So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

08 กุมภาพันธ์ 2559 MONO ชี้ โดยเฉพาะในช่วงไพร์มไทม์ ตั้งแต่เวลา 18.00-20.00 น.ให้มีความแข็งแกร่งขึ้นโดยเพิ่มช่วงละครหลังข่าวในวันจันทร์และอังคาร การปรับผังใหม่ครั้งนี้ส่งผลให้เรตติ้งช่องดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 0.3 เพิ่มมาเป็น 0.4 สิ้นปีนี้

ประเด็นหลัก



นายนวมินทร์ ประสพเนตร ผู้ช่วยประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท โมโน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สถานการณ์การแข่งขันของทีวีดิจิตอลในปีนี้ถือเป็นปีที่มีการแข่งขันเพิ่มขึ้น ส่วนในเรื่องของเม็กเงินโฆษณาในปีก่อนเอเจนซีและเจ้าของสินค้าเป็นไปในลักษณะการทดลองใช้แบบหว่านลงไปในหลายๆ ช่อง แต่ในปีนี้เชื่อว่าจะเริ่มเห็นความสำคัญและเชื่อมั่นใจช่องที่มีโอกาส โดยจะเริ่มหันมาใช้เม็ดเงินโฆษณาแบบกระจุกตัวในช่องที่มีศักยภาพมากขึ้น หรือกลุ่มช่องในระดับท็อปเท็น ซึ่งแนวโน้มของเม็ดเงินโฆษณาทีวีดิจิตอลจาก 1 พันกว่าล้านบาท มีโอกาสที่จะขยับเพิ่มเป็น 2-3 พันล้านบาทได้ในอนาคต เมื่อเทียบกับเม็ดเงินโฆษณาในสื่อฟรีทีวีมูลค่า 6 หมื่นล้านบาทในปัจจุบัน
ในส่วนของช่อง “โมโน 29” ช่วงปีที่ผ่านมามีการปรับผังรายการใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงไพร์มไทม์ ตั้งแต่เวลา 18.00-20.00 น.ให้มีความแข็งแกร่งขึ้นโดยเพิ่มช่วงละครหลังข่าวในวันจันทร์และอังคาร การปรับผังใหม่ครั้งนี้ส่งผลให้เรตติ้งช่องดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 0.3 เพิ่มมาเป็น 0.4 สิ้นปีนี้คาดว่าจะถึง 0.8 จึงเชื่อว่าในแง่ของรายได้จากโฆษณาจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกันและน่าจะเติบโตขึ้นทุกไตรมาส จากปัจจุบันเรตการ์ดต่ำสุดอยู่ที่ 5 หมื่นบาทต่อนาที และสูงสุดอยู่ที่ 1.2 แสนบาทต่อนาที แต่การขายจริงในช่วงเวลาไพรม์ไทม์ขณะนี้อยู่ที่ 5 หมื่นบาทต่อนาที จากเดิมในปลายปีก่อนอยู่ที่ 2-3 หมื่นบาทต่อนาทีจากราคาเฉลี่ยทั้งช่องอยู่ที่ 1.7 หมื่นบาทต่อนาที เพิ่มขึ้นจากเดิม 1.2 หมื่นบาทต่อนาที จากแนวโน้มที่ดีขึ้นจึงมั่นใจว่าในปีนี้ช่อง “โมโน 29” จะถึงจุดคุ้มทุนและพอเห็นกำไรบ้าง จากที่วางเป้าหมายคุ้มทุนไว้ตั้งแต่กลางปีก่อน หรือสิ้นปีน่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้น 3 เท่าตัว เป็น 1.5-1.8 พันล้านบาท จากปีก่อนอยู่ที่ 700 ล้านบาท

“การปรับตัวของการดำเนินธุรกิจถือเป็นเรื่องปกติ ซึ่งปีนี้บริษัทใช้งบลงทุนกว่า 1 พันล้านบาท โดยส่วนใหญ่ใช้สำหรับคอนเทนต์ในธุรกิจทีวีถึง 800 ล้านบาท โดยในช่อง โมโน 29 นอกจากเรื่องของการปรับผังรายการแล้วยังมีเรื่องของโครงสร้างและทีมงานการทำงานด้วย ทั้งนี้เพื่อให้ธุรกิจยังดำเนินต่อไปได้ เช่นในส่วนของทีมข่าวที่ปัจจุบันมีอยู่กว่า 80 คน ซึ่งรายการข่าวถือเป็นคอนเทนต์เดียวที่ทางช่องฯ ผลิตเอง ส่วนรายการอื่นๆ เป็นการจ้างผลิต”







_____________________________________________________




“โมโน 29” ปรับผัง-องค์กร ทุ่ม 800 ล้านลุยศึกทีวีดิจิตอล


“นวมินทร์ ประสพเนตร” ผู้ช่วยประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท โมโน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)
ผู้จัดการรายวัน 360 - เอเจนซีมั่นใจช่องทีวีดิจิตอลมากขึ้น อนาคตมีสิทธิ์ชิงเม็ดเงินได้ 3 พันล้านบาทจากมูลค่าฟรีทีวี 6 หมื่นล้านบาท ด้าน “โมโน” อัด 800 ล้านบาท ส่งคอนเทนต์ปรับผังรายการและโครงสร้างทีมงานใหม่ สู่เป้าหมายคุ้มทุนด้วยรายได้ทีวี 1.8 พันล้านบาท โตพรวด 3 เท่าตัว พร้อมดันรายได้รวมบริษัททะลุ 3 พันล้านบาทในสิ้นปี
นายนวมินทร์ ประสพเนตร ผู้ช่วยประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท โมโน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สถานการณ์การแข่งขันของทีวีดิจิตอลในปีนี้ถือเป็นปีที่มีการแข่งขันเพิ่มขึ้น ส่วนในเรื่องของเม็กเงินโฆษณาในปีก่อนเอเจนซีและเจ้าของสินค้าเป็นไปในลักษณะการทดลองใช้แบบหว่านลงไปในหลายๆ ช่อง แต่ในปีนี้เชื่อว่าจะเริ่มเห็นความสำคัญและเชื่อมั่นใจช่องที่มีโอกาส โดยจะเริ่มหันมาใช้เม็ดเงินโฆษณาแบบกระจุกตัวในช่องที่มีศักยภาพมากขึ้น หรือกลุ่มช่องในระดับท็อปเท็น ซึ่งแนวโน้มของเม็ดเงินโฆษณาทีวีดิจิตอลจาก 1 พันกว่าล้านบาท มีโอกาสที่จะขยับเพิ่มเป็น 2-3 พันล้านบาทได้ในอนาคต เมื่อเทียบกับเม็ดเงินโฆษณาในสื่อฟรีทีวีมูลค่า 6 หมื่นล้านบาทในปัจจุบัน
ในส่วนของช่อง “โมโน 29” ช่วงปีที่ผ่านมามีการปรับผังรายการใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงไพร์มไทม์ ตั้งแต่เวลา 18.00-20.00 น.ให้มีความแข็งแกร่งขึ้นโดยเพิ่มช่วงละครหลังข่าวในวันจันทร์และอังคาร การปรับผังใหม่ครั้งนี้ส่งผลให้เรตติ้งช่องดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 0.3 เพิ่มมาเป็น 0.4 สิ้นปีนี้คาดว่าจะถึง 0.8 จึงเชื่อว่าในแง่ของรายได้จากโฆษณาจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกันและน่าจะเติบโตขึ้นทุกไตรมาส จากปัจจุบันเรตการ์ดต่ำสุดอยู่ที่ 5 หมื่นบาทต่อนาที และสูงสุดอยู่ที่ 1.2 แสนบาทต่อนาที แต่การขายจริงในช่วงเวลาไพรม์ไทม์ขณะนี้อยู่ที่ 5 หมื่นบาทต่อนาที จากเดิมในปลายปีก่อนอยู่ที่ 2-3 หมื่นบาทต่อนาทีจากราคาเฉลี่ยทั้งช่องอยู่ที่ 1.7 หมื่นบาทต่อนาที เพิ่มขึ้นจากเดิม 1.2 หมื่นบาทต่อนาที จากแนวโน้มที่ดีขึ้นจึงมั่นใจว่าในปีนี้ช่อง “โมโน 29” จะถึงจุดคุ้มทุนและพอเห็นกำไรบ้าง จากที่วางเป้าหมายคุ้มทุนไว้ตั้งแต่กลางปีก่อน หรือสิ้นปีน่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้น 3 เท่าตัว เป็น 1.5-1.8 พันล้านบาท จากปีก่อนอยู่ที่ 700 ล้านบาท
“การปรับตัวของการดำเนินธุรกิจถือเป็นเรื่องปกติ ซึ่งปีนี้บริษัทใช้งบลงทุนกว่า 1 พันล้านบาท โดยส่วนใหญ่ใช้สำหรับคอนเทนต์ในธุรกิจทีวีถึง 800 ล้านบาท โดยในช่อง โมโน 29 นอกจากเรื่องของการปรับผังรายการแล้วยังมีเรื่องของโครงสร้างและทีมงานการทำงานด้วย ทั้งนี้เพื่อให้ธุรกิจยังดำเนินต่อไปได้ เช่นในส่วนของทีมข่าวที่ปัจจุบันมีอยู่กว่า 80 คน ซึ่งรายการข่าวถือเป็นคอนเทนต์เดียวที่ทางช่องฯ ผลิตเอง ส่วนรายการอื่นๆ เป็นการจ้างผลิต”
นายนวมินทร์ กล่าวต่อว่า แผนการปรับโครงสร้างการทำงานนอกจากในส่วนของช่อง “โมโน 29” แล้ว ยังมีในส่วนของธุรกิจอื่นๆ ด้วย เช่น สิ่งพิมพ์ในปีที่ผ่านมาได้มีการปิดตัวหนังสือ “แคนดี้” ซึ่งเป็นไปตามทิศทางของตลาดนิตยสารที่เม็ดเงินโฆษณาเริ่มลดลง ส่วนเล่มอื่นๆ ยังมีอยู่ ทำให้ปีที่ผ่านมาสัดส่วนรายได้จากสิ่งพิมพ์อยู่ที่ 2% โดยรายได้หลักมาจากโมบายล์และออนไลน์ 50% ทีวี 30% และอื่นๆ รวมกัน 20% ส่วนปีนี้จากทิศทางรายได้ของช่อง “โมโน 29” ที่ดีขึ้น ส่งผลให้สิ้นปีนี้มองว่า ทีวีจะขึ้นมาเป็นรายได้หลักของบริษัทฯ หรือทำรายได้ที่ 50% โมบาย และออนไลน์ 30% และอื่นๆ รวมกัน 20% ด้วยเม็ดเงินรายได้รวมที่วางไว้ 3 พันล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสถานการณ์ของอุตสาหกรรมทีวีดิจิตอลที่กำลังเกิดขึ้น เช่น การจ่ายค่าสัมปทานงวดที่ 3 ในเดือน พ.ค.ศกนี้ บริษัทฯ พร้อมที่จ่ายโดยไม่มีข้อแม้ ส่วนในเรื่องของการวัดเรตติ้ง ช่อง “โมโน 29” เป็นช่องหนึ่งที่เลือกใช้มาตรฐานการวัดเรตติ้งทั้งจาก “นีลเส็น” และสมาคมมีเดียเอเจนซีฯ ที่จัดตั้งหน่วยงาน Media Research Bureau หรือ MRB ขึ้นมา ส่วนในอนาคตขอดูทิศทางว่าตลาดจะเลือกใช้ค่าเรตติ้งจากทางใด ทางช่องก็พร้อมที่เดินตามในทิศทางนั้น เพราะ “โมโน 29” ถือเป็นช่องใหม่และเรตติ้งเป็นสิ่งสำคัญที่นำมาซึ่งรายได้โฆษณา ในเวลานี้จึงต้องใช้ผลวิจัยจากทั้งสองทาง

http://manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9590000013069