So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2558

01 สิงหาคม 2558 NetApp ประจำประเทศไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทยังคงเป้าการเติบโตด้วยเลข 2 หลักแม้ในครึ่งปีแรกตลาดจะเติบโตค่อนข้างช้ากว่าที่คาด แต่ยังเชื่อมั่นรายได้ในครึ่งปีหลังจะยังเป็นไปตามเป้า

ประเด็นหลัก






นายวีระ อารีรัตนศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็ตแอพ ประจำประเทศไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทยังคงเป้าการเติบโตด้วยเลข 2 หลักแม้ในครึ่งปีแรกตลาดจะเติบโตค่อนข้างช้ากว่าที่คาด แต่ยังเชื่อมั่นรายได้ในครึ่งปีหลังจะยังเป็นไปตามเป้า ประกอบกับการเติบโตของตลาดสตอเรจ หรืออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ของไทยจากการใช้งานข้อมูลจำนวนมหาศาล ทั้งแอปพลิเคชั่นธุรกิจอีคอมเมิร์ซ การรับส่งวิดีโอ ภาพ การจัดเก็บข้อมูล โดยมีมูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท โตปีละ 25% ถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค

บริษัทจะเน้นทำตลาดกลุ่มภาครัฐมากยิ่งขึ้นโดยเพิ่มพันธมิตรที่เข้าถึงภาครัฐได้รวมถึงพันธมิตรผู้ให้บริการคลาวด์เพื่อนำเสนอโซลูชั่นที่ครบวงจรมากขึ้น อย่าง NTT และ INET

"ปีนี้นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลน่าจะกระตุ้นการเติบโตของการใช้สตอเรจมากขึ้นทั้งมีโครงการดาต้าเซ็นเตอร์แห่งชาติที่จะมีการส่งเสริมการลงทุนเทคโนโลยีโดยเฉพาะสตอเรจให้เติบโตยิ่งขึ้นจะเป็นปัจจัยบวกให้เน็ตแอพที่เป็นบริษัทผู้ให้บริการทั้งโซลูชั่นบริการ และผลิตภัณฑ์ การจัดเก็บข้อมูล บริหารข้อมูล การบริหารจัดการดาต้าเซ็นเตอร์องค์กร ระบบคลาวด์ และผู้ดูแลระบบไอทีองค์กร"









____________________________



"เน็ตแอพ-อินแกรม"เร่งขยายตลาดสตอเรจ


"เน็ตแอพ-อินแกรม" บุกตลาดสตอเรจ มั่นใจปีนี้ยังโตได้ 2 หลัก นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลช่วยกระตุ้นตลาดรวมมูลค่า 5,000 ล้านบาท ครึ่งปีหลังเน้นเจาะภาครัฐ-SMEs รับเทรนด์ดาต้า


นายวีระ อารีรัตนศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็ตแอพ ประจำประเทศไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทยังคงเป้าการเติบโตด้วยเลข 2 หลักแม้ในครึ่งปีแรกตลาดจะเติบโตค่อนข้างช้ากว่าที่คาด แต่ยังเชื่อมั่นรายได้ในครึ่งปีหลังจะยังเป็นไปตามเป้า ประกอบกับการเติบโตของตลาดสตอเรจ หรืออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ของไทยจากการใช้งานข้อมูลจำนวนมหาศาล ทั้งแอปพลิเคชั่นธุรกิจอีคอมเมิร์ซ การรับส่งวิดีโอ ภาพ การจัดเก็บข้อมูล โดยมีมูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท โตปีละ 25% ถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค

บริษัทจะเน้นทำตลาดกลุ่มภาครัฐมากยิ่งขึ้นโดยเพิ่มพันธมิตรที่เข้าถึงภาครัฐได้รวมถึงพันธมิตรผู้ให้บริการคลาวด์เพื่อนำเสนอโซลูชั่นที่ครบวงจรมากขึ้น อย่าง NTT และ INET

"ปีนี้นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลน่าจะกระตุ้นการเติบโตของการใช้สตอเรจมากขึ้นทั้งมีโครงการดาต้าเซ็นเตอร์แห่งชาติที่จะมีการส่งเสริมการลงทุนเทคโนโลยีโดยเฉพาะสตอเรจให้เติบโตยิ่งขึ้นจะเป็นปัจจัยบวกให้เน็ตแอพที่เป็นบริษัทผู้ให้บริการทั้งโซลูชั่นบริการ และผลิตภัณฑ์ การจัดเก็บข้อมูล บริหารข้อมูล การบริหารจัดการดาต้าเซ็นเตอร์องค์กร ระบบคลาวด์ และผู้ดูแลระบบไอทีองค์กร"

และจะเน้นการทำตลาดในกลุ่ม SMEs เพิ่มขึ้น เนื่องจากเริ่มมีความต้องการใช้เทคโนโลยีด้านสตอเรจ ทั้งในไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และพม่า โดยเข้าไปทำตลาดในรูปแบบผู้ให้บริการโซลูชั่นครบวงจรมากขึ้นและเพื่อขยายช่องทางจำหน่ายให้ครอบคลุมทุกระดับจึงร่วมเป็นพันธมิตรกับบริษัทอินแกรม ไมโคร ดิสทริบิวเตอร์รายใหญ่ สร้างความแข็งแกร่งด้านระบบโลจิสติกส์และบุคลากร รวมถึงจำนวนพาร์ตเนอร์ให้มากขึ้น ปัจจุบันกลุ่มพันธมิตรและลูกค้าของอินแกรม ไมโคร มีตั้งแต่ผู้วางระบบไอทีระดับโลกจนถึงระดับท้องถิ่น



รวมพลัง - เน็ตแอพแต่งตั้งอินแกรม ไมโครเป็นพาร์ตเนอร์ในการรุกตลาดสตอเรจเพื่อผลักดันเป้าเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลักท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจครึ่งปีแรกที่ไม่ดีนัก



ด้านนายแกรี่ อั๋ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินแกรม ไมโคร (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า อินแกรม ไมโคร ในประเทศไทย เป็นดิสทริบิวเตอร์รายใหญ่รายหนึ่ง มีสัดส่วนรายได้จากกลุ่ม PC/Notebook 60% กลุ่ม Advance Solution เช่น เซิร์ฟเวอร์ สตอเรจ เน็ตเวิร์ก ความปลอดภัยข้อมูล 30% อีก 10% เป็นรายได้จาก Point of Sale (POS) กับกล้องวงจรปิด และโมบายเซอร์วิสอย่างละครึ่ง

"รายได้จากกลุ่ม Advance Solution มีแนวโน้มเติบโตมากที่สุดและเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆขณะที่ภาพรวมตลาดของเทคโนโลยีในปัจจุบัน แม้หลายฝ่ายมองว่าปีนี้ไม่ค่อยโต แต่ส่วนตัวมองว่ามีแค่องค์กรขนาดเล็กเท่านั้นที่โตไม่มากนัก แต่กลุ่มอื่น ๆ ยังเดินหน้าทำธุรกิจไปได้ ปีนี้ทางอินแกรมจึงเน้นการขายผลิตภัณฑ์และให้บริการโซลูชั่นในตลาด SMEs มากขึ้น โดยยังเชื่อมั่นว่าภาพรวมธุรกิจของอินแกรม ณ สิ้นปีนี้ยังโตระดับเลข 2 หลักได้ แม้ครึ่งปีแรกจะซบเซาไปบ้าง เพราะมีความต้องการสูง"



http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1437629621