So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

22 พฤศจิกายน 2558 แคสเปอร์สกี้ แลป และบีทูบี อินเทอร์เนชั่นแนล พบว่า จำนวนเงินที่สูญเสียไปกระทบกับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางเนื่องจากการโจมตีทางไซเบอร์มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในปี 2015 มูลค่าความเสียหายของการโจมตีทางไซเบอร์แต่ละครั้ง เฉลี่ยประมาณ 38,000 เหรียญสหรัฐ ข้อสรุปนี้รวมค่าบริการที่ผู้เชี่ยวชาญมาจัดการหลังจากถูกโจมตี การสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ และการสูญเสียจากการต้องหยุดทำงาน

ประเด็นหลัก




จากรายงานของแคสเปอร์สกี้ แลป และบีทูบี อินเทอร์เนชั่นแนล พบว่า จำนวนเงินที่สูญเสียไปกระทบกับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางเนื่องจากการโจมตีทางไซเบอร์มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในปี 2015 มูลค่าความเสียหายของการโจมตีทางไซเบอร์แต่ละครั้ง เฉลี่ยประมาณ 38,000 เหรียญสหรัฐ ข้อสรุปนี้รวมค่าบริการที่ผู้เชี่ยวชาญมาจัดการหลังจากถูกโจมตี การสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ และการสูญเสียจากการต้องหยุดทำงาน

โดยปกติแล้วการแทรกซึมทางการตลาดและความมั่นคงทางการเงินเป็นสิ่งที่มีความสำคัญสำหรับเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก ซึ่งไม่ได้ให้ความสนใจกับความปลอดภัยของข้อมูลมากเท่าที่ควร ด้วยเหตุนี้จากความไม่สนใจในโครงสร้างพื้นฐานระบบไอทีทำให้พวกเป็นเป้าหมายที่ดีที่สุดของกลุ่มอาชญากรทางไซเบอร์

ผลการศึกษาพบว่า ปีที่แล้ว ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางจำนวนประมาณหนึ่งในสามประสบปัญหาการต้องหยุดทำงานและการสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ และ 88% นั้นต้องหาผู้เชี่ยวชาญจากที่อื่นมาให้ความช่วยเหลือ ตามที่ผู้ให้สัมภาษณ์ให้ข้อมูล โดยทั่วไปแล้วบริษัทมีค่าใช้จ่ายประมาณ 11,000 เหรียญสหรัฐ เสียผลกำไรและเป็นหนี้ประมาณ 16,000 เหรียญสหรัฐในขณะเดียวกันก็เสียชื่อเสียงด้วยเช่นกัน การที่บริษัทเสียภาพลักษณ์ที่ดีประเมินค่าเสียหายได้ประมาณ 8,000 เหรียญสหรัฐ



__________________




แคสเปอร์สกี้ฯ เผยธุรกิจ SMB สูญเสียเงินกว่า 38,000 เหรียญ จากการถูกโจมตีทางไซเบอร์แต่ละครั้ง


จากรายงานของแคสเปอร์สกี้ แลป และบีทูบี อินเทอร์เนชั่นแนล พบว่า จำนวนเงินที่สูญเสียไปกระทบกับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางเนื่องจากการโจมตีทางไซเบอร์มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในปี 2015 มูลค่าความเสียหายของการโจมตีทางไซเบอร์แต่ละครั้ง เฉลี่ยประมาณ 38,000 เหรียญสหรัฐ ข้อสรุปนี้รวมค่าบริการที่ผู้เชี่ยวชาญมาจัดการหลังจากถูกโจมตี การสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ และการสูญเสียจากการต้องหยุดทำงาน

โดยปกติแล้วการแทรกซึมทางการตลาดและความมั่นคงทางการเงินเป็นสิ่งที่มีความสำคัญสำหรับเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก ซึ่งไม่ได้ให้ความสนใจกับความปลอดภัยของข้อมูลมากเท่าที่ควร ด้วยเหตุนี้จากความไม่สนใจในโครงสร้างพื้นฐานระบบไอทีทำให้พวกเป็นเป้าหมายที่ดีที่สุดของกลุ่มอาชญากรทางไซเบอร์

ผลการศึกษาพบว่า ปีที่แล้ว ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางจำนวนประมาณหนึ่งในสามประสบปัญหาการต้องหยุดทำงานและการสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ และ 88% นั้นต้องหาผู้เชี่ยวชาญจากที่อื่นมาให้ความช่วยเหลือ ตามที่ผู้ให้สัมภาษณ์ให้ข้อมูล โดยทั่วไปแล้วบริษัทมีค่าใช้จ่ายประมาณ 11,000 เหรียญสหรัฐ เสียผลกำไรและเป็นหนี้ประมาณ 16,000 เหรียญสหรัฐในขณะเดียวกันก็เสียชื่อเสียงด้วยเช่นกัน การที่บริษัทเสียภาพลักษณ์ที่ดีประเมินค่าเสียหายได้ประมาณ 8,000 เหรียญสหรัฐ

ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางต่างพบกับความเสี่ยงของการสูญเสียระดับนี้ ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าองค์กรเกือบทุกองค์กร (90%) โดนคุกคามจากภายนอกอย่างน้อย 1 ครั้งต่อปี และ 73% ของผู้ให้สัมภาษณ์ต้องเผชิญหน้ากับภัยคุกคามภายใน เช่น ช่องโหว่ของซอฟต์แวร์ หรือความเสี่ยงที่พนักงานจะสูญเสียข้อมูลในโมบายดีไวซ์ หรือเกิดเหตุข้อมูลรั่วไหล

หนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้เหตุการณ์คุกคามทางไซเบอร์มีมูลค่าสูง คือ ถ้าไม่มีการป้องกัน อาชญากรไซเบอร์จะสามารถเข้าถึงข้อมูลลับของบริษัทได้ บริษัทจำนวนมากกว่าหนึ่งในสาม (39%) ยืนยันว่าพวกเขาสูญเสียข้อมูลของบริษัทจากการถูกโจมตีทางไซเบอร์

คอนแสตนติน โวรอนคอฟ หัวหน้าการบริหารผลิตภัณฑ์ แคสเปอร์สกี้ แลป กล่าวว่า “เมื่อจะลงทุนธุรกิจครั้งใหม่ นายทุนต้องพิจารณาการลงทุนและทุกแง่มุมที่จะส่งผลกระทบต่อกำไรและชื่อเสียงของบริษัท นั่นเป็นเหตุผลที่ต้องตระหนักว่า กระบวนการธุรกิจแบบออโตเมชั่นมีความเสี่ยงเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า มีความเป็นไปได้ว่าราคาค่าเสียหายมากกว่าราคาโซลูชั่นในการรักษาความปลอดภัย ดังนั้น เราจึงแนะนำให้คุณคิดทบทวนในการรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลของบริษัทขั้นสูง”

เพื่อเป็นการสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็ก แคสเปอร์สกี้ แลปขอเสนอโซลูชั่น Kaspersky Small Office Security ซึ่งออกแบบมาเพื่อธุรกิจขนาดนี้โดยเฉพาะ สำหรับธุรกิจขนาดกลางเราแนะนำ Kaspersky Endpoint Security ทั้งสองโซลูชั่นถูกออกแบบมาเพื่อเตรียมการเพื่อป้องกันโครงสร้างพื้นฐานไอทีหลายระดับอย่างน่าเชื่อถือ ซึ่งง่ายต่อการปรับใช้และจัดการโซลูชั่นปกป้องและต่อต้านเหล่าอาชญากรทางไซเบอร์ในขณะที่บริษัทมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายหลักของธุรกิจ


http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1447749443