So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2558

18 ตุลาคม 2558 TRUE จะเร่งพัฒนาเทคโนโลยีสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทย (Voice Command Service) เพื่อตอบโจทย์ทุกอุตสาหกรรม หลังจากซื้อเทคโนโลยีมาจากประเทศญี่ปุ่น และพัฒนาเพื่อใช้ในบริการต่าง ๆ ของกลุ่มทรู

ประเด็นหลัก


นางสุภาวดี ตระกูลบุญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทรู ทัช จำกัด ผู้ให้บริการศูนย์บริการลูกค้าครบวงจร เปิดเผยว่า จะเร่งพัฒนาเทคโนโลยีสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทย (Voice Command Service) เพื่อตอบโจทย์ทุกอุตสาหกรรม หลังจากซื้อเทคโนโลยีมาจากประเทศญี่ปุ่น และพัฒนาเพื่อใช้ในบริการต่าง ๆ ของกลุ่มทรูภายใต้ชื่อ "มะลิ" เมื่อเดือน พ.ย. 2557 ที่ผ่านมา พบว่าการบริการลูกค้าทำได้ดีขึ้น เพราะไม่ต้องรอสายนาน และสามารถแก้ปัญหาเบื้องต้นได้เร็วกว่าปกติ ซึ่งอุตสาหกรรมที่จะนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ คือ สายการบินและธนาคาร

"การพัฒนาเทคโนโลยี Voice Command Service ทำให้ทรู ทัชบริหารพนักงานที่มีกว่า 1,500 คนได้ดีขึ้น เพราะความกดดันในหน้าที่สูง ทำให้อัตราการไหลออกเพิ่มขึ้นขณะที่นักศึกษาจบใหม่ไม่เลือกอาชีพคอลเซ็นเตอร์ การนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามา ทำให้บริษัทบริหารต้นทุนเรื่องคนได้ดีขึ้น ทำให้รักษาส่วนแบ่งตลาดศูนย์บริการลูกค้าครบวงจรที่มีมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท ที่มีอยู่ 20% ได้ คาดว่าปีนี้ทรู ทัชจะยังเป็นผู้ให้บริการอันดับ 2-3 จากผู้เล่น 4-5 ราย และปีหน้าจะพยายามทำให้ใกล้เคียงอันดับ 1 ที่มีส่วนแบ่ง 30%"















_______________________________________




ทรูทัชโหมธุรกิจคอลเซ็นเตอร์ พัฒนา"ยิ้มยิ้ม"ลดต้นทุนลูกค้า



ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

"ทรู ทัช" พัฒนาระบบสั่งการด้วยเสียงเจาะทุกอุตสาหกรรม ชูลดต้นทุนบริหารคน-รักษาแชร์ 20% ตลาดคอลเซ็นเตอร์มูลค่า 2,000 ล้านบาท ทั้งเผยใช้งบฯ 7-8 ล้านบาท พัฒนา "ยิ้มยิ้ม" ให้ "ไทยสมายล์"

นางสุภาวดี ตระกูลบุญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทรู ทัช จำกัด ผู้ให้บริการศูนย์บริการลูกค้าครบวงจร เปิดเผยว่า จะเร่งพัฒนาเทคโนโลยีสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทย (Voice Command Service) เพื่อตอบโจทย์ทุกอุตสาหกรรม หลังจากซื้อเทคโนโลยีมาจากประเทศญี่ปุ่น และพัฒนาเพื่อใช้ในบริการต่าง ๆ ของกลุ่มทรูภายใต้ชื่อ "มะลิ" เมื่อเดือน พ.ย. 2557 ที่ผ่านมา พบว่าการบริการลูกค้าทำได้ดีขึ้น เพราะไม่ต้องรอสายนาน และสามารถแก้ปัญหาเบื้องต้นได้เร็วกว่าปกติ ซึ่งอุตสาหกรรมที่จะนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ คือ สายการบินและธนาคาร

"การพัฒนาเทคโนโลยี Voice Command Service ทำให้ทรู ทัชบริหารพนักงานที่มีกว่า 1,500 คนได้ดีขึ้น เพราะความกดดันในหน้าที่สูง ทำให้อัตราการไหลออกเพิ่มขึ้นขณะที่นักศึกษาจบใหม่ไม่เลือกอาชีพคอลเซ็นเตอร์ การนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามา ทำให้บริษัทบริหารต้นทุนเรื่องคนได้ดีขึ้น ทำให้รักษาส่วนแบ่งตลาดศูนย์บริการลูกค้าครบวงจรที่มีมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท ที่มีอยู่ 20% ได้ คาดว่าปีนี้ทรู ทัชจะยังเป็นผู้ให้บริการอันดับ 2-3 จากผู้เล่น 4-5 ราย และปีหน้าจะพยายามทำให้ใกล้เคียงอันดับ 1 ที่มีส่วนแบ่ง 30%"

สำหรับ "ทรู ทัช" ปัจจุบันให้บริการ 6 หมวด คือ 1.ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ครบวงจร 2.บริการด้านระบบและสถานที่ 3.บริการพนักงานและลูกค้าสัมพันธ์ 4.บริการให้คำปรึกษาและฝึกอบรม 5.บริการวางระบบและบริหารคอลเซ็นเตอร์ 6.บริการสถานที่ปฏิบัติงานสำรองฉุกเฉิน โดยมีการเติบโตมากที่สุด คือ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ครบวงจร เนื่องจากหน่วยงานรัฐและเอกชนต้องการคอลเซ็นเตอร์ที่มีประสิทธิภาพ ขณะนี้มีกว่า 40 องค์กรในแต่ละอุตสาหกรรมใช้บริการอยู่

ล่าสุดได้ลงทุนพัฒนาระบบ Voice Command Service โดยใช้งบประมาณ 7-8 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้กับสายการบินไทยสมายล์ ภายใต้ชื่อบริการ "ยิ้มยิ้ม" เป็นการต่อยอดจาก "มะลิ" และการรับบริหารงานคอลเซ็นเตอร์ โดยในระยะแรกจะเริ่มต้นทำงานเมื่อผู้บริโภคโทร.เข้าคอลเซ็นเตอร์ของไทยสมายล์ ระบบดังกล่าวจะโต้ตอบเมื่อผู้บริโภคสอบถามข้อมูลต่าง ๆ ของเที่ยวบินด้วยคำพูดปกติ และระยะที่สองจะสามารถสั่งจองเที่ยวบินได้ด้วย

"ยิ้มยิ้มใช้เวลาพัฒนา 4-5 เดือน เน้นการใส่คำพูดเข้าไปในระบบ เพราะรูปแบบคำถามจะแตกต่างจากมะลิ ที่เคยพัฒนาก่อนหน้านี้ ทำให้ประหยัดต้นทุนด้านการบริหารคอลเซ็นเตอร์ลง 5% และผู้ใช้ต่างพึงพอใจกับระบบนี้ 90% แต่ละเดือนมีผู้บริโภคติดต่อผ่านคอลเซ็นเตอร์ 40,000-50,000 สาย ใช้เวลาสอบถามราว 1-2 นาที"

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1444032251