So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2558

01 สิงหาคม 2558 TNS ที่ดำเนินการวิจัยให้กับ "เฟซบุ๊ก" ได้ให้ข้อมูลเชิงลึก ตอกย้ำว่า "โซเชียลเน็ตเวิร์ก" ฝังอยู่ในการใช้ชีวิตของผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และพวกเขาใช้เวลาบนเฟซบุ๊กมากกว่าการดูโทรทัศน์ สำหรับในประเทศไทย 92% ของผู้ใช้งานอีคอมเมิร์ซจะใช้ผ่าน "เฟซบุ๊ก" ทุกวัน

ประเด็นหลัก



หนึ่งในผลการศึกษาล่าสุดโดย TNS ที่ดำเนินการวิจัยให้กับ "เฟซบุ๊ก" ได้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับบทบาทสำคัญของโทรศัพท์มือถือและ "โซเชียลมีเดีย" ในการเป็นเส้นทางการสั่งซื้อสินค้าสำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

โดยผลการศึกษาตอกย้ำว่า "โซเชียลเน็ตเวิร์ก" ฝังอยู่ในการใช้ชีวิตของผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และพวกเขาใช้เวลาบนเฟซบุ๊กมากกว่าการดูโทรทัศน์

สำหรับในประเทศไทย 92% ของผู้ใช้งานอีคอมเมิร์ซจะใช้ผ่าน "เฟซบุ๊ก" ทุกวัน และนั่นทำให้เครือข่ายสังคมออนไลน์ "เฟซบุ๊ก" กลายเป็นช่องทางการซื้อสินค้าผ่านโทรศัพท์มือถือที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็น่าจะได้

นอกจากนี้ ในไตรมาสแรกของปี 2558 มีผู้ใช้งานชาวไทย 91% เข้าใช้เฟซบุ๊กผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ทุกวัน และ 94% ของผู้ใช้งานคนไทยจะเข้าใช้เฟซบุ๊กผ่านโทรศัพท์มือถือทุกเดือน

"โซเชียลมีเดีย" ถือเป็นแหล่งข้อมูลที่มีอิทธิพล ติดอันดับสูงสุด 1 ใน 3 ในการสั่งซื้อสินค้าของนักช็อปออนไลน์ทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขั้นตอนการตัดสินใจสั่งซื้อสินค้า












____________________________



กระเเส "ช็อปปิ้ง"บนมือถือฉุดไม่อยู่ "เฟซบุ๊ก"ช่องทางหลักซื้อสินค้าออนไลน์



จากการสำรวจของ eMarketer แสดงให้เห็นว่า การครอบครองโทรศัพท์มือถือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีการคาดการณ์ด้วยว่า ภายในปี 2561 ประเทศไทยจะมีผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนเกือบ 27 ล้านคน ด้วยอัตราการครอบครองที่ 71% ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีผู้ใช้สมาร์ทโฟนมากที่สุดเป็นอันดับที่ 19 จากทั่วโลก มากกว่าประเทศออสเตรเลียและเวียดนาม

แม้ว่าจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก แต่เบื้องหลังเม็ดเงินการทำโฆษณาของโทรศัพท์มือถือกลับตรงกันข้าม ทั้งที่การวัดผลทางโทรศัพท์มือถือไม่ได้แค่การวัดจากจำนวนคลิก และการสั่งซื้อเท่านั้น ผู้บริโภคสามารถค้นหาข้อมูลและซื้อสินค้าได้จากทุกที่ แต่จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนมากพอเกี่ยวกับการสั่งซื้อสินค้าผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม หนึ่งในผลการศึกษาล่าสุดโดย TNS ที่ดำเนินการวิจัยให้กับ "เฟซบุ๊ก" ได้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับบทบาทสำคัญของโทรศัพท์มือถือและ "โซเชียลมีเดีย" ในการเป็นเส้นทางการสั่งซื้อสินค้าสำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

โดยผลการศึกษาตอกย้ำว่า "โซเชียลเน็ตเวิร์ก" ฝังอยู่ในการใช้ชีวิตของผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และพวกเขาใช้เวลาบนเฟซบุ๊กมากกว่าการดูโทรทัศน์

สำหรับในประเทศไทย 92% ของผู้ใช้งานอีคอมเมิร์ซจะใช้ผ่าน "เฟซบุ๊ก" ทุกวัน และนั่นทำให้เครือข่ายสังคมออนไลน์ "เฟซบุ๊ก" กลายเป็นช่องทางการซื้อสินค้าผ่านโทรศัพท์มือถือที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็น่าจะได้

นอกจากนี้ ในไตรมาสแรกของปี 2558 มีผู้ใช้งานชาวไทย 91% เข้าใช้เฟซบุ๊กผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ทุกวัน และ 94% ของผู้ใช้งานคนไทยจะเข้าใช้เฟซบุ๊กผ่านโทรศัพท์มือถือทุกเดือน

"โซเชียลมีเดีย" ถือเป็นแหล่งข้อมูลที่มีอิทธิพล ติดอันดับสูงสุด 1 ใน 3 ในการสั่งซื้อสินค้าของนักช็อปออนไลน์ทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขั้นตอนการตัดสินใจสั่งซื้อสินค้า

และเมื่อโทรศัพท์มือถือมีบทบาทสำคัญมากยิ่งขึ้นในทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้บริโภคจึงค้นหาสินค้าผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ของพวกเขา และสั่งซื้อสินค้าที่ใดก็ได้ตามที่ต้องการ

จึงไม่น่าแปลกใจที่บรรดาเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซทั้งหลาย รวมถึงเจ้าของสินค้าเองจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาเว็บของตนเองให้เข้าถึงช่องทางออนไลน์

นั่่นก็เพราะไม่มีใครต้องการพลาดโอกาสในการขายสินค้า หรือแม้แต่เว็บไซต์ข่าวสารความบันเทิงต่าง ๆ ก็เถอะต่างปรับตัวเข้าหาโทรศัพท์มือถือเช่นกัน เพราะรู้ดีว่าคนไทยยุคใหม่เสพติดสมาร์ทดีไวซ์ขนาดไหน

ในประเทศไทย "เฟซบุ๊ก" เป็นช่องทางเคลื่อนที่สำหรับการค้นหาข้อมูลหรืออ่านข้อมูลคร่าว ๆ ในการช็อปปิ้ง โดย 65% ของผู้ใช้เอ็มคอมเมิร์ซ มีการซื้อสินค้าจริง และโซเชียลมีเดียคืออนาคตสำหรับตลาดค้าปลีกออนไลน์ และออฟไลน์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง


http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1437628754