So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

08 กุมภาพันธ์ 2559 TG PHONE ได้รับการแต่งตั้งจากผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือ " Samsung " ให้เป็นผู้ดูแลการค้าส่งในพื้นที่กรุงเทพฯทั้งหมด โดยรับหน้าที่ในการบริหารสต๊อก และกระจายสินค้าไปยังคู่ค้าของซัมซุงทุกรายในกรุงเทพฯ

ประเด็นหลัก





"ธุรกิจขายมือถือเปลี่ยนไปเยอะมากถ้าเรายังอยู่แบบเดิมซื้อมาขายไปคงอยู่ลำบากเพราะมีสินค้าในมือเยอะมีสาขามากกว่า 170 แห่งต้องปรับการบริหารจัดการภายในองค์กรให้สอดคล้องกับสภาพที่เปลี่ยนไป ตั้งแต่ปี 2557 ก็ปรับมาเรื่อย ซึ่งในส่วนคลังสินค้าและการกระจายสินค้าจะเริ่มในต้นปีนี้"

นอกจากนี้ บริษัทเตรียมปรับโฉมเว็บไซต์ และแอปพลิเคชั่นเพื่อขายผ่านช่องทางออนไลน์เต็มตัว หลังจากจะดำเนินการมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้วแต่ล่าช้าออกไปเพราะไม่สามารถเชื่อมต่อฐานข้อมูลลูกค้ากับระบบบริการหลังการขายและการจัดการสต๊อกสินค้าได้ แต่ยอดขายจากช่องทางออนไลน์จะมีสัดส่วนรายได้ไม่มาก เนื่องจากเป็นเพียงทางเลือกหนึ่ง ขณะที่หน้าร้านเป็นช่องทางหลัก ที่ในปีนี้จะยังขยายสาขาเพิ่ม โดยใช้งบประมาณใกล้เคียงปีที่แล้วที่ 20-30 ล้านบาท เน้นในห้างสรรพสินค้าเปิดใหม่


นอกจากนี้ ในไตรมาส 4 ปี 2558 บริษัทได้รับการแต่งตั้งจากผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือ "ซัมซุง" ให้เป็นผู้ดูแลการค้าส่งในพื้นที่กรุงเทพฯทั้งหมด โดยรับหน้าที่ในการบริหารสต๊อก และกระจายสินค้าไปยังคู่ค้าของซัมซุงทุกรายในกรุงเทพฯ คาดว่าจะทำให้รายได้ของบริษัทปีนี้ไปถึง 10,000 ล้านบาท จากการขายค้าปลีก 65% อีก 35% มาจากการค้าส่ง จากเดิมรายได้จากค้าปลีกจะมีสัดส่วนเกือบ 80% เพิ่มจากที่ทำได้ 8,000 ล้านบาทปี 2558 ซึ่งแทบไม่เติบโตจากปี 2557 จากกำลังซื้อที่ชะลอตัว


________________________________


"ทีจีโฟน"ยกเครื่องระบบสต๊อกสินค้า เพิ่มโฟกัสค้าส่ง-ผนึกค่ายมือถือปั๊มรายได้หมื่นล.

เชนสโตร์ดัง "ทีจีโฟน" ปรับระบบหลังบ้านประเดิม "คลังสินค้า-บริหารสต๊อก" เพิ่มโฟกัสธุรกิจค้าส่งหลังได้รับการแต่งตั้งจาก "ซัมซุง" คุมขายส่งในกรุงเทพฯ ลุยพัฒนาช่องทางขายออนไลน์ทั้งเว็บไซต์-แอปพลิเคชั่น มั่นใจปั๊มรายได้ทะลุ 10,000 ล้านบาท คาดสมรภูมิแข่งเดือด เหตุผู้ผลิตเครื่องและค่ายมือถือ "หน้าใหม่-หน้าเก่า"จุดพลุสงครามราคา

นายไพโรจน์ ถาวรสภานันท์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีจี เซลลูล่าร์เวิลด์ จำกัด เจ้าของเชนสโตร์ "ทีจีโฟน" เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า บริษัทมีการปรับปรุงการบริหารจัดการภายในเริ่มจากระบบบริหารคลังสินค้า และการกระจายสินค้า เพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจและการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากการที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แต่ละรายนำเครื่องราคาถูกมาจำหน่ายเองรวมถึงมีผู้ให้บริการรายใหม่เข้าสู่ตลาด และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป




"ธุรกิจขายมือถือเปลี่ยนไปเยอะมากถ้าเรายังอยู่แบบเดิมซื้อมาขายไปคงอยู่ลำบากเพราะมีสินค้าในมือเยอะมีสาขามากกว่า 170 แห่งต้องปรับการบริหารจัดการภายในองค์กรให้สอดคล้องกับสภาพที่เปลี่ยนไป ตั้งแต่ปี 2557 ก็ปรับมาเรื่อย ซึ่งในส่วนคลังสินค้าและการกระจายสินค้าจะเริ่มในต้นปีนี้"

นอกจากนี้ บริษัทเตรียมปรับโฉมเว็บไซต์ และแอปพลิเคชั่นเพื่อขายผ่านช่องทางออนไลน์เต็มตัว หลังจากจะดำเนินการมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้วแต่ล่าช้าออกไปเพราะไม่สามารถเชื่อมต่อฐานข้อมูลลูกค้ากับระบบบริการหลังการขายและการจัดการสต๊อกสินค้าได้ แต่ยอดขายจากช่องทางออนไลน์จะมีสัดส่วนรายได้ไม่มาก เนื่องจากเป็นเพียงทางเลือกหนึ่ง ขณะที่หน้าร้านเป็นช่องทางหลัก ที่ในปีนี้จะยังขยายสาขาเพิ่ม โดยใช้งบประมาณใกล้เคียงปีที่แล้วที่ 20-30 ล้านบาท เน้นในห้างสรรพสินค้าเปิดใหม่

นอกจากนี้ ในไตรมาส 4 ปี 2558 บริษัทได้รับการแต่งตั้งจากผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือ "ซัมซุง" ให้เป็นผู้ดูแลการค้าส่งในพื้นที่กรุงเทพฯทั้งหมด โดยรับหน้าที่ในการบริหารสต๊อก และกระจายสินค้าไปยังคู่ค้าของซัมซุงทุกรายในกรุงเทพฯ คาดว่าจะทำให้รายได้ของบริษัทปีนี้ไปถึง 10,000 ล้านบาท จากการขายค้าปลีก 65% อีก 35% มาจากการค้าส่ง จากเดิมรายได้จากค้าปลีกจะมีสัดส่วนเกือบ 80% เพิ่มจากที่ทำได้ 8,000 ล้านบาทปี 2558 ซึ่งแทบไม่เติบโตจากปี 2557 จากกำลังซื้อที่ชะลอตัว

"ปี 2558 เป็นปีที่ทีจีโฟนแทบไม่เติบโต แม้มือถือจะเป็นสินค้าที่ทุกคนต้องการที่สำคัญโอเปอเรเตอร์แต่ละรายทำตลาดโดยแจกเครื่องฟรีบ้าง ทำแพ็กเกจลดราคาบ้าง ซึ่งกระทบเราเช่นกัน ปีนี้เราจึงเปลี่ยนมาให้ความร่วมมือกับค่ายมือถือ เพื่อให้แต่ละรายนำสินค้าที่มีมาจำหน่ายกับเรา เช่น การจำหน่ายเครื่องของดีแทค และจำหน่ายเครื่องผูกแพ็กเกจที่ร่วมกับทรูมูฟ เอช เป็นต้น ทำให้ลดจุดอ่อนเรื่องนี้ไปในทันที"

ปัจจุบันเครือข่ายร้านค้าปลีกของบริษัทมีสาขาทั่วประเทศ 170 แห่ง ประกอบด้วยร้านทีจีโฟนกว่า 80 สาขา, ซัมซุงช็อปมากกว่า 15 สาขา, ดีแทคเซ็นเตอร์ 17 สาขา ที่เหลือเป็นเคาน์เตอร์ตามห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีในสาขาที่อยู่ในตัวเมือง

"เรากับดีแทคเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกันมายาวนาน จนถึงปัจจุบันก็ยังมีแผนทำธุรกิจร่วมกันต่อเนื่อง ซึ่งการมีช่องทางจำหน่ายที่หลากหลายทำให้คู่ค้าสามารถกระจายสินค้าได้หลากหลายพื้นที่ คาดว่าการปรับปรุงการบริหารจัดการ ตั้งแต่เรื่องการสั่งซื้อสินค้าจากแบรนด์ต่าง ๆ, ระบบคลังสินค้า รวมถึงเรื่องการเงินใหม่ทั้งหมดที่จะเสร็จสิ้นในปี 2560 จะช่วยบริษัทเติบโตอย่างยั่งยืน"

นายไพโรจน์กล่าวต่อว่า การแข่งขันในตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยเฉพาะในธุรกิจจำหน่ายเครื่องลูกข่ายในปี 2559 จะยังคงแข่งขันกันอย่างดุเดือด จากผู้ผลิตแบรนด์ต่าง ๆ ด้วยกลยุทธ์ด้านราคา และการชูจุดเด่นเรื่องเครื่องที่รองรับเทคโนโลยี 4G เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคกลับมาจับจ่ายอีกครั้งหนึ่ง ขณะที่ฝั่งโอเปอเรเตอร์จะมีการนำเข้าเครื่องเฮาส์แบรนด์มาจำหน่ายมากขึ้นเช่นกัน เพื่อรักษาฐานลูกค้าให้อยู่กับระบบของตนเอง ทั้งด้วยการจูงใจให้ผู้บริโภคที่ยังใช้เครื่อง 2G และ 3G เปลี่ยนมาใช้งาน 4G คาดว่ามูลค่าการจำหน่ายโทรศัพท์มือถือในประเทศไทยปีนี้จะอยู่ 1 แสนล้านบาท เพิ่มจากปีก่อนเล็กน้อย เนื่องจากเป็นสมาร์ทโฟนมากขึ้น ขณะที่จำนวนเครื่องน่าจะยังอยู่ที่ 20 ล้านเครื่องใกล้เคียงปีที่แล้ว

"การจำหน่ายโทรศัพท์มือถือปีนี้คงแข่งกันดุเดือด เพราะผู้บริโภคมีความต้องการสมาร์ทโฟนสูงมาก เชื่อว่าคงตัดสินใจซื้อกันเยอะขึ้นแน่นอน จากหลายปัจจัยทั้งเรื่อง 4G และมาตรการภาษีเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ทำให้เห็นว่าผู้บริโภคยังมีกำลังซื้ออยู่ เพียงแต่ไม่แสดงออกมา ทำให้ทั้งแบรนด์ผู้ผลิตและโอเปอเรเตอร์วางแผนบุกตลาดกันอย่างคึกคัก โดยคาดว่าเครื่องที่รองรับ 4G คงกดราคาลงมาเหลือแค่หลักพันบาทแน่นอน ส่วนทีจีโฟนเองจะเน้นจำหน่ายโทรศัพท์มือถือในกลุ่มราคาระดับกลางถึงบนเหมือนเดิม เพราะผู้บริโภคที่ซื้อเครื่องกลุ่มนี้ยังต้องการมาดูสินค้าที่ร้านก่อนตัดสินใจซื้อ"

นายไพโรจน์กล่าวด้วยว่าการมีผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายที่ 4 เป็นผลดีกับผู้บริโภค เพราะทำให้มีทางเลือกในการใช้บริการมากขึ้น และแต่ละรายต้องส่งแพ็กเกจที่คุ้มค่าที่สุดเพื่อจูงใจให้ผู้บริโภคอยู่กับค่ายเดิมต่อไปหรือแย่งชิงลูกค้า

ขณะที่รายใหม่ที่เข้าสู่ตลาดคงต้องทำการตลาดอย่างหนัก เพื่อดึงผู้ใช้งานเข้ามาในระบบ เพราะเริ่มต้นจากศูนย์ ซึ่งบริษัทพร้อมที่จะร่วมมือกับโอเปอเรเตอร์ทุกราย เพื่อผลักดันตลาดและทำให้ธุรกิจเติบโตไปด้วยกัน

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1452751696