So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันอาทิตย์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2559

03 มกราคม 2559 เพาเวอร์มอลล์ ระบุ สัญญาณ 4จี ที่จะดันตลาดสมาร์ทโฟนโตกว่า 20% ในปี 2559 นอกจากนี้ยังมีการลงทุนของภาครัฐ และอสังหาริมทรัพย์ที่จะกระตุ้นกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านให้เติบโตเฉลี่ยประมาณ 5%

ประเด็นหลัก



นายจักรกฤษณ์ กีรติโชคชัยกุล ผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสบริหารสินค้า เพาเวอร์มอลล์ บริษัท เดอะมอลล์กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ไอที ปี 2559

มีโอกาสเติบโตประมาณ 5% จากมูลค่าประมาณ 2.25-2.3 แสนล้านในปีนี้

ซึ่งเติบโตเพียง 2-3% ซึ่งเริ่มเห็นสัญญาณบวกในไตรมาส 4 ปี 2558 โดยปัจจัยบวกหลัก ๆ ประกอบด้วยภาพอากาศที่คาดว่าจะร้อนจัด ส่งผลให้กลุ่มเครื่องปรับอากาศมีโอกาสเติบโตถึง 20% จาก 13% ในปี 2558

เช่นเดียวกับสัญญาณ 4จี ที่จะดันตลาดสมาร์ทโฟนโตกว่า 20% ในปี 2559 นอกจากนี้ยังมีการลงทุนของภาครัฐ และอสังหาริมทรัพย์ที่จะกระตุ้นกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านให้เติบโตเฉลี่ยประมาณ 5%

สำหรับบริษัทเองจะรับกระแสเติบโตนี้ โดยเน้นสร้างประสบการณ์ช็อปปิ้งทั้งการให้ข้อมูลของพนักงาน และการสาธิตสินค้า รวมถึงใช้ข้อได้เปรียบจากขนาดพื้นที่ ซึ่งมีถึง 3,000-3,500 ตร.ม.ต่อสาขา เพื่อเพิ่มความหลากหลายของสินค้าแต่ละหมวดไว้รองรับดีมานด์ที่หลากหลายของผู้บริโภค รวมถึงทุ่มงบฯ 100 ล้านบาท ปรับพื้นที่สาขาโคราชให้กว้างขึ้นเป็น 3,500 ตร.ม. พร้อมให้แบรนด์สินค้าแต่ละรายเข้ามาตั้งช็อป-อิน-ช็อปของตนเอง คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 3

สอดคล้องกับทิศทางของ "เพาเวอร์บาย"ซึ่งนางจิราลักษณ์ ณ เชียงตุง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด กล่าวว่า นอกจากมือถือแล้ว ในปี 2559 ฟังก์ชั่นสมาร์ทจะกระตุ้นให้ผู้บริโภครุ่นใหม่สนใจเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน และกลุ่มชิ้นเล็กมากขึ้น




__________________________________________________________






เครื่องใช้ไฟฟ้าลุ้นปัจจัยบวกปี"59 4G-กีฬา-อสังหาฯดันตลาดโตเท่าตัวทะลุ2.3แสนล้าน


เครื่องใช้ไฟฟ้าลุ้นปี 2559 สดใส คาดทุกเซ็กเมนต์รับอานิสงส์ 4จี-กีฬา-อากาศร้อน-สุขภาพ ดันตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า 2.3 แสนล้านบาท เติบโตไม่น้อยกว่า 5% ด้านเชนร้านค้าเตรียมปรับพื้นที่-ไลน์อัพเอาใจขาช็อปรุ่นใหม่ แอลจีตัดหน้าเปิดตัวทีวีไฮเอนด์หวังชิงดีมานด์ ฝั่งพานาโซนิคขอเกาะกระแสสุขภาพทำตลาดชิ้นเล็ก ส่วนซัมซุงยังห่วงกำลังซื้อต่างจังหวัด เล็งอัดดิสเพลย์-กิจกรรมหนุน พร้อมจับมืออสังหาฯเปิดตลาดสมาร์ทโฮม

แม้ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ไอที ปี 2558 มูลค่า 2.3 แสนล้านบาท จะถูกกระทบจากสภาพเศรษฐกิจและภัยแล้ง จนเติบโตได้เพียง 2% จากเดิมที่เคยเติบโตถึง 8% เมื่อ 2-3 ปีก่อน แต่

ผู้ประกอบการหลายรายทั้งเชนร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า และแบรนด์สินค้า ต่างคาดว่าตลาดจะฟื้นตัวในปี 2559 ด้วยปัจจัยบวก อาทิ สัญญาณโทรศัพท์ 4จี การเติบโตของอสังหาฯ สภาพอากาศ และมหกรรมกีฬาโอลิมปิก-ฟุตบอลยูโร รวมถึงผลจากการลงทุนภาครัฐ ซึ่งมูลค่า 2.3 แสนล้านบาท เป็นสัดส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน 5.68 หมื่นล้านบาท ภาพและเสียง 2.7 หมื่นล้านบาทและกล้องดิจิทัล 5.3 พันล้านบาทเป็นต้น

เชื่อมั่นตลาดโต

นายจักรกฤษณ์ กีรติโชคชัยกุล ผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสบริหารสินค้า เพาเวอร์มอลล์ บริษัท เดอะมอลล์กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ไอที ปี 2559

มีโอกาสเติบโตประมาณ 5% จากมูลค่าประมาณ 2.25-2.3 แสนล้านในปีนี้

ซึ่งเติบโตเพียง 2-3% ซึ่งเริ่มเห็นสัญญาณบวกในไตรมาส 4 ปี 2558 โดยปัจจัยบวกหลัก ๆ ประกอบด้วยภาพอากาศที่คาดว่าจะร้อนจัด ส่งผลให้กลุ่มเครื่องปรับอากาศมีโอกาสเติบโตถึง 20% จาก 13% ในปี 2558

เช่นเดียวกับสัญญาณ 4จี ที่จะดันตลาดสมาร์ทโฟนโตกว่า 20% ในปี 2559 นอกจากนี้ยังมีการลงทุนของภาครัฐ และอสังหาริมทรัพย์ที่จะกระตุ้นกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านให้เติบโตเฉลี่ยประมาณ 5%

สำหรับบริษัทเองจะรับกระแสเติบโตนี้ โดยเน้นสร้างประสบการณ์ช็อปปิ้งทั้งการให้ข้อมูลของพนักงาน และการสาธิตสินค้า รวมถึงใช้ข้อได้เปรียบจากขนาดพื้นที่ ซึ่งมีถึง 3,000-3,500 ตร.ม.ต่อสาขา เพื่อเพิ่มความหลากหลายของสินค้าแต่ละหมวดไว้รองรับดีมานด์ที่หลากหลายของผู้บริโภค รวมถึงทุ่มงบฯ 100 ล้านบาท ปรับพื้นที่สาขาโคราชให้กว้างขึ้นเป็น 3,500 ตร.ม. พร้อมให้แบรนด์สินค้าแต่ละรายเข้ามาตั้งช็อป-อิน-ช็อปของตนเอง คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 3

สอดคล้องกับทิศทางของ "เพาเวอร์บาย"ซึ่งนางจิราลักษณ์ ณ เชียงตุง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด กล่าวว่า นอกจากมือถือแล้ว ในปี 2559 ฟังก์ชั่นสมาร์ทจะกระตุ้นให้ผู้บริโภครุ่นใหม่สนใจเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน และกลุ่มชิ้นเล็กมากขึ้น

ดังนั้นจึงมีแผนปรับปรุงการจัดวางสินค้าให้หลากหลายมากขึ้น ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ และกลุ่มภาพและเสียง พร้อมทั้งปรับปรุงหน้าร้านในกลุ่มสื่อสารและดิจิทัล อาทิ มือถือ และกล้องถ่ายภาพด้วยการเพิ่มแก็ดเจต และแอ็กเซสซอรี่ เพื่อให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่

ด้านการขยายสาขามีกำหนดเปิด 4 สาขา คือ เซ็นทรัลพลาซา นครศรีธรรมราช และโรบินสัน ไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์ ลพบุรี ส่วนอีก 2 สาขาต้องประเมินทิศทางเศรษฐกิจก่อน

ทีวีไฮเอนด์รับอานิสงส์บอล

ขณะเดียวกัน แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าเองต่างเตรียมรับอานิสงส์จากปัจจัยบวกเช่นกัน อาทิ "แอลจี" ซึ่งนายนิพนธ์ วงษ์แสงอรุณศรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ยืนยันว่า ปี 2559 เป็นโอกาสของทีวี รวมถึงสินค้ากลุ่มภาพและเสียง โดยเฉพาะกลุ่มไฮเอนด์ราคา 50,000 บาทขึ้นไป ที่หลายแบรนด์หันมาเน้นเพื่อรับผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงโดยบริษัทได้ชิงเปิดตัวโอแอลอีดีทีวี (OLED TV) รุ่นใหม่ตั้งแต่เดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยชูเทคโนโลยีภาพ 4 เค และคุณสมบัติของจอโอแอลอีดีเป็นจุดขาย ตอบโจทย์กลุ่มคนดูภาพยนตร์-กีฬา พร้อมเตรียมงบฯการตลาดสำหรับปี 2559 ไว้ที่ 160 ล้านบาท เท่ากับปี 2558 พร้อมตั้งเป้าการเติบโตของสินค้าภาพและเสียงไว้ประมาณ 10% จากฐาน 6,000 ล้านบาทของปี 2558 เช่นเดียวกับภาพรวมบริษัทที่วางเป้าโต 10% จากรายได้ 20,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ที่ผ่านมา ตลาดทีวีหดตัวลงทั้งจำนวนยูนิตที่ลดลง 7% จาก 2.4 ล้านเครื่อง เช่นเดียวกับมูลค่าซึ่งลดลง 6% จาก 2.7 หมื่นล้านบาท ในปี 2557 โดยมีเพียงทีวีระดับไฮเอนด์ที่มีการเติบโต 10% สวนทางกับระดับกลาง-ล่างที่ลดลง 8-9% เป็นผลจากสภาพเศรษฐกิจที่กระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคกลุ่มนี้ ในขณะที่เทรนด์จอใหญ่-คมชัดสูงกระตุ้นให้ผู้บริโภคกลุ่มบนอัพเกรดทีวีของตน

ไซซ์ใหญ่...ได้อีก

นายบุญชัย พุทธาโกฐิรัตน์ รองผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายการขาย ฝ่ายการตลาด และฝ่ายบริการ บริษัท ฮิตาชิเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดเครื่องซักผ้ามูลค่า 1 หมื่นล้านบาท จะเติบโตประมาณ 5% ในปี 2559 จากเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ฟื้นตัว และฐานปี 2558 ที่ต่ำ โดยไซซ์ใหญ่ยังคงเป็นเทรนด์หลัก จากปัจจัยต่าง ๆ เช่น นิยมซักผ้าสัปดาห์ละครั้ง ค่าใช้จ่ายในการส่งผ้าซักที่สูง หรือแม่บ้านหายากขึ้น เป็นต้น จึงเกิดดีมานด์สำหรับเครื่องซักผ้าที่ใหญ่ขึ้นส่งผลให้ในปี 2559 สัดส่วนเครื่องซักผ้าไซซ์ใหญ่ หรือขนาด 15 กิโลกรัมขึ้นไป เพิ่มเป็น 15-20% จากเดิม 10% ของตลาด ในขณะที่ขนาดต่ำกว่า 12 กิโลกรัม จะค่อย ๆ ลดลง แต่จะไม่กระทบกับกลุ่ม 2 ถัง เนื่องจากปัญหาคุณภาพน้ำประปาในต่างจังหวัดยังคงอยู่

ล่าสุดบริษัทได้ตอบรับกระแสนี้ด้วยการเปิดตัวเครื่องซักผ้าฝาบนขนาด 18, 20 และรุ่น 24 กิโลกรัม ซึ่งเป็นไฮไลต์ด้วยขนาดที่ใหญ่ที่สุดในตลาดประเทศไทย พร้อมจุดขายด้านเทคโนโลยีและฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวก รวมถึงผลประโยชน์ด้านความคุ้มค่าและเวลา เพื่อเจาะกลุ่มครอบครัวระดับบนขนาด 3-4 คน โดยเตรียมงบฯการตลาดไว้ 100 ล้านบาท พร้อมทั้งมีแผนเปิดตัวสินค้าใหม่ ๆ อีกกว่า 50 รายการ ในปีงบฯ 2559 ที่จะเริ่มในเดือน เม.ย. 2559 ทั้งนี้คาดว่าสิ้นปีงบฯ 2558 หรือปลายเดือน มี.ค. 2559 ภาพรวมบริษัทจะเติบโต 5% จากรายได้ 6,000 ล้านบาท เมื่อปีงบฯ 2557 โดยเครื่องซักผ้ามีสัดส่วน 20% เท่ากับเครื่องปรับอากาศ ส่วนตู้เย็นมีสัดส่วน 50% และเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็ก 10%

ชิ้นเล็กรับ 2 เด้ง

ด้านแบรนด์ "พานาโซนิค" นางสาวรังสิยา สุพัตพณิชการ รองผู้อำนวยการฝ่ายโฆษณาประชาสัมพันธ์ บริษัท พานาโซนิค เอ.พี.เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ให้ความเห็นว่า นอกจากกลุ่มภาพและเสียง และเครื่องปรับอากาศแล้ว เครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็กที่มีมูลค่าประมาณ 16,800 ล้านบาท และเติบโตจากปี 2557 ประมาณ 5% เองก็มีศักยภาพเช่นกัน โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องครัว และความงาม อาทิ เครื่องเป่า-จัดแต่งทรงผม เนื่องจากมีผู้เล่นน้อย และมีแรงหนุนต่อเนื่องจากกระแสสุขภาพ ซึ่งผู้บริโภคระดับบนยินดีที่จะใช้จ่ายเพื่อแลกกับคุณภาพ และฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์ ทำให้กลุ่มนี้มีศักยภาพการบริโภคอยู่มาก ส่งผลให้ตลาดยังเติบโตต่อไปได้

ในส่วนของบริษัทมีแผนเปิดตัวสินค้าใหม่เพื่อทำตลาดในช่วงเทศกาลตรุษจีนในต้นปี 2559 เพื่อสร้างการเติบโตให้ได้ตามเป้าที่วางไว้ 13% สำหรับกลุ่มความงาม และ 10% สำหรับกลุ่มหม้อหุงข้าว

เรื่องนี้ไปในทิศทางเดียวกับความเห็นของนางสาวรัชนีวรรณ สิงห์ประเสริฐ ผู้จัดการแผนกการตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์ภาพและเสียง และเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด ซึ่งกล่าวว่า เครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็ก อาทิ ไมโครเวฟ และหม้อหุงข้าว จะได้รับอานิสงส์จากการเติบโตของอสังหาฯ ซึ่งผู้บริโภคกลุ่มบนลงทุนกับเครื่องอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในบ้านมากขึ้น ทั้งด้านดีไซน์และความสามารถที่หลากหลาย ส่วนกลุ่มกลาง-ล่างอาจได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ จึงหันไปมองสินค้าราคาประหยัดมากขึ้น

กล้อง "มิเรอร์เลส" ยังแรง

นอกจากเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้ว กล้องดิจิทัลเองมีแนวโน้มที่ดีขึ้นในปี 2559 โดยนายธนสิทธิ์ เธียรกาญจนวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิ๊ก คาเมร่า คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) คาดว่า ตลาดกล้องดิจิทัลมูลค่า 5,300 ล้านบาท จะกลับมาเติบโตเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี โดยมีกล้องมิเรอร์เลสเป็นปัจจัยหนุนหลัก ด้วยสัดส่วนที่จะเพิ่มจาก 50% เป็น 60% ของมูลค่าตลาด และมูลค่าเฉลี่ยต่อตัวที่ขยับขึ้นเป็นไม่ต่ำกว่า 25,000 บาท รวมถึงดีมานด์ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนกว่า 50 ล้านคน ที่ส่วนหนึ่งจะอัพเกรดตนเองขึ้นมาเพื่อกล้องที่คุณภาพดีกว่าสมาร์ทโฟน

นอกจากนี้แบรนด์กล้องรายใหญ่อย่างแคนนอน และนิคอน ที่มีแผนทำตลาดกล้องมิเรอร์เลสนี้อย่างจริงจังตั้งแต่ไตรมาสแรกอีกด้วย

โดยมูลค่าตลาดกล้องดิจิทัลปี 2558 อยู่ในสภาวะทรงตัวที่ 5,300 ล้านบาท เท่ากับปี 2557 เนื่องจากเม็ดเงินจากยอดขายกล้องมิเรอร์เลสสามารถทดแทนยอดขายกล้องดีเอสแอลอาร์ และคอมแพ็กต์ที่ลดลง 35% และ 15% ตามลำดับได้

กำลังซื้อ ตจว.ยังน่าห่วง

ขณะที่ภาพรวมตลาดมีแนวโน้มดี แต่นายฉัตรชัย สันตติอนันต์ รองประธาน ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด แสดงความเห็นว่า ปี 2559 ยังต้องจับตาตลาดต่างจังหวัด เนื่องจากมีแนวโน้มที่ปัญหาภัยแล้งจะยังกระทบกำลังซื้อของผู้บริโภคต่อเนื่อง โดยบริษัทเตรียมจับมือตัวแทนจำหน่ายจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย และจัดดิสเพลย์หน้าร้าน รวมถึงกิจกรรมช่วงฟุตบอลยูโรเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ ในขณะเดียวกันมีแผนเปิดตัวสินค้าใหม่ในทุกกลุ่มให้มากกว่าปี 2558 นี้

ทั้งนี้ยังคงสัดส่วนงบฯการตลาดเท่าเดิมนอกจากนี้ โยง เชิล โจ ประธาน บริษัทไทยซัมซุงฯยังเสริมว่า ยังจับมือบริษัทอสังหาฯเพื่อผลักดันเทรนด์สมาร์ทโฮม หลังจากปี 2558 ได้ร่วมกับบริษัทอนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ นำสินค้าหมวดซัมซุงสมาร์ทโฮมไปติดตั้งในโครงการคอนโดมิเนียมจำนวนหนึ่งแล้ว


http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1451585430