So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันอังคารที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2559

19 มกราคม 2559 ทเลนอร์ย้ำดีแทคจะไม่ถอนตัวจากไทยแน่นอน พร้อมลงทุน 20,000 ล้านบาท ขยายเครือข่าย 4G ซูเปอร์สปีด ตามหัวเมืองใหญ่ และ 4G 2100 ให้ทั่วประเทศ เผยปัจจุบันไทยสร้างรายได้สูงสุดให้กลุ่มเทเลนอร์ด้วยสัดส่วนถึง 14.4% มากกว่านอร์เวย์

ประเด็นหลัก




     เทเลนอร์ย้ำดีแทคจะไม่ถอนตัวจากไทยแน่นอน พร้อมลงทุน 20,000 ล้านบาท ขยายเครือข่าย 4G ซูเปอร์สปีด ตามหัวเมืองใหญ่ และ 4G 2100 ให้ทั่วประเทศ เผยปัจจุบันไทยสร้างรายได้สูงสุดให้กลุ่มเทเลนอร์ด้วยสัดส่วนถึง 14.4% มากกว่านอร์เวย์ ที่ทำได้ 8.5% มั่นใจรัฐบาลไทยจะนำคลื่นที่ใช้งานได้มาประมูลเพื่อเพิ่มมูลค่า และสร้างรายได้เข้าประเทศ และดีแทค จะเข้าร่วมประมูลเพื่อให้ได้คลื่นความถี่เหล่านั้น




_________________________________________________




เทเลนอร์ย้ำดีแทคไม่ถอนจากไทย ลงทุนเพิ่ม 20,000 ล้านปีนี้

 เทเลนอร์ย้ำดีแทคไม่ถอนจากไทย ลงทุนเพิ่ม 20,000 ล้านปีนี้

        เทเลนอร์ย้ำดีแทคจะไม่ถอนตัวจากไทยแน่นอน พร้อมลงทุน 20,000 ล้านบาท ขยายเครือข่าย 4G ซูเปอร์สปีด ตามหัวเมืองใหญ่ และ 4G 2100 ให้ทั่วประเทศ เผยปัจจุบันไทยสร้างรายได้สูงสุดให้กลุ่มเทเลนอร์ด้วยสัดส่วนถึง 14.4% มากกว่านอร์เวย์ ที่ทำได้ 8.5% มั่นใจรัฐบาลไทยจะนำคลื่นที่ใช้งานได้มาประมูลเพื่อเพิ่มมูลค่า และสร้างรายได้เข้าประเทศ และดีแทค จะเข้าร่วมประมูลเพื่อให้ได้คลื่นความถี่เหล่านั้น
     
       นายซิคเว่ เบรกเก้ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เทเลนอร์กรุ๊ป กล่าวว่า ดีแทคจะไม่ถอนการลงทุนจากไทยอย่างแน่นอน โดยในปีนี้ได้เตรียมเงินอีก 20,000 ล้านบาท สำหรับการลงทุนในเน็ตเวิร์ก โดยจะทำการขยาย 4G ซูเปอร์สปีดขยายไปยังหัวเมืองต่างจังหวัดให้ครบ และทำ 4G 2100 ให้ครอบคลุมทั่วประเทศไทย โดยจะเพิ่มจำนวนลูกค้า 4G จาก 2 ล้านราย ให้เป็น 4.5 ล้านรายภายในสิ้นปีนี้ เน้นการต่อสู้กับคู่แข่งในตลาดด้วยวิธีที่ไม่เคยทำมาก่อน
     
       ปัจจุบัน รายได้จากเมืองไทยอยู่ที่ 14.4 % ของรายได้ทั้งหมดของเทเลนอร์ ถือเป็นประเทศที่สร้างรายได้สูงสุดที่เทเลนอร์เข้าไปทำตลาด ในขณะที่นอร์เวย์ มีสัดส่วนอยู่ที่ 8.5% โดยเทเลนอร์ กรุ๊ป ให้บริการโทรคมนาคมใน 13 ประเทศในเอเชีย และยุโรป รวมลูกค้าทั้งสิ้น 200 ล้านราย ซึ่งในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2558 กลุ่มเทเลนอร์ 6 ประเทศในเอเชีย มีลูกค้ารวม 185 ล้านราย สร้างรายได้รวมมากกว่า 50% ของเทเลนอร์กรุ๊ป
     
       “การไม่ชนะการประมูลในเชิงของดีแทค เรามีการคิดแล้วว่าความถี่เหล่านั้นควรจะมีมูลค่าเท่าไร ราคาที่เหมาะสมต่อการทำธุรกิจเป็นอย่างไร ประกอบกับในอนาคตยังมีคลื่นอีกมากที่จะนำมาใช้งาน ซึ่งเทเลนอร์เข้าไปแข่งขันประมูลคลื่นความถี่เหล่านั้นให้ได้ จากปัจจุบันเรามีคลื่นเพียงพอที่จะสร้างการแข่งขันได้เป็นอย่างดี การไม่ไปจ่ายเงินมากเกินไปจะสามารถนำเงินมาแข่งขันได้มากกว่าเดิม”
     
       นายซิคเว่ กล่าวว่า เทเลนอร์มีวิสัยทัศน์ในการลงทุน ดังนั้น จะไม่มองผลประกอบการแค่ในช่วงสั้นๆ นอกจากนี้ การทำธุรกิจต้องมีทั้งช่วงที่ตกต่ำ และช่วงที่ผลประกอบการดี ดังนั้น จะนำมามาวัดในช่วงสั้นๆ ไม่ได้ ปัจจุบันเมืองไทยมีการใช้งาน 4G เพิ่มขึ้นมาก จนเป็นมีการเติบโตนำหน้าประเทศอื่นๆ ในเอเชีย และมีแนวโน้มที่ชัดเจนว่ารัฐบาลจะนำคลื่น 1800MHz 2600MHz 700MHz และ 2300MHz ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการจัดสรรกันเพื่อนำประมูล และน่าจะมีคำตอบออกมาในเร็วๆ นี้
     
       “หลังจากที่ได้ไปพูดคุยกับรัฐบาลแล้ว มีแนวโน้มที่ดีว่ากำลังวางแผนอยู่ว่าคลื่นไหนจะออกมาใช้งาน เพราะยังมีคลื่นความถี่อีกมากที่เหมาะสมที่จะใช้งานกับมือถือ ดังนั้น ประเทศไทยควรจะมีแผนการนำความถี่ออกมาเพื่อให้ผู้ประกอบการมือถือได้นำมาใช้งาน เพื่อให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม และสร้างรายได้อย่างมหาศาลให้แก่ประเทศ ซึ่งเรามั่นใจว่าตอนนี้เราไม่มีหนี้สินเพิ่มเติมจากการประมูล ดังนั้น โอกาสที่จะชนะในปี 2018 จะมีค่อนข้างมาก”
     
       ปัจจุบัน ดีไวซ์ที่ขายกันอยู่ทั่วโลก 8 ใน 10 ผู้ผลิต มาจากประเทศในเอเชีย เช่นเดียวกับแอปพลิเคชันที่มาจากเอเชียถึง 60% ดังนั้น เทเลนอร์มองว่าเอเชียเป็นผู้นำในการใช้งานดิจิตอล จึงจะยังคงลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด เทเลนอร์ได้ตั้งดิจิตอล เซ็นเตอร์ ที่สิงคโปร์เพื่อตอบสนองงานบริการดิจิตอลในหลายๆ ด้าน ทั้งการศึกษา การแพทย์ และอื่นๆ
     
       ส่วนในเมืองไทยนั้นคนไทยใช้มือถือวันละ 6-8 ชั่วโมง ซึ่งมากกว่าประเทศอื่นๆ จะทำให้มีการพัฒนาเซอร์วิส และแอปพลิเคชันใหม่ๆ เยอะขึ้น ประกอบกับไทยมีความคิดสร้างสรรค์สูง ดังนั้น จะได้เห็นแอปใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น ซึ่งรวมไปถึงอินเทอร์เน็ตออฟธิงค์ หรือ IoT ที่จะเริ่มมีการใช้งานที่เติบโตขึ้นด้วย

http://manager.co.th/CbizReview/ViewNews.aspx?NewsID=9590000002826&utm_source=MadMimi&utm_medium=email&utm_content=MGR+Morning+Brief+11-1-59&utm_campaign=20160110_m129217678_MGR+Morning+Brief+11-1-59&utm_term=_E0_B9_80_E0_B8_97_E0_B9_80_E0_B8_A5_E0_B8_99_E0_B8_AD_E0_B8_A3_E0_B9_8C_E0_B8_A2_E0_B9_89_E0_B8_B3_