So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันอังคารที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2559

19 มกราคม 2559 พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร กสทช.กล่าวว่า กสทช.จะต้องมีการปรับแผนแม่บทให้สอดรับกับนโยบายของรัฐบาล ซึ่งแผนของกสทช.จะต้องสอดคล้องกับแผนของรัฐบาล โดยโครงการ USO เดิมของ กสทช.ที่บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT ชนะการประมูลมาด้วยมูลค่าโครงการ 429 ล้านบาท นั้น แต่ถูกชะลอโครงการจาก คสช.

ประเด็นหลัก



พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร กสทช.กล่าวว่า แผนการจัดการให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึง และบริการเพื่อสังคม (USO) ของกสทช.จะต้องมีการปรับแผนแม่บทให้สอดรับกับนโยบายของรัฐบาล ซึ่งแผนของกสทช.จะต้องสอดคล้องกับแผนของรัฐบาล โดยโครงการ USO เดิมของ กสทช.ที่บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT ชนะการประมูลมาด้วยมูลค่าโครงการ 429 ล้านบาท นั้น แต่ถูกชะลอโครงการจาก คสช. ทำให้โครงการหยุดชะงักลง ดังนั้นเมื่อมีการปรับแผนให้สอดรับกับนโยบายรัฐบาล กสทช.จึงจะต้องมีแนวทางปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการดำเนินงาน(ทีโออาร์) เนื่องจากวิวัฒนาการของเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามระยะเวลา วงเงินประมูลจะต้องมีการปรับหรือเพิ่มเป้าหมายจากเดิม

“เป็นไปได้ที่เราอาจจะต้องล้มโครงการเดิมเพื่อจัดประมูลใหม่ และต้องหารือกับทีโอทีว่าเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทีโออาร์ แล้วลดจำนวนเงินลงและเพิ่มเป้าหมายการให้บริการมากขึ้นจะทำได้มั้ย หากทำไม่ได้ก็จะต้องทำการประมูลใหม่หรือไม่ ซึ่งเรา
ก็ต้องมาคุยกันอีกที และอาจจะดำเนินตามจังหวัดแต่ไม่นำร่องจ.หนองคาย และพิษณุโลกส่วนงานของรัฐบาล กสทช.จะเข้าไปเสริมซึ่งจะไม่ทำซ้ำซ้อนกันในพื้นที่ 70,000 ตำบล”

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า ขณะนี้เงินในกองทุนUSO มีอยู่ราว 20,000 ล้านบาท ซึ่งโครงการ
USO มีแผนแม่บทที่ชัดเจน กสทช.จะใช้เงินในกองทุน ที่กล่าวมานี้ แต่หากไม่เพียงพอก็จำเป็นที่จะต้องนำเงินที่มาจากการประมูลของกสทช.เพื่อดำเนินโครงการ USO ต่อไป





_________________________________________________




เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2559 นายอุตตม สาวนายน รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที ได้เดินทางเข้าหารือกับพล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)ที่สำนักงานกสทช.

รมว.ไอซีที กล่าวว่า ได้มีการหารือเกี่ยวกับการดำเนินงานโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาล เพื่อเพิ่มพื้นที่การเข้าถึงบริการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านโทรคมนาคมใน 70,000 หมู่บ้าน และให้สอดรับกับแผนงาน โครงการติดตั้งโครงข่ายเพื่อให้บริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึง และบริการ เพื่อสังคม ในโครงการกองทุนวิจัย และพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (USO) ของ กสทช.

อย่างไรก็ตามขณะนี้โครงการ USO ของกสทช. ทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้สั่งให้ชะลอแผนการดำเนินงาน ดังนั้น กระทรวงไอซีทีจะเข้านำเรื่องโครงการ USO เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการเตรียมการเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ ดีที เพื่อทำการปลดล็อกโครงการดังกล่าว คาดว่าจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การประชุมบอร์ดดีอีได้ราวปลาย
เดือนม.ค.นี้ หรือราวต้นเดือนก.พ. 2559

พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร กสทช.กล่าวว่า แผนการจัดการให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึง และบริการเพื่อสังคม (USO) ของกสทช.จะต้องมีการปรับแผนแม่บทให้สอดรับกับนโยบายของรัฐบาล ซึ่งแผนของกสทช.จะต้องสอดคล้องกับแผนของรัฐบาล โดยโครงการ USO เดิมของ กสทช.ที่บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT ชนะการประมูลมาด้วยมูลค่าโครงการ 429 ล้านบาท นั้น แต่ถูกชะลอโครงการจาก คสช. ทำให้โครงการหยุดชะงักลง ดังนั้นเมื่อมีการปรับแผนให้สอดรับกับนโยบายรัฐบาล กสทช.จึงจะต้องมีแนวทางปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการดำเนินงาน(ทีโออาร์) เนื่องจากวิวัฒนาการของเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามระยะเวลา วงเงินประมูลจะต้องมีการปรับหรือเพิ่มเป้าหมายจากเดิม

“เป็นไปได้ที่เราอาจจะต้องล้มโครงการเดิมเพื่อจัดประมูลใหม่ และต้องหารือกับทีโอทีว่าเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทีโออาร์ แล้วลดจำนวนเงินลงและเพิ่มเป้าหมายการให้บริการมากขึ้นจะทำได้มั้ย หากทำไม่ได้ก็จะต้องทำการประมูลใหม่หรือไม่ ซึ่งเรา
ก็ต้องมาคุยกันอีกที และอาจจะดำเนินตามจังหวัดแต่ไม่นำร่องจ.หนองคาย และพิษณุโลกส่วนงานของรัฐบาล กสทช.จะเข้าไปเสริมซึ่งจะไม่ทำซ้ำซ้อนกันในพื้นที่ 70,000 ตำบล”

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า ขณะนี้เงินในกองทุนUSO มีอยู่ราว 20,000 ล้านบาท ซึ่งโครงการ
USO มีแผนแม่บทที่ชัดเจน กสทช.จะใช้เงินในกองทุน ที่กล่าวมานี้ แต่หากไม่เพียงพอก็จำเป็นที่จะต้องนำเงินที่มาจากการประมูลของกสทช.เพื่อดำเนินโครงการ USO ต่อไป

http://www.naewna.com/business/197531