So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

17 กรกฎาคม 2558 i-mobile เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดโทรศัพท์มือถือในปีนี้หดตัวลงจากปีก่อนอย่างชัดเจน กำลังซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มระดับกลาง-ล่าง แม้ความต้องการในการเข้าอินเทอร์เน็ตของผู้บริโภคจะมากขึ้น

ประเด็นหลัก






นายฑิตพล จันทรอุไร ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์ บมจ.สามารถ ไอ-โมบาย เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดโทรศัพท์มือถือในปีนี้หดตัวลงจากปีก่อนอย่างชัดเจน จากภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มระดับกลาง-ล่าง แม้ความต้องการในการเข้าอินเทอร์เน็ตของผู้บริโภคจะมากขึ้น แต่การเปลี่ยนจากฟีเจอร์โฟนเป็นสมาร์ทโฟนในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดีจึงเป็นเรื่องไม่จำเป็น และคาดว่าตัวเลขของบริษัทวิจัยต่าง ๆ ที่เคยบอกว่า ยอดขายโทรศัพท์มือถือในประเทศไทยปีนี้จะมีกว่า 20 ล้านเครื่องคงไม่ถึง น่าจะแค่ 15-16 ล้านเครื่อง ขณะที่ผู้เล่นในตลาดมากขึ้นทำให้การแข่งขันสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มแบรนด์จีนที่ทุ่มงบประมาณด้านการตลาดไม่ยั้ง

"จากปัจจัยต่าง ๆ และจำนวนผู้เล่น ตอบได้เลยว่า ปีนี้เป็นปีที่ยากอีกปีหนึ่ง ทำให้ยอดขายไอ-โมบายในครึ่งปีแรกทำได้ 1.5 ล้านเครื่อง ไม่ถึงเป้าที่ต้องมากกว่า 2 ล้านเครื่อง จากปัญหาเรื่องกำลังซื้อ และการแข่งขันข้างต้น เมื่อเทียบกับปี 2557ยอดขายน้อยกว่า 5-6 แสนเครื่อง เนื่องจากปกติครึ่งปีแรกของทุกปีต้องขายได้มากกว่า 2 ล้านเครื่อง เพื่อชดเชยไตรมาส 3 ที่มักมีปัจจัยภายนอกมากระทบ เช่น ฤดูฝน และเป็นช่วงหลังเปิดเทอม ทำให้เป็นช่วงที่ยอดขายตกที่สุด ก่อนจะฟื้นกลับมาในไตรมาสสุดท้าย"







____________________________________





ไอ-โมบายปรับแผนฝ่ากำลังซื้อ เท100ล้าน ดีลค่ายมือถือฟื้นยอด



"ไอ-โมบาย" เพิ่มดีกรีผนึกกำลังค่ายมือถือผูกซิมทุกค่ายขายคู่สมาร์ทโฟนหวังกระตุ้นยอดขายครึ่งหลังของปี หลังครึ่งปีแรกกำลังซื้อสุดฝืด-คู่แข่งดาหน้าลงตลาดพรึ่บจนปั๊มยอดพลาดเป้า 2 ล้านเครื่อง ทั้งเตรียมทุ่มงบฯ 100 ล้านบาท ขน 7 รุ่นลงตลาด ฮึดปิดแตะ 4 ล้านในสิ้นปี



นายฑิตพล จันทรอุไร ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์ บมจ.สามารถ ไอ-โมบาย เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดโทรศัพท์มือถือในปีนี้หดตัวลงจากปีก่อนอย่างชัดเจน จากภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มระดับกลาง-ล่าง แม้ความต้องการในการเข้าอินเทอร์เน็ตของผู้บริโภคจะมากขึ้น แต่การเปลี่ยนจากฟีเจอร์โฟนเป็นสมาร์ทโฟนในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดีจึงเป็นเรื่องไม่จำเป็น และคาดว่าตัวเลขของบริษัทวิจัยต่าง ๆ ที่เคยบอกว่า ยอดขายโทรศัพท์มือถือในประเทศไทยปีนี้จะมีกว่า 20 ล้านเครื่องคงไม่ถึง น่าจะแค่ 15-16 ล้านเครื่อง ขณะที่ผู้เล่นในตลาดมากขึ้นทำให้การแข่งขันสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มแบรนด์จีนที่ทุ่มงบประมาณด้านการตลาดไม่ยั้ง

"จากปัจจัยต่าง ๆ และจำนวนผู้เล่น ตอบได้เลยว่า ปีนี้เป็นปีที่ยากอีกปีหนึ่ง ทำให้ยอดขายไอ-โมบายในครึ่งปีแรกทำได้ 1.5 ล้านเครื่อง ไม่ถึงเป้าที่ต้องมากกว่า 2 ล้านเครื่อง จากปัญหาเรื่องกำลังซื้อ และการแข่งขันข้างต้น เมื่อเทียบกับปี 2557ยอดขายน้อยกว่า 5-6 แสนเครื่อง เนื่องจากปกติครึ่งปีแรกของทุกปีต้องขายได้มากกว่า 2 ล้านเครื่อง เพื่อชดเชยไตรมาส 3 ที่มักมีปัจจัยภายนอกมากระทบ เช่น ฤดูฝน และเป็นช่วงหลังเปิดเทอม ทำให้เป็นช่วงที่ยอดขายตกที่สุด ก่อนจะฟื้นกลับมาในไตรมาสสุดท้าย"

ดังนั้นเพื่อกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายในครึ่งปีหลัง จึงลงทุนการตลาด 100 ล้านบาท เพื่อทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ทั้งสื่อเดิมและสื่อออนไลน์ เพื่อปรับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ทันสมัยขึ้น พร้อมนำเครื่องรุ่นใหม่ 7 รุ่นเข้ามา ราคา 3,000-10,000 บาท หลังจากในครึ่งปีแรกมี 7-8 รุ่น ทำให้ทั้งปีมีทั้งหมด 15 รุ่น เป็นสมาร์ทโฟนทั้งหมด เน้นจุดเด่นเรื่องเทคโนโลยีกล้องถ่ายภาพและระบบประมวลผลใกล้เคียงรุ่นไฮเอนด์ในกลุ่มอินเตอร์แบรนด์ราคา 20,000 บาท แต่ถูกกว่าครึ่งหนึ่ง

ล่าสุดเปิดตัวสมาร์ทโฟน 3 รุ่นคือ IQ Big2 แบตเตอรี่ความจุ 4,000 มิลลิแอมป์ หน้าจอ 5.5 นิ้ว ราคา 4,990บาท, IQ Z ราคา 6,900 บาท มีจุดเด่นเรื่องกล้องหลัง 18 ล้านพิกเซล หน้าจอ5 นิ้ว ซีพียูควอดคอร์ความเร็ว 1.5 GHzและรุ่น IQ X Pro2 กล้องหลัง 30 ล้านพิกเซล หน้าจอ 5.5 นิ้ว แรม 3 GB ราคา 9,900 บาท ทำงานบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 5.0, ใช้งานได้2 ซิม และรับสัญญาณทีวีดิจิทัลได้

ด้านนายธนานันท์ วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทเดียวกันกล่าวว่า ในครึ่งปีแรกร่วมมือกับ "ทรูมูฟเอช" นำซิมมาใส่ไว้ในเครื่อง พร้อมใส่โปรโมชั่นฟรีค่าโทร.เท่าค่าเครื่อง ทำให้รักษาส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มสมาร์ทโฟนราคา 2,000-8,000 บาทไว้ได้ที่ 45% หรือเป็นอันดับ 2 ของตลาดในกลุ่มสินค้าระดับราคานี้ ดังนั้นในครึ่งปีหลังจึงร่วมมือกับโอเปอเรเตอร์ทุกค่ายนำซิมมาใส่ในเครื่องพร้อมจำหน่าย เช่น ซิมแฮปปี้ได้โบนัสโทร.ฟรี 2,000 บาท นาน 10 เดือน หรือมายบายแคทได้ โทร.และเล่นเน็ตฟรีนาน 1 ปี

"ไอ-โมบายพิสูจน์แล้วว่ากลยุทธ์นี้ค่อนข้างสำเร็จ ทำให้เราร่วมกับเอไอเอส,ดีแทค, ทรูมูฟ เอช, มายบายแคท รวมถึงไอ-โมบาย 3GX ของเราเอง ให้สิทธิประโยชน์เพิ่มจากแค่ซื้อเครื่อง ในกล่องจะมีซิมของแต่ละค่ายบรรจุไว้ และสร้างความแตกต่างด้วยการทำแพ็กเกจใหม่ให้ตรงกับโอเปอเรเตอร์นั้น ๆ ไม่ใช่แค่กับ 3 รุ่นที่เปิดตัวใหม่ แต่ในทุกรุ่น หลังจากนี้จะเดินในโมเดลเดียวกัน เชื่อว่าจะทำให้ยอดขายในไตรมาส 3 ฟื้นขึ้นมาถึง 1 ล้านเครื่องได้"

สำหรับเป้ายอดขายในปีนี้อยู่ที่ 4 ล้านเครื่อง มีส่วนแบ่งตลาดรวมเป็นอันดับ 2 ส่วนกลุ่มแท็บเลต ปัจจุบันมี 2 รุ่น ราคาราว 3,000 บาท และในเดือน ก.ค.นี้จะมีเพิ่มอีก 1 รุ่น เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคที่ต้องการแท็บเลตแอนดรอยด์ราคาประหยัด

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1436420349