So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันพุธที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2558

12 สิงหาคม 2558 DTAC ลบ โฆษณา เครืองเก่าแลก iPhone 6 หลังถูกกระแสโจมตีจากโลกออนไลน์ ว่าเนื้อหาไม่เหมาะสมและเหมือนเป็นเรื่องน่าอายหากไม่ได้ใช้ไอโฟน

ประเด็นหลัก




"ชี้แจงเรื่องภาพยนต์โฆษณาเครืองเก่าแลก iPhone 6

จากการที่ดีแทคกระตุ้นการขายสมาร์ทโฟนและสร้างโอกาสให้ลูกค้าสามารถซื้อ iPhone 6 หรือ iPhone 6 Plus ได้ในราคาที่ดีมากขึ้น ผ่านแคมเปญ "มือถืออะไรก็ได้มาแลกเป็น iPhone 6" โดยได้ออกอากาศภาพยนตร์โฆษณา ไปเมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มีการแสดงความคิดเห็นต่อภาพยนตร์โฆษณาดังกล่าวเป็นที่หลากหลายในวงกว้าง

ดีแทคขอขอบคุณทุกเสียงที่แนะนำ คำติติง ความไม่สบายใจ และความห่วงใยที่เข้ามา โดยดีแทคพร้อมน้อมรับความคิดเห็นจากทุกท่าน และขออภัยที่ภาพยนตร์ดังกล่าวอาจทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบายใจ มา ณ โอกาสนี้ และด้วยการให้ความสำคัญกับความรู้สึกของลูกค้าทุกท่าน ทางดีแทคจึงพิจารณางดเผยแพร่ภาพยนต์โฆษณาดังกล่าวเพื่อเป็นการแสดงความจริงใจต่อคำแนะนำและคำติชมที่มีให้ ดีแทคยังคงมุ่งมั่นที่จะทำงานด้วยความจริงใจและตั้งใจดี ด้วยความห่วงใยและใส่ใจในทุกๆ อย่างต่อลูกค้าของเรา"

โดยขณะนี้ ดีแทค ได้ทำการปิดภาพยนตร์โฆษณาดังกล่าวที่เผยแพร่ทาง Youtube แล้ว

แม้จะมีคำชี้แจงจากดีแทค แต่หลายคนกลับมองว่าเรื่องดังกล่าวอาจเป็นเทคนิคการทำตลาดแบบเชิงลบ เพื่อกระตุ้นให้กิจกรรมหรือแคมเปญดังกล่าวถูกพูดถึงหรือได้รับความสนใจจากคนส่วนมาก แต่ไม่ว่าเรื่องนี้จะมีจุดเริ่มต้นจากอะไร หรือจบลงแบบไหน ก็อยู่ที่วิจารณญาณของผู้อ่าน ผู้ชมทุกคน…!








____________________________________________________







ถอยดีกว่า! 'ดีแทค' สั่งงดโฆษณามือถือแลกไอโฟน หลังโลกโซเชียลถล่มแหลก!



ดีแทค ออกโรงชี้แจงโฆษณามือถือแลกไอโฟน 6 (iPhone 6) หลังถูกกระแสโจมตีจากโลกออนไลน์ ว่าเนื้อหาไม่เหมาะสมและเหมือนเป็นเรื่องน่าอายหากไม่ได้ใช้ไอโฟน…

ต้องยอมรับว่าภาพยนตร์โฆษณาหรือการทำตลาดด้วยช่องทางออนไลน์ในปัจจุบันนั้น หลายบริษัท หลายผลิตภัณฑ์สามารถนำเสนอออกมาได้สร้างสรรค์และดึงดูดความสนใจจากผู้พบเห็นได้เป็นอย่างดี แต่ดูเหมือนว่าหลายครั้งที่มุกตลก หรือเรื่องราวเหล่านั้น ให้ผลลัพธ์ทางลบร่วมด้วย และกลายเป็นเรื่องตลกร้าย!!! สร้างความขัดแย้งหรือโกรธเคืองจากคนกลุ่มหนึ่งในท้ายที่สุด

ล่าสุด โฆษณาเกี่ยวกับการซื้อขายสมาร์ทโฟนแบรนด์ดังอย่าง "ไอโฟน" ของค่ายดีแทค ก็กลายเป็นกระแสด้านลบซะแล้ว เมื่อถูกวิจารณ์จากผู้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ก ว่าเนื้อหาของโฆษณาดังกล่าวไม่เหมาะสม

ทั้งนี้ ภาพยนตร์โฆษณาดังกล่าวได้มีการเผยแพร่ผ่านสื่อช่องทางต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา สำหรับเนื้อหาโฆษณานั้น...เป็นการพูดถึงคนกลุ่มต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มนั้นจะมีคนหนึ่งที่ใช้งานไอโฟน 6 และอีกคนซึ่งใช้มือถือรุ่นอื่น โดยผู้ที่ใช้ไอโฟน 6 นั้น จะแสดงถึงคุณสมบัติการใช้งานในฟังก์ชันเฉพาะของไอโฟน อาทิ สนทนากับโปรแกรมสิริ, ถ่ายวิดีโอแบบสโลโมชั่นด้วยโหมด SLO-MO ขณะที่คนสุดท้าย ใช้นิตยสารที่เปิดหน้าโฆษณาไอโฟน 6 เพื่อปิดมือถือของตัวเองเมื่อตอนที่มีหญิงสาวเดินผ่าน

เรื่องดังกล่าวทำให้ผู้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กพากันวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก รวมถึงมีการตั้งกระทู้สนทนาเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ว่าการใช้มือถือแบรนด์อื่นนั้นเป็นเรื่องน่าอายมากหรือ...?



ไอโฟน 6 (ซ้าย) ไอโฟน 6 พลัส (ขวา)

อย่างไรก็ตาม ทางดีแทคก็ได้ออกมาชี้แจงถึงเรื่องดังกล่าวอย่างเป็นทางการแล้ว ดังนี้…

"ชี้แจงเรื่องภาพยนต์โฆษณาเครืองเก่าแลก iPhone 6

จากการที่ดีแทคกระตุ้นการขายสมาร์ทโฟนและสร้างโอกาสให้ลูกค้าสามารถซื้อ iPhone 6 หรือ iPhone 6 Plus ได้ในราคาที่ดีมากขึ้น ผ่านแคมเปญ "มือถืออะไรก็ได้มาแลกเป็น iPhone 6" โดยได้ออกอากาศภาพยนตร์โฆษณา ไปเมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มีการแสดงความคิดเห็นต่อภาพยนตร์โฆษณาดังกล่าวเป็นที่หลากหลายในวงกว้าง

ดีแทคขอขอบคุณทุกเสียงที่แนะนำ คำติติง ความไม่สบายใจ และความห่วงใยที่เข้ามา โดยดีแทคพร้อมน้อมรับความคิดเห็นจากทุกท่าน และขออภัยที่ภาพยนตร์ดังกล่าวอาจทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบายใจ มา ณ โอกาสนี้ และด้วยการให้ความสำคัญกับความรู้สึกของลูกค้าทุกท่าน ทางดีแทคจึงพิจารณางดเผยแพร่ภาพยนต์โฆษณาดังกล่าวเพื่อเป็นการแสดงความจริงใจต่อคำแนะนำและคำติชมที่มีให้ ดีแทคยังคงมุ่งมั่นที่จะทำงานด้วยความจริงใจและตั้งใจดี ด้วยความห่วงใยและใส่ใจในทุกๆ อย่างต่อลูกค้าของเรา"

โดยขณะนี้ ดีแทค ได้ทำการปิดภาพยนตร์โฆษณาดังกล่าวที่เผยแพร่ทาง Youtube แล้ว

แม้จะมีคำชี้แจงจากดีแทค แต่หลายคนกลับมองว่าเรื่องดังกล่าวอาจเป็นเทคนิคการทำตลาดแบบเชิงลบ เพื่อกระตุ้นให้กิจกรรมหรือแคมเปญดังกล่าวถูกพูดถึงหรือได้รับความสนใจจากคนส่วนมาก แต่ไม่ว่าเรื่องนี้จะมีจุดเริ่มต้นจากอะไร หรือจบลงแบบไหน ก็อยู่ที่วิจารณญาณของผู้อ่าน ผู้ชมทุกคน…!




http://www.thairath.co.th/content/517405