So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2558

01 สิงหาคม 2558 Ensogo การปรับแผนธุรกิจทำให้รายได้ของบริษัทเติบโต 50% ใกล้เคียงปีที่แล้ว มีฐานสมาชิกที่ลงทะเบียนรับข่าวสารทางอีเมล์ 3 ล้านคน มีผู้ติดตามเฟซบุ๊กเพจใกล้ 1 ล้านไอดี มีผู้ติดตามไลน์ออฟ

ประเด็นหลัก





สำหรับ "เอ็นโซโก้" ปีนี้มีการลงทุนมากกว่าสิบล้านบาท ทั้งทำโฆษณาออนไลน์ เช่น สร้างไลน์ ออฟฟิเชียล แอ็กเคานต์ และปรับโฉมหน้าเว็บไซต์ และแอปพลิเคชั่น รวมถึงเข้าร่วมมือกับผู้ให้บริการที่พัก และแหล่งท่องเที่ยวรายใหญ่ในการสร้างดีลเอ็กซ์คลูซีฟ ไม่ว่าจะเป็นกับโรงแรมในเครือเซ็นทารา และแบรนด์สินค้าอุปโภคและบริโภคต่าง ๆ นำสินค้าที่จับต้องได้มาจำหน่ายในราคาพิเศษจึงไม่ได้เป็นเว็บไซต์จำหน่ายดีลพิเศษอีกต่อไปแต่เป็นเว็บไซต์จำหน่ายสินค้าและบริการเต็มรูปแบบ



"เมื่อก่อนผู้บริโภคมองเราเป็นเว็บดีลที่รวมบริการราคาถูกกว่าตลาด 50% เอาไว้ แต่แค่นี้คงไม่ตอบโจทย์เทรนด์อีคอมเมิร์ซที่ทุกอย่างสามารถจำหน่ายบนโลกออนไลน์ได้ ทำให้ในครึ่งปีหลังเป็นการปรับโฉมใหญ่ ทั้งการนำสินค้าที่จับต้องได้มาจำหน่ายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือของใช้ทั่วไป แต่ยังไม่ทิ้งจุดเด่นเรื่องดีลที่พัก และร้านอาหาร ซึ่งปี 2557 เราขายคูปองส่วนลดไปถึง 1.6 ล้านคูปอง ถือเป็นแกนหลักตามชื่อเว็บไซต์คือ Entertainment Social Go ส่วนคูปองที่ขายดีจะมีราคา 1,000-2,000 บาท"

นายวรวุฒิกล่าวว่า การปรับแผนธุรกิจทำให้รายได้ของบริษัทเติบโต 50% ใกล้เคียงปีที่แล้ว มีฐานสมาชิกที่ลงทะเบียนรับข่าวสารทางอีเมล์ 3 ล้านคน มีผู้ติดตามเฟซบุ๊กเพจใกล้ 1 ล้านไอดี มีผู้ติดตามไลน์ออฟ

ฟิเชียลแอ็กเคานต์ 8 ล้านไอดี และมียอดดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นกว่า 3 แสนครั้ง จากทั้งหมดทำให้เอ็นโซโก้มีโอกาสทำยอดขายจากเอ็มคอมเมิร์ซ (การค้าขายผ่านโทรศัพท์มือถือ) มากขึ้นจากจำนวนประชากรที่มีสมาร์ทโฟนเกินกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศ และคนเหล่านี้ใช้สมาร์ทโฟนอย่างน้อยวันละ 6 ชั่วโมง

โดยเป้าเติบโตในแง่รายได้ที่ 50% มาจากการจำหน่ายคูปองส่วนลดบริการต่าง ๆ 50%, คูปองส่วนลดเพื่อซื้อสินค้าทั่วไป 30% และคูปองส่วนลดเกี่ยวกับการท่องเที่ยว 20% ปัจจุบันมีผู้ถือหุ้นใหญ่คือ "เอ็นโซโก้" ในชื่อเดิมคือ กลุ่มไอบาย ผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซในประเทศออสเตรเลีย มีเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซทำตลาดภายใต้ชื่อเอ็นโซโก้ใน 6 ประเทศ คือ ฮ่องกง, สิงคโปร์, มาเลเซีย, ไทย, อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ โดยในปี 2557 ประเทศไทยสร้างรายได้เป็นอันดับ 4 คิดเป็นมูลค่า 3 ล้านเหรียญออสเตรเลีย หรือเกือบร้อยล้านบาท ตามหลังฮ่องกงที่มีรายได้ราวพันล้านบาท











____________________________



"เอ็นโซโก้"เร่งเกมหนักครึ่งปีหลัง เพิ่มสินค้ายกเว็บดีลมุ่ง"อีคอมเมิร์ซ"เต็มตัว


เปิดแผนธุรกิจยักษ์เว็บดีล "เอ็นโซโก้" ประกาศเร่งเกมบุกปั๊มรายได้ครึ่งปีหลังเต็มสูบ ตั้งเป้าโต 50% จับมือแบรนด์-พันธมิตรธุรกิจใหม่เพิ่มสินค้าจับต้องได้ยกระดับเป็นเว็บขายสินค้าเต็มตัวเกาะขาขึ้น "อีคอมเมิร์ซ"ย้ำเศรษฐกิจชะลอยิ่งเสริมส่งธุรกิจเหตุผู้บริโภคมองหาของดีราคาถูก ควักกระเป๋าสิบล้านบาทโหม "ออนไลน์มาร์เก็ตติ้ง"


นายวรวุฒิ วาริการ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นโซโก้ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ตั้งแต่ปี 2557 ที่กระแสเว็บไซต์จำหน่ายคูปองส่วนลดหรือเว็บดีลเริ่มซาลง เนื่องจากมีคู่แข่งเป็นเว็บไซต์จำหน่ายสินค้าเต็มรูปแบบรวมถึงมีการจัดโปรโมชั่นต่าง ๆ ของสายการบิน และเว็บไซต์รวมแหล่งที่พักเกิดขึ้นจำนวนมากทำให้การขายดีลส่วนใหญ่เหลือเพียงร้านอาหาร และบริการอื่น ๆ จนต้นปี 2558 กระแสเว็บดีลเริ่มกลับมาอีกครั้งจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทำให้ผู้บริโภคต้องการสินค้า และบริการที่ถูกที่สุด ซึ่งเว็บดีลตอบโจทย์ได้

"เว็บดีลยังไม่ตาย แค่อยู่ระหว่างปรับตัวให้เข้าสู่ตลาดปัจจุบันได้ รายใหญ่ 4-5 ราย ตอนนี้ปรับตัวกันหมดแล้ว ส่วนรายเล็ก ๆ ที่แห่เปิดบริการกันเมื่อปี 2556 ก็ทยอยปิดตัวลง เพราะไม่สามารถรับการแข่งขันที่เกิดขึ้นได้ โดยการปรับตัวมีทั้งการหาดีลที่ลดราคา 50% ขึ้นไปเพื่อจูงใจผู้ซื้อ พร้อมนำสินค้าที่ไม่ใช่ส่วนลดร้านอาหาร หรือโรงแรมมาขาย เพื่อสร้างความหลากหลายของสินค้าจนคล้ายกับเว็บไซต์ซื้อสินค้าออนไลน์ตอนนี้ที่ทยอยเปิดใหม่ทุกวัน ที่สำคัญแต่ละเจ้ามีงบประมาณการตลาดมหาศาลเพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคใช้จ่ายออนไลน์ด้วย"

อย่างไรก็ตาม การทุ่มงบประมาณการตลาดเพื่อโฆษณาในสื่อหลักของเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซรายใหญ่ช่วยสร้างความคึกคักของการซื้อขายสินค้าออนไลน์เพิ่มขึ้นและส่งผลถึงกลุ่มผู้ให้บริการเว็บดีล เพราะการซื้อสินค้าบนเว็บดีลต้องทำผ่านออนไลน์ จากเดิมที่มีเพียงราคาจูงใจผู้บริโภค ปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบ รวมถึงช่องทางชำระเงินที่หลากหลายเข้ามาเสริมทำให้ปีนี้กลุ่มผู้ให้บริการเว็บดีลกลับมาคึกคักอีกครั้ง

สำหรับ "เอ็นโซโก้" ปีนี้มีการลงทุนมากกว่าสิบล้านบาท ทั้งทำโฆษณาออนไลน์ เช่น สร้างไลน์ ออฟฟิเชียล แอ็กเคานต์ และปรับโฉมหน้าเว็บไซต์ และแอปพลิเคชั่น รวมถึงเข้าร่วมมือกับผู้ให้บริการที่พัก และแหล่งท่องเที่ยวรายใหญ่ในการสร้างดีลเอ็กซ์คลูซีฟ ไม่ว่าจะเป็นกับโรงแรมในเครือเซ็นทารา และแบรนด์สินค้าอุปโภคและบริโภคต่าง ๆ นำสินค้าที่จับต้องได้มาจำหน่ายในราคาพิเศษจึงไม่ได้เป็นเว็บไซต์จำหน่ายดีลพิเศษอีกต่อไปแต่เป็นเว็บไซต์จำหน่ายสินค้าและบริการเต็มรูปแบบ



"เมื่อก่อนผู้บริโภคมองเราเป็นเว็บดีลที่รวมบริการราคาถูกกว่าตลาด 50% เอาไว้ แต่แค่นี้คงไม่ตอบโจทย์เทรนด์อีคอมเมิร์ซที่ทุกอย่างสามารถจำหน่ายบนโลกออนไลน์ได้ ทำให้ในครึ่งปีหลังเป็นการปรับโฉมใหญ่ ทั้งการนำสินค้าที่จับต้องได้มาจำหน่ายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือของใช้ทั่วไป แต่ยังไม่ทิ้งจุดเด่นเรื่องดีลที่พัก และร้านอาหาร ซึ่งปี 2557 เราขายคูปองส่วนลดไปถึง 1.6 ล้านคูปอง ถือเป็นแกนหลักตามชื่อเว็บไซต์คือ Entertainment Social Go ส่วนคูปองที่ขายดีจะมีราคา 1,000-2,000 บาท"

นายวรวุฒิกล่าวว่า การปรับแผนธุรกิจทำให้รายได้ของบริษัทเติบโต 50% ใกล้เคียงปีที่แล้ว มีฐานสมาชิกที่ลงทะเบียนรับข่าวสารทางอีเมล์ 3 ล้านคน มีผู้ติดตามเฟซบุ๊กเพจใกล้ 1 ล้านไอดี มีผู้ติดตามไลน์ออฟ

ฟิเชียลแอ็กเคานต์ 8 ล้านไอดี และมียอดดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นกว่า 3 แสนครั้ง จากทั้งหมดทำให้เอ็นโซโก้มีโอกาสทำยอดขายจากเอ็มคอมเมิร์ซ (การค้าขายผ่านโทรศัพท์มือถือ) มากขึ้นจากจำนวนประชากรที่มีสมาร์ทโฟนเกินกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศ และคนเหล่านี้ใช้สมาร์ทโฟนอย่างน้อยวันละ 6 ชั่วโมง

โดยเป้าเติบโตในแง่รายได้ที่ 50% มาจากการจำหน่ายคูปองส่วนลดบริการต่าง ๆ 50%, คูปองส่วนลดเพื่อซื้อสินค้าทั่วไป 30% และคูปองส่วนลดเกี่ยวกับการท่องเที่ยว 20% ปัจจุบันมีผู้ถือหุ้นใหญ่คือ "เอ็นโซโก้" ในชื่อเดิมคือ กลุ่มไอบาย ผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซในประเทศออสเตรเลีย มีเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซทำตลาดภายใต้ชื่อเอ็นโซโก้ใน 6 ประเทศ คือ ฮ่องกง, สิงคโปร์, มาเลเซีย, ไทย, อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ โดยในปี 2557 ประเทศไทยสร้างรายได้เป็นอันดับ 4 คิดเป็นมูลค่า 3 ล้านเหรียญออสเตรเลีย หรือเกือบร้อยล้านบาท ตามหลังฮ่องกงที่มีรายได้ราวพันล้านบาท

"ปีนี้เอ็นโซโก้ไทยหวังว่าจะทำรายได้แซงประเทศอื่นพร้อมหักขาดทุนให้หมดปีที่แล้วรายจ่ายเยอะ แต่ตอนนี้ควบคุมได้แล้ว ประกอบกับปีนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดีนัก ทุกคนจึงอยากได้ของถูกทำให้มีโอกาสทางการตลาดมากขึ้น นอกจากนี้ การที่กลุ่มเอ็นโซโก้ได้ VIP Shop ยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ซจากจีนมาร่วมลงทุนด้วยทำให้ได้ข้อมูลใหม่มาช่วยพัฒนาธุรกิจในไทย"


http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1437627575