆ อีกจำนวนไม่น้อย ซึ่งบริษัทให้ความสนใจเข้าร่วมประมูลด้วยคาดว่าจะช่วยดันภาพรวมรายได้ปีนี้เติบโต 10%
ขณะเดียวกัน บริษัทยังเห็นว่าการเจริญเติบโตอย่างแข็งแรง มั่นคง และยั่งยืนขององค์กรต่างๆ ในยุคโลกาภิวัตน์ ที่นับวันจะทวีความรุนแรงด้านการแข่งขันขึ้นทุกวัน องค์กรจำเป็นต้องพัฒนาให้มีประสิทธิภาพเพื่อสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง โดย AIT อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบเทคโนโลยี และระบบการดำเนินงานภายในเพื่อให้เป็น Digital Company พร้อมทั้งพัฒนาบุคลากรทุกคนของ AIT ให้มีความเป็นมืออาชีพ โดยมีเป้าหมายต้องการให้ AIT ก้าวไปสู่ Smart Company ภายในอีก 3 ปีข้างหน้า

http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9590000019886&utm_source=MadMimi&utm_medium=email&utm_content=MGR+Morning+Brief+25-2-59&utm_campaign=20160224_m129950849_MGR+Morning+Brief+25-2-59&utm_term=AIT+_E0_B8_A5_E0_B8_B8_E0_B8_A2_E0_B9_83_E0_B8_AB_E0_B9_89_E0_B8_9A_E0_B8_A3_E0_B8_B4_E0_B8_81_E0_B8