So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

18 กรกฎาคม 2558 เสนอครม.อนุมัติเลข191เป็นเบอร์ฉุกเฉินแห่งชาติ มีสถิติการแจ้งเหตุฉุกเฉินกว่า 1.1 ล้านรายต่อวัน สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาการโทรก่อกวนจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน

ประเด็นหลัก








ซึ่งขณะนี้ สตช.มีบุคลากรสำหรับให้บริการคอล เซ็นเตอร์ อยู่ทั่วประเทศกว่า 1,800 คน ซึ่งหลังพัฒนาจะเพิ่มพนักงานให้มากขึ้นเพื่อรองรับการใช้งานของประชาชน โดยสถิติการแจ้งเหตุผ่านหมายเลขฉุกเฉินพบว่ามีประชาชนโทรแจ้งเหตุฉุกเฉินในเบอร์สายด่วนของหน่วยงานอื่นๆที่มีมากกว่า 30 เลขหมาย รวมกัน 500,000 รายต่อวัน ในขณะที่หมายเลข 191 มีสถิติการแจ้งเหตุฉุกเฉินกว่า 1.1 ล้านรายต่อวัน สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาการโทรก่อกวนจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน“






_________________________________________







เสนอครม.อนุมัติเลข191เป็นเบอร์ฉุกเฉินแห่งชาติ | เดลินิวส์


„เสนอครม.อนุมัติเลข191เป็นเบอร์ฉุกเฉินแห่งชาติ ครม.เล็งอนุมัติเลขหมาย191เป็นเบอร์ฉุกเฉินแห่งชาติ ชี้รัฐบาลต้องการให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1-2 เดือน เลขา กสทช.ระบุ คาดใช้งบประมาณเบื้องต้น 400-500 ล้านบาท บริหารจัดการ วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม 2558 เวลา 14:59 น. นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ในวันที่ 7 ก.ค.นี้ คาดว่าน่าจะมีการอนุมัติให้หมายเลข 191 เป็นเบอร์ฉุกเฉินแห่งชาติ หลังจากที่การประชุ มครม.สัญจร ที่ผ่านมาไม่สามารถบรรจุวาระได้ทัน ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา ได้เห็นชอบในเบื้องต้นแล้ว ซึ่งการผลักดันให้เบอร์ 191 เป็นเบอร์ฉุกเฉินแห่งชาติ ซึ่งรัฐบาลมีความพยายามให้ดำเนินการเรียบร้อยภายใน 1- 2 เดือนนี้ ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณที่ 400-500 ล้านบาท ที่มาจากเงินกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) ทั้งนี้ที่ผ่านมา กสทช. ได้หารือร่วมกับ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และ ตัวแทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ซึ่งทั้ง 2 ฝ่าย มีความเห็นตรงกันและพร้อมผลักดันให้ใช้เป็นหมายเลขเดียวสำหรับโทร.แจ้งเหตุฉุกเฉิน จากเดิมมีนโยบายจะจัดตั้งให้หมายเลข112 เป็นเบอร์ฉุกเฉินแห่งชาติ แต่อาจต้องมีการลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับการลงทุนต่อยอดจากหมายเลข 191 อย่างไรก็ตามหมายเลข 191 ยังเป็นเบอร์ที่ประชาชนคุ้นชิน และมีสถิติการโทรเข้ามาสูงเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ซึ่งขณะนี้ สตช.มีบุคลากรสำหรับให้บริการคอล เซ็นเตอร์ อยู่ทั่วประเทศกว่า 1,800 คน ซึ่งหลังพัฒนาจะเพิ่มพนักงานให้มากขึ้นเพื่อรองรับการใช้งานของประชาชน โดยสถิติการแจ้งเหตุผ่านหมายเลขฉุกเฉินพบว่ามีประชาชนโทรแจ้งเหตุฉุกเฉินในเบอร์สายด่วนของหน่วยงานอื่นๆที่มีมากกว่า 30 เลขหมาย รวมกัน 500,000 รายต่อวัน ในขณะที่หมายเลข 191 มีสถิติการแจ้งเหตุฉุกเฉินกว่า 1.1 ล้านรายต่อวัน สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาการโทรก่อกวนจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน“

อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/it/332967