So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2558

13 ธันวาคม 2558 LAZADA ให้ข้อมูลเสริมว่า ตอนนี้ตลาดโทรศัพท์ในประเทศไทยแต่ละเดือนมียอดขายประมาณ 1.1-1.2 ล้านเครื่อง โดยกว่า 85% เป็นสมาร์ทโฟนแล้ว ดังนั้น เชื่อว่าการมาของโทรศัพท์มือถือที่มียอดขายสูงในระดับโลก

ประเด็นหลัก




       อเล็กแซนดรอ บิสชินี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ลาซาด้า ประเทศไทย ให้ข้อมูลเสริมว่า ตอนนี้ตลาดโทรศัพท์ในประเทศไทยแต่ละเดือนมียอดขายประมาณ 1.1-1.2 ล้านเครื่อง โดยกว่า 85% เป็นสมาร์ทโฟนแล้ว ดังนั้น เชื่อว่าการมาของโทรศัพท์มือถือที่มียอดขายสูงในระดับโลก ประสิทธิภาพดี ราคาจับต้องได้จะทำให้ทั้งเหม่ยซู และลาซาด้า สามารถเติบโตไปด้วยกันได้
     
       โดยความร่วมมือในครั้งนี้ ลาซาด้า จะเข้ามารับผิดชอบในเรื่องของบริการหลังการขายด้วย ดังนั้น กรณีที่เครื่องมีปัญหาถ้าอยู่ในระยะเวลา 14 วัน ก็สามารถเปลี่ยนเครื่องได้ทันที หรือถ้ามีปัญหาในช่วงระยะเวลารับประกัน 1 ปี ก็สามารถใช้ช่องทางของลาซาด้าในการติดต่อรับประกันได้





____________________________________________________________



สมาร์ทโฟน “เหม่ยซู” บุกไทย ขาย-รับประกันผ่านลาซาด้า




        “เหม่ยซู” เริ่มลุยตลาดไทยผ่านช่องทางออนไลน์ ก่อนขยายสู่หน้าร้าน พร้อมควานหาความร่วมมือกับโอเปอเรเตอร์ในการจำหน่ายสมาร์ทโฟนที่รองรับ 4G เชื่อตลาดประเทศไทยที่กำลังพัฒนาจะช่วยสร้างยอดขายที่ดีให้แก่เหม่ยซู ล่าสุด เปิดตัว 2 สมาร์ทโฟน Meizu M2 และ Meizu MX5 รับเทศกาลช่วงปลายปีนี้
     
       เสี่ยว ลี ผู้จัดการฝ่ายขาย เหม่ยซู เทคโลโลยี กล่าวว่า ในช่วงปลายปีนี้ เหม่ยซู จะวางจำหน่ายสมาร์ทโฟนด้วยกัน 2 รุ่น คือ Meizu M2 ที่เป็นรุ่นในระดับเอ็นทรี และ Meizu MX5 ในระดับกลาง ผ่านการจำหน่ายจากลาซาด้าที่กำลังจะมีช่วงลดราคาสินค้าในระหว่างวันที่ 10-12 ธันวาคม 2558 ส่วนในปีหน้าจะเริ่มนำตัวที่เป็นแฟลกชิปเข้ามาทำตลาดในระดับไฮเอนด์
     
       “เหม่ยซู มียอดขายในประเทศจีนเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากปีก่อนที่จำหน่ายได้ 5 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้นเป็น 23 ล้านเครื่องในปีนี้ ขณะที่ในปีหน้าคาดว่าจะเติบโตได้เพิ่มเท่าตัว และจากการขายสมาร์ทโฟนผ่านช่องทางออนไลน์ในช่วงเทศกาลพิเศษวันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมาไปกว่า 2 ล้านเครื่องในประเทศจีน และเชื่อว่าเมื่อเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยจะสามารถทำได้ในสัดส่วนที่ดีเช่นเดียวกัน”
     
       ขณะเดียวกัน วางแผนที่จะเริ่มจำหน่ายทางช่องทางปกติในช่วงไตรมาส 1 ปี 2559 พร้อมๆ ไปกับการเปิดสำนักงานในประเทศไทย หลังจากร่วมมือกับทางลาซาด้า ขายผ่านช่องทางออนไลน์ก่อนในเบื้องต้น ส่วนในแง่ของความร่วมมือกับโอเปอเรเตอร์มองว่ามีโอกาสที่จะเข้าไปร่วมมือ เพราะสมาร์ทโฟนที่เปิดตัวทั้ง 2 รุ่น ก็รองรับการใช้งาน 4G ที่ทุกโอเปอเรเตอร์กำลังมุ่งไป
     
       สำหรับประเทศไทย ถือว่าเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ เหม่ยซู เข้ามาทำตลาดในตอนที่จำหน่าย M2 Note ก่อนหน้านี้ หลังจากนั้นจึงขยายไปยังพม่า เวียดนาม และกัมพูชา โดยเชื่อว่าประเทศไทยยังมีศักยภาพที่จะเติบโตในส่วนของตลาดสมาร์ทโฟน ที่ปัจจุบันกำลังเริ่มก้าวเข้าสู่ยุค 4G ทำให้ส่วนหนึ่งผู้บริโภคจะมีการเปลี่ยนเครื่องให้รองรับการใช้งานด้วย
     
       ทั้งนี้ จุดเด่นของเหม่ยซู คือ มีความเชี่ยวชาญในการผลิตอุปกรณ์มัลติมีเดียมาก่อน ทำให้โดดเด่นในเรื่องของพลังเสียง ถัดมาคือ เรื่องของการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีจุดเด่นเฉพาะตัว ทั้งในรุ่น M2 ที่ออกแบบมาจับตลาดวัยรุ่นจากวัสดุที่เป็นโพลีคาร์บอเนต และ MX5 จะเน้นวัสดุที่เป็นอะลูมิเนียมทั้งตัว รวมถึงในแง่ของการพัฒนาระบบปฏิบัติการ Flyme บนพื้นฐานของแอนดรอยด์ให้มีความเฉพาะตัวมากขึ้น
     
       M2 จะมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5 นิ้ว ทำงานบนหน่วยประมวลผล 1.3 GHz ที่เป็น Quad Core กล้องความละเอียด 13 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล แบตเตอรี่ 2,500 mAh วางจำหน่ายในราคา 4,990 บาท ส่วน MX5 หน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว หน่วยประมวลผล 2.2 GHz แบบ Octa Core กล้องหลักความละเอียด 20.7 ล้านพิกเซล และกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล แบตเตอรี่ 3,150 mAh ในราคา 10,990 บาท
     
       อเล็กแซนดรอ บิสชินี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ลาซาด้า ประเทศไทย ให้ข้อมูลเสริมว่า ตอนนี้ตลาดโทรศัพท์ในประเทศไทยแต่ละเดือนมียอดขายประมาณ 1.1-1.2 ล้านเครื่อง โดยกว่า 85% เป็นสมาร์ทโฟนแล้ว ดังนั้น เชื่อว่าการมาของโทรศัพท์มือถือที่มียอดขายสูงในระดับโลก ประสิทธิภาพดี ราคาจับต้องได้จะทำให้ทั้งเหม่ยซู และลาซาด้า สามารถเติบโตไปด้วยกันได้
     
       โดยความร่วมมือในครั้งนี้ ลาซาด้า จะเข้ามารับผิดชอบในเรื่องของบริการหลังการขายด้วย ดังนั้น กรณีที่เครื่องมีปัญหาถ้าอยู่ในระยะเวลา 14 วัน ก็สามารถเปลี่ยนเครื่องได้ทันที หรือถ้ามีปัญหาในช่วงระยะเวลารับประกัน 1 ปี ก็สามารถใช้ช่องทางของลาซาด้าในการติดต่อรับประกันได้

http://manager.co.th/CbizReview/ViewNews.aspx?NewsID=9580000135860