So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2558

18 ตุลาคม 2558 TOT ระบุ ขณะนี้สัญญาสัมปทานคลื่น 900 MHz ที่ทำกับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS หมดลงแล้ว และทีโอทีมีแนวโน้มจะขาดทุน 1,000 ล้านบาท

ประเด็นหลัก





       ส่วนเรื่องทีโอทียังคงมีความหวังในการขอคลื่น 900 MHz มาบริหารงานเอง และมีแนวโน้มว่าจะยื่นฟ้องศาลเพื่อขัดขวางการประมูลของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) นั้น ตนเองยังไม่สามารถให้ความเห็นใดๆ ได้ เพราะว่าการฟ้องร้องยังไม่เกิดขึ้นซึ่งต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการ ทั้งนี้ เชื่อว่าทีโอทีคงต้องกระตือรือร้นในการทำให้องค์กรตนเองอยู่รอด เพราะขณะนี้สัญญาสัมปทานคลื่น 900 MHz ที่ทำกับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส หมดลงแล้ว และทีโอทีมีแนวโน้มจะขาดทุน 1,000 ล้านบาท












_______________________________________




“อุตตม” ลั่น ทีโอทีต้องอยู่ได้โดยไม่มี 900 MHz



นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที

        ไอซีทีเร่ง 2 รัฐวิสาหกิจสร้างรายได้ระยะยาว ปั้นเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมของประเทศ เปิดทางให้เอกชนร่วมธุรกิจ ย้ำทีโอทีต้องอยู่ได้โดยไม่มี 900 MHz แนะนำทรัพยากรที่มีอยู่มาทำแผนธุรกิจหากมีแนวโน้มดี ทำได้ พร้อมสนับสนุนทั้งงบประมาณ และบุคลากร
     
       นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที กล่าวว่า แนวทางที่จะทำให้ 2 รัฐวิสาหกิจอย่าง บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) อยู่รอดอย่างยั่งยืน คือ ทั้ง 2 บริษัทต้องนำทรัพยากรที่มีอยู่ โดยเฉพาะเรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมมารวม และบริหารงานร่วมกัน เพื่อให้ทั้ง 2 องค์กร เป็นองค์กรให้บริการด้านโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมของประเทศ เพื่อให้เอกชนเข้ามาร่วมเช่าใช้ ซึ่งจะส่งผลดีในการลดต้นทุน ไม่เกิดการลงทุนซ้ำซ้อน ทำให้มีค่าบริการที่สามารถแข่งขันได้ สอดคล้องต่อสิ่งที่คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ได้กำหนดกลุ่มโครงสร้างบริการของทั้งทีโอที และ กสท โทรคมนาคม ที่เหมือนกันเพื่อให้ง่ายในการทำงานร่วมกันได้
     
       ดังนั้น ตนเองจึงได้สั่งการให้ทั้ง 2 หน่วยงานเสนอแผนธุรกิจที่ทำให้องค์กรอยู่รอดอย่างยั่งยืนมาให้พิจารณา โดยเฉพาะในกรณีของทีโอที ต้องเสนอแผนธุรกิจในการขับเคลื่อนภายใต้เงื่อนไขว่าทีโอทีไม่มีคลื่น 900 MHz มาด้วย เพราะทีโอทียังมีทรัพยกรอีกหลายอย่างที่สามารถทำให้เกิดรายได้ที่ยั่งยืนได้ ไม่ว่าจะเป็นบรอดแบนด์ ไฟเบอร์ออปติก คลื่นทั้ง 2100 MHz 2300 MHz ซึ่งหากแผนงานที่เสนอมาน่าสนใจ และมีแนวโน้มว่าทำได้ ช่วยทำให้ทีโอทีมีรายได้ รัฐบาลก็พร้อมสนับสนุนทั้งเรื่องงบประมาณ และบุคลากร ขณะที่ กสท โทรคมนาคม เองก็ต้องเสนอแผนมาเช่นกัน ซึ่งขณะนี้กระทรวงได้ให้ 2 หน่วยงานทำโครงการร่วมกัน 2 โครงการ คือ โครงการพัฒนาเคเบิลใยแก้วนำแสงใต้น้ำ (ซับมารีน เคเบิล) โดยให้ กสท โทรคมนาคม เป็นเจ้าภาพ และโครงการท่อร้อยสายใต้ดิน ให้ทีโอที เป็นเจ้าภาพในการนำสายโทรคมนาคมลงท่อใต้ดิน
     
       “ผมเชื่อว่าเมื่อทั้ง 2 รัฐวิสาหกิจอยู่ภายใต้การกำกับของ คนร. และต่อไปหากมีบรรษัทรัฐวิสาหกิจแห่งชาติ ก็จะยิ่งทำให้ทั้ง 2 องค์กรต้องทำงานเป็นระบบมากขึ้น ขณะที่กระทรวงจะเป็นผู้ดูแลด้านนโยบาย ซึ่งทั้ง 2 หน่วยงานจะเดินหน้าได้ก็ต้องเคลียร์ข้อพิพาทที่มีให้หมดด้วยตามที่ คนร.สั่ง จึงได้เร่งสั่งการให้ทั้ง 2 หน่วยงานเสนอแผนงานมาโดยเร็วที่สุด”
     
       ส่วนเรื่องทีโอทียังคงมีความหวังในการขอคลื่น 900 MHz มาบริหารงานเอง และมีแนวโน้มว่าจะยื่นฟ้องศาลเพื่อขัดขวางการประมูลของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) นั้น ตนเองยังไม่สามารถให้ความเห็นใดๆ ได้ เพราะว่าการฟ้องร้องยังไม่เกิดขึ้นซึ่งต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการ ทั้งนี้ เชื่อว่าทีโอทีคงต้องกระตือรือร้นในการทำให้องค์กรตนเองอยู่รอด เพราะขณะนี้สัญญาสัมปทานคลื่น 900 MHz ที่ทำกับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส หมดลงแล้ว และทีโอทีมีแนวโน้มจะขาดทุน 1,000 ล้านบาท
     
       นายอุตตม กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า เมื่อมีโครงสร้างพื้นฐานของประเทศปัจจัยที่จะส่งเสริมให้เอกชนเข้ามาลงทุนด้วย คือ การต้องขับเคลื่อนกฎหมายเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอลด้วย ซึ่งขณะนี้รัฐบาลได้สั่งการให้กระทรวงแก้ไข ปรับปรุง กฎหมาย 3 ฉบับใหม่ หลังจากมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มาจากหลายภาคส่วน ได้แก่ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และ พ.ร.บ.คณะกรรมการดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ขณะที่ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ยังอยู่ระหว่างการร่างรายละเอียดใหม่ มีเพียง พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม เท่านั้น ที่เข้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ดังนั้น หากต้องการให้กฎหมายผ่านทั้งหมดต้องนำเข้าพร้อมกัน โดยที่ผ่านมา มีปัญหาและกฎหมายไม่ผ่านตามแผน เนื่องจากมีการเรียงลำดับในการพิจารณาไม่ถูกต้อง


http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9580000114157&utm_source=MadMimi&utm_medium=email&utm_content=Manager+Morning+Brief+12-10-58&utm_campaign=20151012_m127750008_Manager+Morning+Brief+12-10-58&utm_term=_E2_80_9C_E0_B8_AD_E0_B8_B8_E0_B8_95_E0_B8_95_E0_B8_A1_E2_80_9D+_E0_B8_A5_E0_B8_B1_E0_B9_88_E0_B8_99+_E0_B8_97_E0_B8_B5_E0_B9_82_E0_B8_AD_E0_B8_97_E0_B8_B5+_E0_B8_95_E0_B9_89_E0_B8_AD_E0_B8_87_E0_B8_AD_E0_B8_A2_E0_B8_B9_E0_B9_88_E0_B9_84_E0_B8_94_E0_B9_89