So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2558

13 ธันวาคม 2558 บิ๊ก คาเมร่า ตลาดกล้องปี 2559 มีแนวโน้มเติบโตเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่หดตัวต่อเนื่องกว่า 3 ปี โดยมีกล้องมิเรอร์เลสเป็นปัจจัยหนุนหลักทั้งด้านสัดส่วนมูลค่าที่มากกว่า 50% ของตลาดรวมประมาณ 5,300 ล้านบาท พร้อมด้วยมูลค่าเฉลี่ยซึ่งจะขยับเพิ่มเป็นไม่ต่ำกว่า 2.5 หมื่นบาทต่อตัว

ประเด็นหลัก


นายธนสิทธิ์ เธียรกาญจนวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิ๊ก คาเมร่า คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลาดกล้องปี 2559 มีแนวโน้มเติบโตเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่หดตัวต่อเนื่องกว่า 3 ปี โดยมีกล้องมิเรอร์เลสเป็นปัจจัยหนุนหลักทั้งด้านสัดส่วนมูลค่าที่มากกว่า 50% ของตลาดรวมประมาณ 5,300 ล้านบาท พร้อมด้วยมูลค่าเฉลี่ยซึ่งจะขยับเพิ่มเป็นไม่ต่ำกว่า 2.5 หมื่นบาทต่อตัว ทดแทนกล้องคอมแพคที่ลดลง ประกอบกับแบรนด์ใหญ่อย่างแคนนอน และนิคอน ต่างแสดงท่าทีชัดเจนว่าจะเริ่มทำตลาดกล้องมิเรอร์เลสของตนอย่างจริงจังตั้งแต่ไตรมาสแรกของปีหน้า ซึ่งจะทำให้ตลาดคึกคักขึ้น

สำหรับบริษัทจะมุ่งสร้างรายได้จากผู้ใช้กลุ่มใหม่ที่เป็นผู้ใช้สมาร์ทโฟนพร้อมต่อยอดฐานลูกค้าเดิมจำนวนกว่า2 แสนคนต่อปีด้วยบริการ โดยเฉพาะการพรินต์รูปที่แม้มูลค่าต่ำแต่มีสัดส่วนกำไรสูงถึง 100% โดยชูบริการที่รวดเร็วอย่างการพรินต์ภาพจากโทรศัพท์มือถือโดยตรงรวมถึงความหลากหลาย อาทิ การทำหนังสือภาพหรือโฟโต้บุ๊กเพื่อสร้างดีมานด์ การขายประกันกล้องที่มีดีมานด์จากราคาสินค้าที่สูงขึ้น

ขณะเดียวกันก็จะต่อยอดบริการเหล่านี้ไปเป็นแพ็กเกจโปรโมชั่นร่วมกับการขายกล้อง สอดคล้องกับกลยุทธ์อัพเซลที่มุ่งเพิ่มรายได้จากการขายต่อครั้ง






____________________________________________________________



"มิเรอร์เลส" เรือธงดันตลาดกล้อง

"บิ๊กคาเมร่า" ลอนช์สินค้า-บริการใหม่ดันยอดโต "บิ๊ก คาเมร่า" กางแผนปั๊มกำไรปี 2559 เบนเข็มมุ่งงานบริการ ปลุกผี "ล้าง-อัดรูป" ชี้มาร์จิ้นสูงแตะ 100% เล็งเปิดตัวโปรดักต์ใหม่ไตรมาสแรกเก็บดีมานด์ผู้ใช้มือถือ 50 ล้านคน พร้อมต่อยอดขายแพ็กเกจกล้อง-บริการ ด้านกล้องเน้นมิเรอร์เลส-คอมแพค

นายธนสิทธิ์ เธียรกาญจนวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิ๊ก คาเมร่า คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลาดกล้องปี 2559 มีแนวโน้มเติบโตเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่หดตัวต่อเนื่องกว่า 3 ปี โดยมีกล้องมิเรอร์เลสเป็นปัจจัยหนุนหลักทั้งด้านสัดส่วนมูลค่าที่มากกว่า 50% ของตลาดรวมประมาณ 5,300 ล้านบาท พร้อมด้วยมูลค่าเฉลี่ยซึ่งจะขยับเพิ่มเป็นไม่ต่ำกว่า 2.5 หมื่นบาทต่อตัว ทดแทนกล้องคอมแพคที่ลดลง ประกอบกับแบรนด์ใหญ่อย่างแคนนอน และนิคอน ต่างแสดงท่าทีชัดเจนว่าจะเริ่มทำตลาดกล้องมิเรอร์เลสของตนอย่างจริงจังตั้งแต่ไตรมาสแรกของปีหน้า ซึ่งจะทำให้ตลาดคึกคักขึ้น

สำหรับบริษัทจะมุ่งสร้างรายได้จากผู้ใช้กลุ่มใหม่ที่เป็นผู้ใช้สมาร์ทโฟนพร้อมต่อยอดฐานลูกค้าเดิมจำนวนกว่า2 แสนคนต่อปีด้วยบริการ โดยเฉพาะการพรินต์รูปที่แม้มูลค่าต่ำแต่มีสัดส่วนกำไรสูงถึง 100% โดยชูบริการที่รวดเร็วอย่างการพรินต์ภาพจากโทรศัพท์มือถือโดยตรงรวมถึงความหลากหลาย อาทิ การทำหนังสือภาพหรือโฟโต้บุ๊กเพื่อสร้างดีมานด์ การขายประกันกล้องที่มีดีมานด์จากราคาสินค้าที่สูงขึ้น

ขณะเดียวกันก็จะต่อยอดบริการเหล่านี้ไปเป็นแพ็กเกจโปรโมชั่นร่วมกับการขายกล้อง สอดคล้องกับกลยุทธ์อัพเซลที่มุ่งเพิ่มรายได้จากการขายต่อครั้ง

"ปัจจุบันได้ติดตั้งเครื่องพรินต์รูปไปแล้วกว่า 150 สาขา จากทั้งหมด 234 สาขาซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากสาขาใน กทม. และคาดว่าจะครบทุกสาขาในไตรมาสแรกปีหน้า จากนั้นจะมีการโปรโมตและทำโปรโมชั่นอย่างเต็มตัว รวมถึงเปิดตัวผลิตภัณฑ์พรินต์ภาพรูปแบบใหม่อีกด้วย"

ส่วนด้านการจำหน่ายกล้องและอุปกรณ์เสริม บริษัทจะเน้นกล้องที่มีสัดส่วนกำไรสูงอย่างมิเรอร์เลส ซึ่งคาดว่าจะเติบโตจาก 50% ของตลาดขึ้นเป็น 70% ตามด้วยคอมแพคระดับล่างที่มีดีมานด์จากตลาดล่าง โดยยังคงอาศัยการบริการ กทำเวิร์กช็อป เพื่อสร้างความคุ้มค่า และเลี่ยงการแข่งขันราคา

พร้อมกับการจัดระเบียบร้านกล้องทั้ง 210 สาขา โดยทยอยปิดสาขาที่ทำยอดขายได้ต่ำกว่า 5 ล้านบาทลง และจะขยายพื้นที่และรีโนเวตสาขาเดิม คาดว่าจะใช้งบฯลงทุนประมาณ 50 ล้านบาท ส่วนร้านขายโทรศัพท์มือถือ 24 สาขาจะยังไม่เปิดเพิ่ม

ในปีนี้ได้ขยายสาขาประมาณ 10 แห่งตามห้างสรรพสินค้าที่เปิดใหม่ พร้อมปรับกลยุทธ์อาทิ จับมือกับบริษัทฟูจิฟิล์มเปิดบริการพรินต์รูป เพิ่มความหลากหลายของสินค้า รวมถึงส่งเสริมการขายด้วยการจับมือกับสถาบันศึกษาเพิ่มจำนวนเวิร์กช็อป ส่งผลให้รายได้ 9 เดือนเติบโต 36% หรือมีรายได้ 3,140 ล้านบาท และคาดว่าสิ้นปีนี้จะเติบโตไม่น้อยกว่า 30% จากปีก่อนที่ปิดยอดไป 3,450 ล้านบาท พร้อมส่วนแบ่งตลาด 55% ส่วนปี 2559 ตั้งเป้าการเติบโต 10% และส่วนแบ่งตลาด 60-65%


http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1449724182