So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2558

06 ธันวาคม 2558 ส่วนโครงการสมาร์ทซิตี้ของไทยเป็นที่สนใจของทั้งจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ โดยขณะนี้กระทรวงไอซีทีอยู่ระหว่างรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนเพื่อกำหนดการพัฒนาในแต่ละด้านให้ชัดเจน

ประเด็นหลัก

ส่วนโครงการสมาร์ทซิตี้ของไทยเป็นที่สนใจของทั้งจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ โดยขณะนี้กระทรวงไอซีทีอยู่ระหว่างรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนเพื่อกำหนดการพัฒนาในแต่ละด้านให้ชัดเจน

"อาจมองดูว่าดิจิทัลอีโคโนมีไปได้ช้าทั้งที่กระทรวงไอซีทีเร่งเครื่องในการเข้าถึงดิจิทัลอีโคโนมีและโซไซตี้ให้เร็วที่สุดแล้วแต่การทำงานต้องใช้เวลา อย่างสมาร์ทซิตี้ไม่ใช่แค่พูดลอย ๆ เหมือนที่ผ่านมา ต้องกำหนดให้ชัดและมีการจัดลำดับความสำคัญ เช่นเดียวกับโครงการขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านดิจิทัลที่จะเชิญผู้ประกอบการต่างชาติรายใหญ่ เช่น Google, LINE, Amazon เข้ามามีส่วนร่วมสร้างนวัตกรรมในไทย สร้างผู้ประกอบการไทย ซึ่งได้หารือกับกระทรวงวิทย์ และกระทรวงอุตสาหกรรมแล้ว คาดว่าจะเห็นรายละเอียดทั้งหมดในไตรมาส 1 ปีหน้า กำลังพิจารณามาตรการส่งเสริมการลงทุนที่บีโอไอมีแพ็กเกจสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายว่าเพียงพอหรือไม่"

นายอุตตมกล่าวต่อว่า ในไตรมาส 2 ปี 2559 คาดว่าชุดกฎหมายดิจิทัลทั้งหมดจะทบทวนเสร็จพร้อมให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาก่อนที่จะประกาศใช้ได้ราวไตรมาส 3 ซึ่งจะทำให้เกิดการปรับโครงสร้างภายในกระทรวงไอซีที


_______________________________________




สิ้นปีคลอดแผนดิจิทัลอีโคโนมี ผนึกญี่ปุ่น-เกาหลีใต้พลิกโฉม


"อุตตม" วางไทม์ไลน์ผลงานขีดเส้นสิ้นปีเห็นแผนแม่บทดิจิทัลอีโคโนมีล้อตามแผนอาเซียน 2020 พ่วงเปิดตัวโครงการนำร่อง ทั้งต้นปีหน้าจับมือญี่ปุ่นปรับโฉมไปรษณีย์ ผนึกเกาหลีใต้บูมอีคอมเมิร์ซ การันตีไตรมาส 2 ดันชุดกฎหมายดิจิทัลเข้า สนช.ก่อนปรับโครงสร้างกระทรวงใหม่ไตรมาส 3

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า แผนแม่บทยุทธศาสตร์เศรษฐกิจดิจิทัลที่จะเป็นกรอบใหญ่ในการพัฒนา จะยกร่างเสร็จพร้อมเข้าที่ประชุมคณะกรรมการเตรียมการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลพิจารณาในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน ธ.ค.นี้ คาดประกาศใช้สิ้นปีนี้พร้อมเปิดตัวโครงการนำร่อง

โดยแผนแม่บทดิจิทัลอีโคโนมีจะล้อไปกับแผนอาเซียนมาสเตอร์แพลน2020ที่การประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศ (TELMIN ครั้งที่ 15) เพิ่งมีมติเห็นชอบที่จะนำมาใช้ในปี 2559-2563 ซึ่งเป็นแผนที่อาเซียนตกลงร่วมกันที่จะมีโครงการขับเคลื่อนให้อาเซียนกลายเป็นสังคมศรษฐกิจดิจิทัลเต็มตัว

และในต้นปี2559จะมีการลงนามในบันทึกข้อตกลงร่วมกับประเทศญี่ปุ่นในกิจการไปรษณีย์ หลังจากมีการหารือทวิภาคในเวที TELMIN

"ญี่ปุ่นจะมาช่วยปรับประสิทธิภาพระบบ ปณท.ให้ดีขึ้น รวมถึงจัดระบบโลจิสติกส์รองรับการซื้อขายออนไลน์ที่จะเพิ่มขึ้น"

ทั้งยังได้หารือเกี่ยวกับความร่วมมือด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ด้วยซึ่งทั้งญี่ปุ่นจีน และสิงคโปร์ต่างเสนอตัวตั้งหน่วยงานความร่วมมือด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้กับอาเซียน เพื่อร่วมกันเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงกันในการเตือนภัยและสร้างความระมัดระวังให้ผู้ใช้งานเนื่องจากสังคมเศรษฐกิจดิจิทัลจะทำให้ธุรกรรมออนไลน์เพิ่มสูงขึ้นการสร้างความมั่นใจและเฝ้าระวังระบบจึงเป็นสิ่งจำเป็น

และในเดือน เม.ย.จะลงนามกับประเทศเกาหลีใต้ที่เสนอความร่วมมือเกี่ยวกับการพัฒนาอีคอมเมิร์ซ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และการบ่มเพาะสตาร์ตอัพ

ส่วนโครงการสมาร์ทซิตี้ของไทยเป็นที่สนใจของทั้งจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ โดยขณะนี้กระทรวงไอซีทีอยู่ระหว่างรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนเพื่อกำหนดการพัฒนาในแต่ละด้านให้ชัดเจน

"อาจมองดูว่าดิจิทัลอีโคโนมีไปได้ช้าทั้งที่กระทรวงไอซีทีเร่งเครื่องในการเข้าถึงดิจิทัลอีโคโนมีและโซไซตี้ให้เร็วที่สุดแล้วแต่การทำงานต้องใช้เวลา อย่างสมาร์ทซิตี้ไม่ใช่แค่พูดลอย ๆ เหมือนที่ผ่านมา ต้องกำหนดให้ชัดและมีการจัดลำดับความสำคัญ เช่นเดียวกับโครงการขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านดิจิทัลที่จะเชิญผู้ประกอบการต่างชาติรายใหญ่ เช่น Google, LINE, Amazon เข้ามามีส่วนร่วมสร้างนวัตกรรมในไทย สร้างผู้ประกอบการไทย ซึ่งได้หารือกับกระทรวงวิทย์ และกระทรวงอุตสาหกรรมแล้ว คาดว่าจะเห็นรายละเอียดทั้งหมดในไตรมาส 1 ปีหน้า กำลังพิจารณามาตรการส่งเสริมการลงทุนที่บีโอไอมีแพ็กเกจสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายว่าเพียงพอหรือไม่"

นายอุตตมกล่าวต่อว่า ในไตรมาส 2 ปี 2559 คาดว่าชุดกฎหมายดิจิทัลทั้งหมดจะทบทวนเสร็จพร้อมให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาก่อนที่จะประกาศใช้ได้ราวไตรมาส 3 ซึ่งจะทำให้เกิดการปรับโครงสร้างภายในกระทรวงไอซีที

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1449115569