So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2558

24 ตุลาคม 2558 DTAC โดยในไตรมาส 3/2558 มีผู้ใช้บริการรวม 24.9 ล้านเลขหมาย ลดลง 2.1 ล้านเลขหมายจากไตรมาสก่อน จากฐานลูกค้าในระบบเติมเงิน ขณะที่ผู้ใช้รายเดือนทรงตัวอยู่ที่ 4.1 ล้านเลขหมาย

ประเด็นหลัก






บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเกชั่น (ดีแทค) ได้รายงานผลการดำเนินการในไตรมาส 3/2558 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เมื่อวันที่ 19 ต.ค.2558 ที่ผ่านมาว่า จากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ยังอ่อนตัวและเหตุการณ์ความไม่สงบในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 17 ส.ค.2558 ส่งผลต่อรายได้จากการให้บริการไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่าย ซึ่งในไตรมาสนี้อยู่ในระดับ 16,396 ล้านบาท ลดลง 1.5% เทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน แต่ทรงตัวเทียบไตรมาสก่อน จากการเติบโตของรายได้จากบริการข้อมูล และโทรศัพท์ระหว่างประเทศ รวมถึงมีรายการพิเศษโดยรับรู้รายได้จากบริการระบบเติมเงิน 52 ล้านบาท และในไตรมาสนี้ยังได้ลดกิจกรรมการให้ส่วนลดค่าเครื่องในระบบเติมเงินจึงช่วยให้ผลขาดทุนจากการขายเครื่องลดลงเหลือ 363 ล้านบนาทจากเดิมที่ขาดทุน 754 ล้านบาท เมื่อไตรมาส 2/2558

โดยในไตรมาส 3/2558 มีผู้ใช้บริการรวม 24.9 ล้านเลขหมาย ลดลง 2.1 ล้านเลขหมายจากไตรมาสก่อน จากฐานลูกค้าในระบบเติมเงิน ขณะที่ผู้ใช้รายเดือนทรงตัวอยู่ที่ 4.1 ล้านเลขหมาย ซึ่งการลดลงของฐานผู้ใช้ในระบบเติมเงินเป็นผลมาจากการสิ้นสุดระยะเวลาบังคับลงทะเบียนซิมในระบบเติมเงิน และเหตุการณ์ความไม่สงบดังกล่าว ทำให้ฐานผู้ใช้ในระบบรายเดือนมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 17% จากเดิมอยู่ที่ระดับ 13% เมื่อไตรมาส 3/2557 และฐานลูกค้าบนโครงข่าย 2.1GHz ในระบบใบอนุญาตอยู่ที่ 21.9 ล้านเลขหมาย หรือ 88% ของลูกค้าทั้งหมด เทียบไตรมาส 2/2558 ที่อยู่ที่ 87%












________________________________






Q3"ดีแทค"ลูกค้าพรีเพดหาย 2.1 ล้านราย หลังสิ้นสุด"ลงทะเบียนซิม"แต่ยอดคนใช้เน็ตผ่านมือถือพุ่ง

]

บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเกชั่น (ดีแทค) ได้รายงานผลการดำเนินการในไตรมาส 3/2558 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เมื่อวันที่ 19 ต.ค.2558 ที่ผ่านมาว่า จากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ยังอ่อนตัวและเหตุการณ์ความไม่สงบในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 17 ส.ค.2558 ส่งผลต่อรายได้จากการให้บริการไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่าย ซึ่งในไตรมาสนี้อยู่ในระดับ 16,396 ล้านบาท ลดลง 1.5% เทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน แต่ทรงตัวเทียบไตรมาสก่อน จากการเติบโตของรายได้จากบริการข้อมูล และโทรศัพท์ระหว่างประเทศ รวมถึงมีรายการพิเศษโดยรับรู้รายได้จากบริการระบบเติมเงิน 52 ล้านบาท และในไตรมาสนี้ยังได้ลดกิจกรรมการให้ส่วนลดค่าเครื่องในระบบเติมเงินจึงช่วยให้ผลขาดทุนจากการขายเครื่องลดลงเหลือ 363 ล้านบนาทจากเดิมที่ขาดทุน 754 ล้านบาท เมื่อไตรมาส 2/2558

โดยในไตรมาส 3/2558 มีผู้ใช้บริการรวม 24.9 ล้านเลขหมาย ลดลง 2.1 ล้านเลขหมายจากไตรมาสก่อน จากฐานลูกค้าในระบบเติมเงิน ขณะที่ผู้ใช้รายเดือนทรงตัวอยู่ที่ 4.1 ล้านเลขหมาย ซึ่งการลดลงของฐานผู้ใช้ในระบบเติมเงินเป็นผลมาจากการสิ้นสุดระยะเวลาบังคับลงทะเบียนซิมในระบบเติมเงิน และเหตุการณ์ความไม่สงบดังกล่าว ทำให้ฐานผู้ใช้ในระบบรายเดือนมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 17% จากเดิมอยู่ที่ระดับ 13% เมื่อไตรมาส 3/2557 และฐานลูกค้าบนโครงข่าย 2.1GHz ในระบบใบอนุญาตอยู่ที่ 21.9 ล้านเลขหมาย หรือ 88% ของลูกค้าทั้งหมด เทียบไตรมาส 2/2558 ที่อยู่ที่ 87%

อย่างไรก็ตาม สัดส่วนผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 58% ของฐานลูกค้ารวม สอดคล้องเป้าหมายที่ 60% ในสิ้นปีนี้ ขณะที่ผู้ใช้สมาร์ทดีไวซ์มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 61% จากการขายสมาร์ทโฟนพร้อมแพ็กเกจ เช่น กิจกรรมกระตุ้นการใช้ 4G "มหกรรมสมาร์ทโฟน4G" เป็นต้น

"ดีแทค" รายงานด้วยว่า ผลประกอบการไตรมาส 3/2558 มีรายได้รวม และกำไรสุทธิเท่ากับ 1.97 หมื่นล้านบาท และ 1.2 พันล้านบาทตามลำดับ พร้อมทั้งประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจำนวน 0.72 บาทต่อหุ้น โดยมีอัตราการจ่ายปันผลอยู่ที่ร้อยละ 138 ของกำไรสุทธิ จากผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 3/2558 นอกจากนี้ ยังได้เปิดให้บริการใหม่ 4G Calling | VoLTE อย่างเป็นทางการเป็นเจ้าแรกที่นำเทคโนโลยีใหม่มาต่อยอดการใช้ 4G ในไทยก่อนใคร

นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า เราต้องการที่จะเป็นผู้นำการให้บริการอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย และเรายังคงลงทุนในเครือข่ายอย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะรองรับความต้องการอย่างมากในการใช้บริการข้อมูลบนโทรศัพท์มือถือโดยณสิ้นไตรมาส 3 ความครอบคลุมของเครือข่ายอยู่ที่ร้อยละ 93 ของประชากร ทั้งนี้ เพื่อที่จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเครือข่ายให้เพิ่มมากขึ้น ความร่วมมือในการเป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ระหว่าง ดีแทค และ กสท โทรคมนาคม หรือ แคท จึงเกิดขึ้นและมีความคืบหน้าอย่างมีนัยยะสำคัญเพื่อการใช้โครงสร้างพื้นฐานของเครือข่ายร่วมกัน และเพื่อระงับข้อพิพาททางกฎหมายระหว่างสองบริษัท

"การเข้ามาเป็นพันธมิตรกันจะช่วยสร้างความสัมพันธ์ในอนาคตที่ยั่งยืนระหว่าง ดีแทค และแคท ส่งผลดีแก่ลูกค้าในด้านการขยายการครอบคลุมที่เร็วกว่า และการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มมากขึ้นทั่วประเทศ การขยายเสาสัญญาณโทรคมนาคมเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมการสื่อสารโทรคมนาคม เพราะนั่นหมายถึงการปรับปรุงคุณภาพของสัญญาณ และบริการให้ดีขึ้นในทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย พร้อมทั้งเป็นการสนับสนุนนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาลอีกด้วย"


http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1445309321