So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2558

13 กันยายน 2558 ปณท มีแผนที่จะขยายพื้นที่ให้บริการของ ปณ.ตลาดโรงเกลือภายในปี 59 โดยจะตั้งงบในการซื้อที่ดิน 3-5 ไร่ เพื่อใช้เป็นจุดคัดแยกพัสดุประมาณ 60 ล้านบาท ซึ่งจะมีการเพิ่มบุคลากรงานเคาน์เตอร์ให้มากขึ้น รวมถึงการจัดระบบขนส่งใหม่เพื่อความรวดเร็ว

ประเด็นหลัก


       ทำให้ ปณท มีแผนที่จะขยายพื้นที่ให้บริการของ ปณ.ตลาดโรงเกลือภายในปี 59 โดยจะตั้งงบในการซื้อที่ดิน 3-5 ไร่ เพื่อใช้เป็นจุดคัดแยกพัสดุประมาณ 60 ล้านบาท ซึ่งจะมีการเพิ่มบุคลากรงานเคาน์เตอร์ให้มากขึ้น รวมถึงการจัดระบบขนส่งใหม่เพื่อความรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังมีแผนจะจัดตั้งศูนย์ไปรษณีย์กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ใช้งบประมาณ 100 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตของปริมาณงานไปรษณีย์ในพื้นที่ภาคตะวันออก 4 จังหวัด คือ ชลบุรี นครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้ว คาดว่าเปิดให้บริการได้ในปี 59 ทั้งนี้ จะใช้เป็นศูนย์กระจายสินค้าทั้งใน และระหว่างประเทศ เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางลอจิสติกส์ของอาเซียนอีกด้วย





______________________________________________






ปณท ก้าวกระโดดด้วยอีคอมเมิร์ซ



        ส่องโรงเกลือ แหล่งหนุน ตลาดออนไลน์ บริษัท ไปรษณีย์ไทย (ปณท ) บูม ตลาดโรงเกลือ หรือตลาดชายแดนบ้านคลองลึก เป็นตลาดการค้าชายแดนภาคตะวันออกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ใน อ.อรัญประเทศ ใกล้กับด่านตรวจคนเข้าเมืองอรัญประเทศ-ปอยเปต จังหวัดบันเตียนเมียนเจย ประเทศกัมพูชา เป็นตลาดที่ใครๆ ต่างก็นิยมเดินทางไปจับจ่ายสินค้าเพิ่มขึ้นทุกปีๆ ทั้งลูกค้าที่ซื้อไปใช้เอง และผู้ค้าที่ซื้อไปค้าขายต่อทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังกลายเป็นแหล่งของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ในการนำสินค้าขายผ่านเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อีกจำนวนไม่น้อย
     
       ***เดินโรงเกลือวันเดียวก็ไม่พอ
     
       สำหรับตลาดโรงเกลือมี 5 ตลาด คือ ตลาดโรงเกลือเก่า ตลาดเดชไทย ตลาดเทศบาล 2 (ตลาดโรงเกลือใหม่) ตลาดเทศบาล 3 (ตลาดโกลเด้นเกตย์) และตลาดเบญจวรรณ มีร้านค้าประมาณ 3,000 ร้าน เป็นแหล่งจำหน่ายสินค้ามือสองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ มีสินค้านานาชนิดที่แต่ละวัน ตั้งแต่เช้าจดเย็น จะมีนักท่องเที่ยวนับพันนับหมื่นโดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวจะมีนักท่องเที่ยวมาจับจ่ายซื้อสินค้ามากที่สุด เดินทางมาจับจ่ายซื้อหาสินค้าแบรนด์เนมราคาถูก คุณภาพดีจากทั่วทุกมุมโลก มีเงินหมุนเวียนวันละไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท และสูงขึ้น 10 เท่าในช่วงวันหยุด
     
       มีทั้งสินค้าใหม่ และเก่า เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เพชร พลอย เครื่องเงิน ปลาแห้ง ปลาย่าง ถ้วยชามจากเขมร เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องเคลือบ ถ้วยชาม ผ้าม่าน ผลไม้จากประเทศจีน เวียดนาม แมลงสารพัดชนิด เช่น แมงป่อง ตั๊กแตน หนอนไม้ไผ่ ซึ่งแมลงที่นำมาขายถูกแรงงานชาวเขมรทำความสะอาดเบื้องต้นด้วยการเด็ดปีก เด็ดหาง ล้างน้ำ แล้วเก็บไว้ในห้องเย็น และใส่กระสอบเตรียมขายต่อไป ที่สำคัญตลาดโรงเกลือเป็นศูนย์กลางสินค้าแบรนด์เนมมือหนึ่ง และมือสองจากทั่วโลก เกาหลี ฮ่องกง ญี่ปุ่น ปากีสถาน ฝรั่งเศส อเมริกา อังกฤษ เยอรมนี
     
       **จับตลาดแบกะดินขึ้นออนไลน์
     
       น้องหนึ่ง สุวิภา แซ่อึ้ง เจ้าชองเฟซบุ๊กร้านหนึ่งแฟชั่น ออนไลน์ กล่าวถึงแรงบันดาลใจในการก้าวสู่ตลาดการเป็นแม่ค้าออนไลน์ด้วยการนำสินค้าจากโรงเกลือมาขายในเฟซบุ๊กว่า เกิดจากไม่ได้ทำงานประจำเพราะต้องดูแลลูก ซึ่งตนเองอาศัยอยู่แถวโรงเกลืออยู่แล้ว จึงคิดหารายได้เสริมให้ครอบครัว จึงเริ่มนำน้ำหอมขึ้นมาขายออนไลน์ก่อน ซึ่งช่วง 4 เดือนแรก ไม่มีลูกค้าเลย จนกระทั่งเริ่มมีลูกค้าเข้ามาถาม ซื้อบ้าง ไม่ซื้อบ้าง ตนเองก็ปรับเปลี่ยนนำสินค้าที่ฮิตตามกระแสจับขึ้นมาขาย ขายสินค้าแฟชั่นทุกประเภทตามที่ลูกค้าต้องการ ทำให้ในที่สุดจากรายได้เสริมก็กลายเป็นรายได้หลัก เฉลี่ยเดือนละ 15,000 บาท มากที่สุดถึงเดือนละ 30,000-40,000 บาท
     
       น้องหนึ่ง ยอมรับว่าเมื่อ 5 ปีก่อน มีคนทำธุรกิจรูปแบบนี้แค่ 7-8 รายเท่านั้น จนกระทั่งช่วง 2 ปีหลังตลาดบูมขึ้นทำให้มีผู้ค้าออนไลน์ทั้งคนใน และนอกพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 30 รายแล้ว แต่ด้วยจุดแข็งในการคิดกำไรไม่มาก และเน้นส่งให้ตัวแทนจำหน่ายที่แม้ว่าจะมีการตัดราคา น้องหนึ่งก็มีการจัดโปรโมชันให้แก่ตัวแทนอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ธุรกิจยังคงอยู่ได้

ปณท ก้าวกระโดดด้วยอีคอมเมิร์ซ

        ***ปณท โตก้าวกระโดดด้วยอีคอมเมิร์ซ
     
       ปิยะวัตร์ มหาเปารยะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ อาวุโส รักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) กล่าวว่า จากการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ทำให้ผู้ค้านำสินค้าจากชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะจากตลาดโรงเกลือมาจำหน่ายในเว็บไซต์และส่งพัสดุผ่าน ปณท จำนวนมาก ทำให้ ปณท ใน จ.สระแก้ว มีอัตราการเติบโตสูงที่สุด ซึ่งพบว่า ปจ.สระแก้ว ปณ.อรัญประเทศ ปณ.ตลาดโรงเกลือ จ.สระแก้ว มีรายได้รวมกันในช่วงครึ่งปีแรก (ม.ค.-มิ.ย.58 ) กว่า 45 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 12 ล้านบาท หรือคิดเป็น 35% แบ่งเป็นบริการส่งอีเอ็มเอส 28 ล้านบาท บริการส่งพัสดุไปรษณีย์ 6 ล้านบาท และบริการลอจิสติกส์โพสต์ 470,000 บาท และรายได้อื่นๆ เช่น รายได้จากการให้บริการรับชำระค่าบริการ การจำหน่ายสแตมป์ ของที่ระลึก เป็นต้น จำนวน 10.5 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะมีรายได้รวมในไปรษณีย์พื้นที่นี้ประมาณ 100 ล้านบาท
     
       ทั้ง นี้ ปณ.อรัญประเทศ และ ปณ.ตลาดโรงเกลือ มีอัตราการเติบโตในแต่ละบริการที่สูงขึ้นมากจากการส่งสินค้าของผู้ประกอบธุรกิจอีคอมเมิร์ซสั่งซื้อสินค้าจากร้านค้าในตลาดโรงเกลือ โดยส่วนใหญ่เป็นสินค้าประเภทเครื่องแต่งกาย สินค้าสตรีต่างๆ โดยเมื่อเปรียบเทียบรายได้การเติบโตในแต่ละไปรษณีย์ของพื้นที่สระแก้วในช่วงเดียวกันของปีก่อน จะพบว่า ปณ.อรัญประเทศ มีอัตราการเติบโตที่สูงที่สุด คือ มีรายได้ในปี 57 อยู่ประมาณ 10.81 ล้านบาท และปี 58 (ม.ค-มิ.ย ) มีรายได้ 15.49 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเติบโต 43.18% มีจำนวนชิ้นงานการส่ง ณ วันที่ 18 ส.ค.อยู่ที่ 130,647 ชิ้นต่อเดือน
     
       ส่วน ปณ.ตลาดโรงเกลือ ปี 57 มีรายได้ 14.53 ล้านบาท ในปี 58 มีรายได้อยู่ที่ 22.23 ล้านบาท เติบโต 52.96% มีจำนวนชิ้นงานการส่ง ณ วันที่ 18 ส.ค.อยู่ที่ 49,368 ชิ้นต่อเดือน โดย ปณ.ตลาดโรงเกลือจัดตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับการค้าบริเวณชายแดน อัตราการเติบโตดังกล่าวเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งบริการหลักที่สร้างรายได้คือ ส่งพัสดุไปรษณีย์และบริการส่งแบบอีเอ็มเอส ซึ่ง ปณ.ตลาดโรงเกลือ นั้นมีการเติบโตแบบก้าวกระโดด เดิมเปิดให้บริการประชาชนเป็นเคาน์เตอร์บริการไปรษณีย์ ในปี 51 จนมีปริมาณงาน และรายได้เพิ่มมากขึ้น จึงถูกปรับสถานะเป็น ปณฝ.ตลาดโรงเกลือ เมื่อวันที่ 2 พ.ค.56
     
       ทำให้ ปณท มีแผนที่จะขยายพื้นที่ให้บริการของ ปณ.ตลาดโรงเกลือภายในปี 59 โดยจะตั้งงบในการซื้อที่ดิน 3-5 ไร่ เพื่อใช้เป็นจุดคัดแยกพัสดุประมาณ 60 ล้านบาท ซึ่งจะมีการเพิ่มบุคลากรงานเคาน์เตอร์ให้มากขึ้น รวมถึงการจัดระบบขนส่งใหม่เพื่อความรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังมีแผนจะจัดตั้งศูนย์ไปรษณีย์กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ใช้งบประมาณ 100 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตของปริมาณงานไปรษณีย์ในพื้นที่ภาคตะวันออก 4 จังหวัด คือ ชลบุรี นครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้ว คาดว่าเปิดให้บริการได้ในปี 59 ทั้งนี้ จะใช้เป็นศูนย์กระจายสินค้าทั้งใน และระหว่างประเทศ เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางลอจิสติกส์ของอาเซียนอีกด้วย
     
       ***เพิ่มบริการรับมือออเดอร์ออนไลน์
     
       จากปริมาณงานที่เติบโตขึ้น ทำให้ ปณท เตรียมรับมือในการให้บริการทั้งด้านการรับฝาก ด้วยกำหนดจุดให้บริการหุ้มห่อพร้อมพร้อมเจ้าหน้าที่บริการแนะนำการหุ้มห่อที่ถูกต้องป้องกันการชำรุดเสียหาย เพิ่มจุดให้บริการของ ปณ.ตลาดโรงเกลือ เพิ่มอุปกรณ์รับฝากนอกที่ทำการ เพิ่มรถยนต์รับฝากนอกที่ทำการ เพื่อออกไปให้บริการลูกค้านอกที่ทำการ จำนวน 1 คัน ขณะที่พัฒนาด้านการส่งต่อด้วยการจัดรถยนต์ขนส่งขนาด 7 เมตร ขนส่งพัสดุไปรษณีย์จาก ปณ.ตลาดโรงเกลือ และ ปณ. อรัญประเทศ วันละ 1 เที่ยว ส่งตรงให้แก่ศูนย์ไปรษณีย์กรุงเทพฯ แทนการวิ่งไปศูนย์ไปรษณีย์ศรีราชา ทำให้สามารถลดเวลาถึงปลายทางได้เร็วขึ้น 1 วัน นอกจากนี้ ยังจัดรถยนต์ขนส่งเสริมกรณีมีสิ่งของตกค้างไม่สามารถขนส่งได้หมดในรถยนต์เที่ยวหลัก ทำให้ ปณ.อรัญประเทศ และ ปณ.ตลาดโรงเกลือ ไม่มีสิ่งของตกค้างล่าช้า ส่วนด้านการนำจ่ายได้จัดทำระบบโต๊ะเรียงจ่าหน้าแนวตั้งอัจฉริยะ Version 3 ที่สามารถค้นหาลำดับการเรียงจดหมายได้จากเลขบ้าน พร้อมแสดงเส้นทางการเดินทางบนแผนที่การนำจ่ายของด้านจ่ายทุกด้าน รวมถึงจัดรถยนต์นำจ่ายแทนรถจักรยานยนต์ เพื่อขนส่งสิ่งของประเภทกล่อง หรือห่อที่มีขนาดใหญ่ และมีจำนวนมากขึ้น

http://manager.co.th/CbizReview/ViewNews.aspx?NewsID=9580000103118