So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

22 พฤศจิกายน 2558 (บทความ) ข้อมูลของเรา กลายไปเป็นเงินของใคร // ซึ่งดูเหมือนเป็นสิ่งที่คนทั่วไปนึกถึงเป็นอันดับแรก การใช้ประโยชน์บนอุปกรณ์เคลื่อนที่ต่าง ๆ หรือการสร้างโฆษณาข้าง ๆ ข้างบนผลการค้นหา ให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้มากที่สุด ถัดมาเป็นเฟซบุ๊ก ซึ่งมีเว็บไซต์ 32.42% ที่ส่งร้องขอข้อมูลกลับไปยังเฟซบุ๊ก

ประเด็นหลัก



สวัสดีครับท่านผู้อ่าน เมื่อไม่นานมานี้ มีนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยได้ลองค้นหาว่า มีผู้ให้บริการรายใดบ้าง ที่เก็บข้อมูลของเราไว้ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในภายหลัง ซึ่งประโยชน์ที่ว่านี้ อาจเป็นไปเพื่อการพัฒนาการให้บริการของตนเอง หรืออาจเป็นไปได้ว่า เป็นการขายข้อมูลของเราให้ผู้ที่ต้องการ ซึ่งผู้ที่ต้องการเหล่านี้ ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน หากแต่เป็นบริษัทที่ทำงานด้านการตลาด ซึ่งเมื่อได้ข้อมูลเหล่านี้ไป ก็สามารถนำไปวิเคราะห์ เพื่อขายของให้ตรงกับความต้องการของเราให้ได้มากที่สุด ล่าสุดนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเพนซิล เวเนียได้นำเสนอผลการวิเคราะห์ว่า มีเว็บไซต์ใดบ้างที่มีการส่งข้อมูลของเราไปยังบริษัทอื่น ๆ เพื่อประโยชน์ในการเก็บข้อมูลการเยี่ยมชม และที่สำคัญ คือ เว็บ ไซต์เหล่านั้นส่งข้อมูลออกไปให้ใครบ้าง การวิจัยนี้ เก็บข้อมูลจากเว็บหนึ่งล้านอันดับแรกที่จาก Alexa ซึ่งผลการวิเคราะห์พบว่า 78.07% ของเว็บไซต์เหล่านั้น



__________________




ข้อมูลของเรา กลายไปเป็นเงินของใคร | เดลินิวส์


„ข้อมูลของเรา กลายไปเป็นเงินของใคร การวิจัยนี้ เก็บข้อมูลจากเว็บหนึ่งล้านอันดับแรกที่จาก Alexa ซึ่งผลการวิเคราะห์พบว่า 78.07% ของเว็บไซต์เหล่านั้น มีการร้องขอข้อมูล (เพื่อการเก็บข้อมูลเล็ก ๆ น้อย ๆ) วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2558 เวลา 4:42 น. สวัสดีครับท่านผู้อ่าน เมื่อไม่นานมานี้ มีนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยได้ลองค้นหาว่า มีผู้ให้บริการรายใดบ้าง ที่เก็บข้อมูลของเราไว้ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในภายหลัง ซึ่งประโยชน์ที่ว่านี้ อาจเป็นไปเพื่อการพัฒนาการให้บริการของตนเอง หรืออาจเป็นไปได้ว่า เป็นการขายข้อมูลของเราให้ผู้ที่ต้องการ ซึ่งผู้ที่ต้องการเหล่านี้ ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน หากแต่เป็นบริษัทที่ทำงานด้านการตลาด ซึ่งเมื่อได้ข้อมูลเหล่านี้ไป ก็สามารถนำไปวิเคราะห์ เพื่อขายของให้ตรงกับความต้องการของเราให้ได้มากที่สุด ล่าสุดนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเพนซิล เวเนียได้นำเสนอผลการวิเคราะห์ว่า มีเว็บไซต์ใดบ้างที่มีการส่งข้อมูลของเราไปยังบริษัทอื่น ๆ เพื่อประโยชน์ในการเก็บข้อมูลการเยี่ยมชม และที่สำคัญ คือ เว็บ ไซต์เหล่านั้นส่งข้อมูลออกไปให้ใครบ้าง การวิจัยนี้ เก็บข้อมูลจากเว็บหนึ่งล้านอันดับแรกที่จาก Alexa ซึ่งผลการวิเคราะห์พบว่า 78.07% ของเว็บไซต์เหล่านั้น มีการร้องขอข้อมูล (เพื่อการเก็บข้อมูลเล็ก ๆ น้อย ๆ) ไปยังโดเมนของกูเกิล ซึ่งแน่นอนว่า กูเกิลสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลเหล่านั้น ทั้งการค้นหา (Search) ซึ่งดูเหมือนเป็นสิ่งที่คนทั่วไปนึกถึงเป็นอันดับแรก การใช้ประโยชน์บนอุปกรณ์เคลื่อนที่ต่าง ๆ หรือการสร้างโฆษณาข้าง ๆ ข้างบนผลการค้นหา ให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้มากที่สุด ถัดมาเป็นเฟซบุ๊ก ซึ่งมีเว็บไซต์ 32.42% ที่ส่งร้องขอข้อมูลกลับไปยังเฟซบุ๊ก ถัดมาเป็น Akamai ซึ่งเป็นผู้ให้บริการพื้นที่แก่บริษัทใหญ่ ๆ หลายเจ้า จำนวน 23.31% การส่งข้อมูลข้างต้นนี้ กูเกิลหรือเฟซบุ๊กและอื่น ๆ ไม่ได้เป็นผู้ร้องขอนะครับ หากแต่เป็นเจ้าของเว็บไซต์เองที่เป็นคน “ใช้บริการ” การเก็บข้อมูลเพื่อนำมาปรับปรุงการให้บริการของตัวเอง เช่น การคอยสำรวจว่า มีผู้ใช้เข้ามาเยี่ยมชมเป็นจำนวนเท่าใด เข้ามาช่วงเวลาใดบ้าง เป็นต้น แต่ยังมีการ “แอบ” เก็บข้อมูล และ “หลอก” เก็บข้อมูลอีกมากมาย ที่หลายคนเผลอไผล หลวมตัวไปให้ข้อมูลแก่เขาเหล่านั้น โดยไม่รู้ตัว ผมยกตัวอย่างเช่น แอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ทั้งบนโทรศัพท์มือถือ หรือบนเว็บ ที่มักจะขอให้เราเข้าใช้ด้วยบัญชีเฟซบุ๊ก ตามรูปที่ผมแนบมาในบทความนี้นะครับ แต่แทนที่จะให้เราล็อกอินอย่างเดียว แต่กลับขอเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวต่าง ๆ ของเราหลายอันทีเดียว และเมื่อเราอนุญาตปั๊บ ผู้ให้บริการเหล่านั้น ก็สามารถเข้ามาเอาข้อมูลของเราไปได้ ซึ่งก็อาจจะเอาไปวิเคราะห์ ไปตรวจสอบจริง ๆ เอาไปปรับปรุงการให้บริการของตนเอง เอาไปรวมกลุ่มกับข้อมูลอื่น ๆ หรือแม้กระทั่งเอาข้อมูลของเราไปขาย เพื่อหาเงินเข้ากระเป๋าอีกทางหนึ่งก็เป็นไปได้ครับ เพราะฉะนั้น เวลาที่จะใช้งานแอพพลิ เคชั่นอะไรก็แล้วแต่ อย่ามัวแต่ตื่นเต้น เล่นตามเพื่อนแต่อย่างเดียว ลองอ่านคำขออนุญาตให้ละเอียดสักนิด แล้วค่อยคลิกอนุญาตนะครับ. สุกรี สินธุภิญโญ (sukree.s@chula.ac.th) ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย“

อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/it/361882