So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

08 กุมภาพันธ์ 2559 คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ 22 ธ.ค. อนุมัติ 24 โครงการนำร่องนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล ภายใต้กรอบงบประมาณ 3,755 ล้านบาท ซึ่งแปลงงบประมาณมาจากการจัดทำโครงข่ายWiFi รองรับโครงการแท็บเลตเพื่อการศึกษา (One Tablet PC Per Child)

ประเด็นหลัก



การขับเคลื่อน "เศรษฐกิจดิจิทัล" หรือดิจิทัลอีโคโนมี เป็น 1 ในนโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อ 12 ก.ย. 2557 ที่ผ่านมา โดยต้องการสร้างศักยภาพในการแข่งขันของประเทศด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งส่งผลให้ภาคธุรกิจตื่นตัวเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็ค่อย ๆ แผ่วหายไป เนื่องจากต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่หมด หลังมีการเปลี่ยนตัวรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เมื่อ ส.ค.ที่ผ่านมา

ก่อนจบปี 2558 ไม่กี่วัน คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ 22 ธ.ค. อนุมัติ 24 โครงการนำร่องนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล ภายใต้กรอบงบประมาณ 3,755 ล้านบาท ซึ่งแปลงงบประมาณมาจากการจัดทำโครงข่ายWiFi รองรับโครงการแท็บเลตเพื่อการศึกษา (One Tablet PC Per Child)



โดย "อุตตม สาวนายน" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที เปิดเผยว่า งบประมาณดังกล่าวแบ่งออกเป็น 8 แผนงาน ซึ่งแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคอมพิวเตอร์ (Connectivity) ได้งบประมาณสูงสุดที่ 1,356 ล้านบาท มีโครงการสำคัญ อาทิ โครงการบริการอินเทอร์เน็ตสาธารณะสู่ชุมชน โดยจะติดตั้งจุดให้บริการอินเทอร์เน็ต 7,400 แห่ง

ให้สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เชื่อมต่อโครงข่ายไปยังจุดให้บริการของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน รวมแล้วกว่า 10,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งส่วนนี้ใช้งบประมาณราว 900 ล้านบาท โดยจะมอบหมายให้ บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท โทรคมนาคม ดำเนินการ และมีโครงการเพิ่มประสิทธิภาพบริการอินเทอร์เน็ตไร้สายเพื่อประโยชน์สาธารณะ (Free WiFi) เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งานอีก 130 ล้านบาท

รองลงมาเป็น แผนงานด้านพัฒนาศูนย์ดิจิทัลชุมชน 717 ล้านบาท เป็นการอัพเกรดศูนย์การเรียนรู้ไอซีทีชุมชนที่มีราว 2,280 แห่งทั่วประเทศ ให้เป็นศูนย์ดิจิทัลชุมชน โดยมี 600 ศูนย์ที่ผลการประเมินดีเด่น นำร่องในการยกระดับศักยภาพของศูนย์ภายในสิ้นปี 2559 ก่อนทยอยทำให้ครบ และจะพัฒนาศูนย์ กศน.อีก 1,631 แห่งเป็นศูนย์ให้บริการด้านดิจิทัลของชุมชนด้วย



________________________________


ชำแหละงบฯ 3,755 ล้านบาท ก้าวแรก "ดิจิทัลไทยแลนด์"

การขับเคลื่อน "เศรษฐกิจดิจิทัล" หรือดิจิทัลอีโคโนมี เป็น 1 ในนโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อ 12 ก.ย. 2557 ที่ผ่านมา โดยต้องการสร้างศักยภาพในการแข่งขันของประเทศด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งส่งผลให้ภาคธุรกิจตื่นตัวเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็ค่อย ๆ แผ่วหายไป เนื่องจากต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่หมด หลังมีการเปลี่ยนตัวรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เมื่อ ส.ค.ที่ผ่านมา

ก่อนจบปี 2558 ไม่กี่วัน คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ 22 ธ.ค. อนุมัติ 24 โครงการนำร่องนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล ภายใต้กรอบงบประมาณ 3,755 ล้านบาท ซึ่งแปลงงบประมาณมาจากการจัดทำโครงข่ายWiFi รองรับโครงการแท็บเลตเพื่อการศึกษา (One Tablet PC Per Child)



โดย "อุตตม สาวนายน" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที เปิดเผยว่า งบประมาณดังกล่าวแบ่งออกเป็น 8 แผนงาน ซึ่งแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคอมพิวเตอร์ (Connectivity) ได้งบประมาณสูงสุดที่ 1,356 ล้านบาท มีโครงการสำคัญ อาทิ โครงการบริการอินเทอร์เน็ตสาธารณะสู่ชุมชน โดยจะติดตั้งจุดให้บริการอินเทอร์เน็ต 7,400 แห่ง

ให้สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เชื่อมต่อโครงข่ายไปยังจุดให้บริการของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน รวมแล้วกว่า 10,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งส่วนนี้ใช้งบประมาณราว 900 ล้านบาท โดยจะมอบหมายให้ บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท โทรคมนาคม ดำเนินการ และมีโครงการเพิ่มประสิทธิภาพบริการอินเทอร์เน็ตไร้สายเพื่อประโยชน์สาธารณะ (Free WiFi) เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งานอีก 130 ล้านบาท

รองลงมาเป็น แผนงานด้านพัฒนาศูนย์ดิจิทัลชุมชน 717 ล้านบาท เป็นการอัพเกรดศูนย์การเรียนรู้ไอซีทีชุมชนที่มีราว 2,280 แห่งทั่วประเทศ ให้เป็นศูนย์ดิจิทัลชุมชน โดยมี 600 ศูนย์ที่ผลการประเมินดีเด่น นำร่องในการยกระดับศักยภาพของศูนย์ภายในสิ้นปี 2559 ก่อนทยอยทำให้ครบ และจะพัฒนาศูนย์ กศน.อีก 1,631 แห่งเป็นศูนย์ให้บริการด้านดิจิทัลของชุมชนด้วย

ต่อมาเป็นแผนงานด้านการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในธุรกิจ SMEs มีงบประมาณ 539 ล้านบาท อาทิ โครงการสร้างระบบ e-Invoice 50 ล้านบาท โครงการพัฒนาฐานข้อมูลสำหรับสร้างมาตรฐานสินค้าด้วยมาตรฐานสากล 20 ล้านบาท โครงการศึกษาแนวทางเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อกระบวนการตรวจสอบย้อนกลับของสินค้า 20 ล้านบาท โครงการสร้างฐานข้อมูลสถานประกอบการในอุตสาหกรรม 40 ล้านบาท

ด้านการพัฒนาทุนมนุษย์สำหรับโลกยุคดิจิทัล ได้งบประมาณ 268 ล้านบาท มีโครงการสำคัญ ได้แก่ โครงการพัฒนาเทคสตาร์ตอัพ 170 ล้านบาท

ขณะที่แผนงานด้านการสร้างสังคมคุณภาพด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ได้รับงบประมาณ 239 ล้านบาท มีโครงการสำคัญ ได้แก่ การพัฒนามหาวิทยาลัยไซเบอร์ (Thai-MOOC) เพื่อจัดการเรียนการสอนในระบบเปิด การสร้างคลังสื่อด้านอาชีพเพื่อยกระดับมาตรฐานวิชาชีพสู่สากลและการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ส่วนการสร้าง "สมาร์ทซิตี้" ได้งบประมาณ 234 ล้านบาท มีโครงการนำร่องคือ ภูเก็ตสมาร์ทซิตี้ และแผนงานด้านการพัฒนาบริการด้านดิจิทัลภาครัฐ ได้รับงบประมาณ 218 ล้านบาท โดยจะมีการปรับกระบวนการทำงานของภาครัฐและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการใช้บริการภาครัฐ ให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558

สุดท้ายคือการสนับสนุนโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ภายใต้งบประมาณ 182 ล้านบาท มีโครงการสำคัญ ได้แก่ การเตรียมพร้อมในการปรับเปลี่ยนเป็นกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 70 ล้านบาท และการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลอีก 50 ล้านบาท

"โครงการทั้งหมดจะเริ่มดำเนินงานในปี 2559 และจะทยอยเสร็จสิ้นตามแผนงาน 1-3 ปี ภายใต้การทำงานแบบบูรณาการทั้งกระทรวงไอซีที กระทรวงวิทย์ และกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีกระทรวงไอซีทีเป็นแกนกลางในการผลักดัน ซึ่งจะมี 18 โครงการเป็นของไอซีที รวมเป็นเงิน 3,163 ล้านบาท และ 3 โครงการของกระทรวงวิทย์ เป็นเงิน 324 ล้านบาท และอีก 3 โครงการของกระทรวงศึกษาฯ เป็นเงิน 267 ล้านบาท"

สำหรับความคืบหน้าในการจัดทำแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. 2559-2563 ซึ่งจะเป็นกรอบแผนแม่บทในการพัฒนาประเทศตามนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล ทางกระทรวงไอซีทีได้ยกร่างวิสัยทัศน์ เป้าหมาย และยุทธศาสตร์ ซึ่งภายใต้แผนดังกล่าว ใน 6 ด้าน ได้แก่ 1.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านกายภาพ (Hard Infrastructure) 2.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านมาตรฐาน (Soft Infrastructure)

3.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการบริการ (Service Infrastructure) 4.การส่งเสริมและพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ (Digital Economy Accelerator) 5.การส่งเสริมและพัฒนาดิจิทัลเพื่อสังคม (Digital Society) และ 6.การพัฒนากำลังคนดิจิทัล (Digital Workforce) เรียบร้อยแล้ว และคาดว่าจะเสนอให้ ครม.พิจารณาได้ในเดือน ม.ค.นี้

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1452736813