So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2558

20 ธันวาคม 2558 (บทความ) หุ้นมือถือเจ็บถ้วนหน้า "JAS-TRUE" หนีไม่พ้นเพิ่มทุน // JAS จำเป็นต้องเพิ่มทุนครั้งใหญ่รองรับการขอสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ ส่วน TRUE ที่มีงบการเงินย่ำแย่ ประมูลใบอนุญาตมาได้ 2 ใบ รวมเป็นเงิน 1.1 แสนล้านบาท ขณะที่มีมาร์เก็ตแคป 178,407 ล้านบาท ซึ่งจำเป็นต้องใช้สินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ แม้ว่าเพิ่งปลดหนี้ธนาคารไทยพาณิชย์ไป4 หมื่นล้านบาท

ประเด็นหลัก



 JAS มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด หรือมาร์เก็ตแคป จำนวน 34,098 ล้านบาท แต่ประมูลมาในราคาสูงถึง 75,654 ล้านบาท จำเป็นต้องเพิ่มทุนครั้งใหญ่รองรับการขอสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ สำหรับ TRUE ที่มีงบการเงินย่ำแย่อยู่แล้ว.เพราะบริษัทประสบปัญหาขาดทุนมานานหลายปี รอบนี้ประมูลใบอนุญาตมาได้ 2 ใบ รวมเป็นเงิน 1.1 แสนล้านบาท ขณะที่มีมาร์เก็ตแคป 178,407 ล้านบาท ซึ่งจำเป็นต้องใช้สินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ แม้ว่าเพิ่งปลดหนี้ธนาคารไทยพาณิชย์ไป4 หมื่นล้านบาท แต่ยังมีหนี้อยู่นับแสนล้านบาท “ทรูจะเอาเงินมาจากที่ไหน ต้องเพิ่มทุนแน่นอน กลุ่มซีพีใส่เงินเข้ามาแล้ว กลุ่มไชน่า โมบายล์ จะใส่เงินเพิ่มทุนด้วยไหมและจะขายหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมด้วยหรือไม่ไม่ว่าจะเลือกเพิ่มทุนแบบไหน ก็จะมีผลกระทบต่อราคาหุ้นในกระดานอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น โดยเฉพาะ JAS ที่อาจจะไดรูมมาก”





_________________________________________



หุ้นมือถือเจ็บถ้วนหน้า "JAS-TRUE" หนีไม่พ้นเพิ่มทุน


โดย...ทีมข่าวหุ้นโพสต์ทูเดย์ ผลการประมูล 4จี บนคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz ออกมาแล้ว บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ ของกลุ่มจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) ชนะไปในราคา 75,654 ล้านบาท สำหรับใบอนุญาตที่ 1 ส่วนใบอนุญาตที่ 2 สูงถึง 76,298 ล้านบาท ตกเป็นของบริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น ในกลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) นักวิเคราะห์หลักทรัพย์มองว่าเป็นทุกขลาภของบริษัททั้งสองแห่ง และมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมมือถือในระยะยาวเพราะมีผู้เล่นรายใหม่เกิดขึ้นและเป็นไปได้สูงมากที่ JAS จะต้องสร้างสงครามราคาเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อกำไรที่จะเกิดขึ้น ขณะที่ทุกบริษัทจำเป็นต้องมีการลงทุนขนาดใหญ่ นักวิเคราะห์เปิดเผยว่า บริษัทที่ชนะการประมูลในราคาที่สูงมากที่ JAS จะต้องสร้างสงครามราคาเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อกำไรที่จะเกิดขึ้น ขณะที่ทุกบริษัทจำเป็นต้องมีการลงทุนขนาดใหญ่ นักวิเคราะห์เปิดเผยว่า บริษัทที่ชนะการประมูลในราคาที่สูงมาก ทั้ง JASทั้ง JAS และ TRUE จะต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อขออนุมัติตามเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ เรื่องการได้มาของสินทรัพย์สูงกว่าทรัพย์สินที่มีอยู่ในปัจจุบัน นอกจากนี้ทั้งสองบริษัทจำเป็นต้องเพิ่มทุนจดทะเบียนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยปัจจุบัน JAS มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด หรือมาร์เก็ตแคป จำนวน 34,098 ล้านบาท แต่ประมูลมาในราคาสูงถึง 75,654 ล้านบาท จำเป็นต้องเพิ่มทุนครั้งใหญ่รองรับการขอสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ สำหรับ TRUE ที่มีงบการเงินย่ำแย่อยู่แล้ว.เพราะบริษัทประสบปัญหาขาดทุนมานานหลายปี รอบนี้ประมูลใบอนุญาตมาได้ 2 ใบ รวมเป็นเงิน 1.1 แสนล้านบาท ขณะที่มีมาร์เก็ตแคป 178,407 ล้านบาท ซึ่งจำเป็นต้องใช้สินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ แม้ว่าเพิ่งปลดหนี้ธนาคารไทยพาณิชย์ไป4 หมื่นล้านบาท แต่ยังมีหนี้อยู่นับแสนล้านบาท “ทรูจะเอาเงินมาจากที่ไหน ต้องเพิ่มทุนแน่นอน กลุ่มซีพีใส่เงินเข้ามาแล้ว กลุ่มไชน่า โมบายล์ จะใส่เงินเพิ่มทุนด้วยไหมและจะขายหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมด้วยหรือไม่ไม่ว่าจะเลือกเพิ่มทุนแบบไหน ก็จะมีผลกระทบต่อราคาหุ้นในกระดานอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น โดยเฉพาะ JAS ที่อาจจะไดรูมมาก” ด้านบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) นอกจากมีความเสี่ยงเรื่องธุรกิจแล้วหลังประมูลไม่ได้ด้ จำเป็นต้องติดตามว่าจะปรับกลยุทธ์การตลาดและรับมือลูกค้าที่จะหนีไปอย่างไร เชื่อว่าจำเป็นจะต้องลงทุน 4จี เอง และจะต้องมีผลการดำเนินงานขาดทุนหลายปี ซึ่งนั่นหมายความว่าผู้ถือหุ้น DTAC มีความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับเงินปันผลอีกนานหากบริษัทไม่ประกาศใช้นโยบายนำกำไรสะสมมาจ่ายเงินปันผล “หุ้นสื่อสารไม่น่าสนใจ และราคาหุ้นมีโอกาสปรับตัวลงต่อเนื่อง จะกลับเข้ามาลงทุนได้เมื่อไร ก็ต้องดูว่าแต่ละบริษัทมีการบริหารสภาพคล่อง ปรับแผนการลงทุนและใช้กลยุทธ์ด้านการตลาดมาเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดได้มากน้อยเพียงใดซึ่งคงต้องรอเวลาอีกนานกว่าจะเห็นผล” แหล่งข่าวเปิดเผย นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย ประเมิน JAS-TRUE ชนะประมูลคลื่น 900 MHz เป็น Negative Surprise  บล.กสิกรไทย มองเป็นลบต่อกลุ่มสื่อสาร เนื่องจากมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาในตลาดน่าจะส่งผลลบต่อแนวโน้มการเติบโตของรายได้ และการแข่งขันเพิ่มขึ้น แนวโน้มปรับลดราคาเป้าหมายลงทุกตัว “เรายังชอบ ADVANC ที่สุดในกลุ่ม เนื่องจากคาดว่าจะยังจ่ายเงินปันผลได้ แต่ต้องปรับลดกำไรสุทธิลง ราคาหุ้นจะลดลงมาเพื่อให้ได้อัตราผลตอบแทนปันผล5-6% ขณะที่ DTAC TRUE JAS ไม่น่าสนใจลงทุนเลย” นักวิเคราะห์ บล.กสิกรไทย ระบุ .... อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/economy/stock-gold/405814