So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันพุธที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2558

12 สิงหาคม 2558 “The Asian Digital Mum Report 2015” ระบุ 82% ของคุณแม่ชาวไทยชอบท่องโลกอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ตมากขึ้น เฟซบุ๊กยังคงเป็นเว็บไซต์โซเชียลมีเดียที่ครองใจคุณแม่มากที่สุด โดยเฉลี่ย 99%

ประเด็นหลัก






เปิดเผยว่า “The Asian Digital Mum Report 2015” เป็นการศึกษาที่เว็บไซต์ theAsianparent.com จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยรวบรวมข้อมูลจากคุณแม่คนไทยกว่า 1,600 คน เพื่อศึกษาพฤติกรรมและเทรนด์การบริโภคสื่อยุคดิจิตอลของว่าที่คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์และคุณแม่มือใหม่ “ผู้หญิงในบทบาทของแม่ยุคนี้มีส่วนอย่างมากต่อการตัดสินใจใช้จ่ายในครอบครัว จึงเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่น่าจับตามองและไม่ควรมองข้าม การศึกษาชิ้นนี้จะสะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมและแนวโน้มที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคกลุ่มคุณแม่ในยุคที่อินเทอร์เน็ตได้กลายมาเป็นสื่อที่ทรงอิทธิพล ซึ่งมั่นใจว่าจะเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์มากต่อนักการตลาด ผู้ผลิตสินค้าและบริการ รวมถึงมีเดียเอเจนซีในการทำความเข้าใจพฤติกรรมที่เกิดขึ้น ช่วยให้ตอบโจทย์ความต้องการของคนกลุ่มนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น” รายงาน Asian Digital Mum Report 2015 ชี้ว่า อินเทอร์เน็ตได้กลายมาเป็นสื่อที่มีบทบาทในชีวิตประจำวันของกลุ่มคุณแม่มากขึ้นจนแซงหน้าสื่อประเภทอื่นๆ โดยได้สรุปแนวโน้มพฤติกรรมของเหล่าคุณแม่ที่น่าสนใจเอาไว้ด้วยใน 5 ประเด็น คือ 82% ของคุณแม่ชาวไทยชอบท่องโลกอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ตมากขึ้น มีเพียง 18% ที่ยังเล่นเน็ตด้วยคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ 90% ของผู้หญิงกลุ่มนี้มีสิทธิ์ขาดในการตัดสินใจเรื่องราวต่างๆ ภายในครอบครัว เฟซบุ๊กยังคงเป็นเว็บไซต์โซเชียลมีเดียที่ครองใจคุณแม่มากที่สุด โดยเฉลี่ย 99% ของผู้ตอบแบบสอบถามต่างก็มีบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กเป็นของตนเอง ขณะที่คลิปวิดีโอเป็นสื่อที่เหล่าคุณแม่นิยมใช้ในการหาข้อมูลต่างๆ ที่ต้องการ เห็นได้จากการที่ยูทูบยังเป็นเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจากเหล่าคุณแม่ โดยมีผู้เข้าใช้เว็บนี้ถึง 57% และโดยเฉลี่ยแล้ว ประมาณ 55% ของเหล่าคุณแม่ชาวไทยมักจะมีการติดต่อสื่อสารผ่านโลกออนไลน์กับคุณแม่คนอื่นๆ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง รายงานระบุว่า 86% นิยมหันมาค้นหาข้อมูลต่างๆ ทางอินเทอร์เน็ตหลังคลอดบุตรกันมากขึ้น ขณะที่ปริมาณการบริโภคสื่อดั้งเดิมชนิดต่างๆ เช่น โทรทัศน์ นิตยสารลดน้อยลง





____________________________________________________





แม่ยุคใหม่นิยมเสพสื่อออนไลน์ “เฟซบุ๊ก” ยังเป็นที่1 | เดลินิวส์


„แม่ยุคใหม่นิยมเสพสื่อออนไลน์ “เฟซบุ๊ก” ยังเป็นที่1 แม่ยุคใหม่นิยมเสพสื่อออนไลน์แนะผู้ผลิตใช้อินเทอร์เน็ตทำการตลาด เผย“เฟซบุ๊ก” ยังครองแชมป์เว็บเครือข่ายสังคมออนไลน์อันดับหนึ่งของคุณแม่ทั่วเอเชีย วันพุธที่ 5 สิงหาคม 2558 เวลา 10:00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ครอบครัวชื่อดัง theAsianparent.com ผู้ผลิตคอนเทนต์ให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลบุตรที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีผู้เข้าชมมากกว่า 6 ล้านคน เผยผลการศึกษาพฤติกรรมการเสพสื่อของคุณแม่เอเชียยุคใหม่ประจำปี 2558 ชี้ 86% ของคุณแม่มือใหม่ชาวไทยหันพึ่งอินเทอร์เน็ตมากขึ้น แซงหน้าสื่อกระแสหลักชนิดอื่นๆ ขณะที่ “เฟซบุ๊ก” ยังครองแชมป์เว็บเครือข่ายสังคมออนไลน์อันดับหนึ่งของคุณแม่ทั่วเอเชีย ณัฐธนธร ฟอร์ด ผู้จัดการประจำประเทศไทยของเว็บไซต์ theAsianparent.com เปิดเผยว่า “The Asian Digital Mum Report 2015” เป็นการศึกษาที่เว็บไซต์ theAsianparent.com จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยรวบรวมข้อมูลจากคุณแม่คนไทยกว่า 1,600 คน เพื่อศึกษาพฤติกรรมและเทรนด์การบริโภคสื่อยุคดิจิตอลของว่าที่คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์และคุณแม่มือใหม่ “ผู้หญิงในบทบาทของแม่ยุคนี้มีส่วนอย่างมากต่อการตัดสินใจใช้จ่ายในครอบครัว จึงเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่น่าจับตามองและไม่ควรมองข้าม การศึกษาชิ้นนี้จะสะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมและแนวโน้มที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคกลุ่มคุณแม่ในยุคที่อินเทอร์เน็ตได้กลายมาเป็นสื่อที่ทรงอิทธิพล ซึ่งมั่นใจว่าจะเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์มากต่อนักการตลาด ผู้ผลิตสินค้าและบริการ รวมถึงมีเดียเอเจนซีในการทำความเข้าใจพฤติกรรมที่เกิดขึ้น ช่วยให้ตอบโจทย์ความต้องการของคนกลุ่มนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น” รายงาน Asian Digital Mum Report 2015 ชี้ว่า อินเทอร์เน็ตได้กลายมาเป็นสื่อที่มีบทบาทในชีวิตประจำวันของกลุ่มคุณแม่มากขึ้นจนแซงหน้าสื่อประเภทอื่นๆ โดยได้สรุปแนวโน้มพฤติกรรมของเหล่าคุณแม่ที่น่าสนใจเอาไว้ด้วยใน 5 ประเด็น คือ 82% ของคุณแม่ชาวไทยชอบท่องโลกอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ตมากขึ้น มีเพียง 18% ที่ยังเล่นเน็ตด้วยคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ 90% ของผู้หญิงกลุ่มนี้มีสิทธิ์ขาดในการตัดสินใจเรื่องราวต่างๆ ภายในครอบครัว เฟซบุ๊กยังคงเป็นเว็บไซต์โซเชียลมีเดียที่ครองใจคุณแม่มากที่สุด โดยเฉลี่ย 99% ของผู้ตอบแบบสอบถามต่างก็มีบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กเป็นของตนเอง ขณะที่คลิปวิดีโอเป็นสื่อที่เหล่าคุณแม่นิยมใช้ในการหาข้อมูลต่างๆ ที่ต้องการ เห็นได้จากการที่ยูทูบยังเป็นเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจากเหล่าคุณแม่ โดยมีผู้เข้าใช้เว็บนี้ถึง 57% และโดยเฉลี่ยแล้ว ประมาณ 55% ของเหล่าคุณแม่ชาวไทยมักจะมีการติดต่อสื่อสารผ่านโลกออนไลน์กับคุณแม่คนอื่นๆ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง รายงานระบุว่า 86% นิยมหันมาค้นหาข้อมูลต่างๆ ทางอินเทอร์เน็ตหลังคลอดบุตรกันมากขึ้น ขณะที่ปริมาณการบริโภคสื่อดั้งเดิมชนิดต่างๆ เช่น โทรทัศน์ นิตยสารลดน้อยลง และยังชี้อีกว่าจำนวนคุณแม่ที่คิดว่าตนเองมีสิทธิ์ขาดในการตัดสินใจเรื่องราวต่างๆ ภายในบ้านนั้นมีจำนวนถึง 90% นอกจากนี้ยังมีสถิติที่น่าสนใจอีกหลายอย่าง อาทิ คุณแม่ชาวไทยเป็นกลุ่มที่มีการใช้โปรแกรม LINE มากที่สุดในการสำรวจ 6 ประเทศ โดย 99% ใช้แอพพลิเคชั่นนี้เป็นหลักในการส่งข้อความถึงกัน เพิ่มขึ้นจาก 97% ในปีก่อน 99% ของคุณแม่ชาวไทยมีบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ขณะที่ Google+ และอินสตราแกรมก็เป็นอีกสองแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศไทยอยู่ที่ 64% และ 62% ตามลำดับ56% ของคุณแม่ชาวไทยใช้เวลาทำงานผ่านอินเทอร์เน็ตราว 1-6 ชั่วโมงต่อวัน55% มีการติดต่อกับคุณแม่คนอื่นๆ ผ่านช่องทางออนไลน์อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ขณะที่มีเพียง 3% เท่านั้นที่ติดต่อกันผ่านช่องทางออฟไลน์สัปดาห์ละครั้ง ที่สำคัญที่สุด คือ 87% ของคุณแม่ยุคใหม่ นิยมค้นหาเทคนิคการเลี้ยงลูกในอินเทอร์เน็ต เพื่อตอกย้ำความเข้าใจและเข้าถึงคุณแม่คนไทย ทาง theAsianparent ยังได้จัดทำวิจัย “Mum Media Usage Survey” ซึ่งจากผลการวิจัยนี้ได้เห็นว่า คุณแม่คนไทยมีพฤติกรรมในการใช้สื่อที่เปลี่ยนไป โดยโซเซี่ยลเนทเวิรค์ คือ แหล่งในการหาข้อมูลอันดับนึง รองลงมาคือเว็บไซต์ และครอบครัว เพื่อน โดยมีสื่อดั้งเดิมรั้งท้าย ทั้งนี้ 46% ของแม่คนไทยเลือกที่จะหาข้อมูลผ่านสื่อออนไลน์เนื่องจากเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย และ 22% มองว่าสื่อออนไลน์รวดเร็วกว่าจากการศึกษานี้พบว่าคุณแม่คนไทยชอบที่จะใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลต่างๆ รวมถึงข้อมูลการเลี้ยงลูกผ่านสื่อออนไลน์มากกว่าสื่อแบบดั้งเดิมซึ่งหากนักการตลาดต้องการที่จะเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มนี้สื่อออนไลน์น่าจะเป็นการตอบโจทย์ได้ดีที่สุด“

อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/it/339548

http://www.dailynews.co.th/it/339548