So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

14 กรกฎาคม 2558 JMART เตรียมใช้เครือข่ายซิงเกอร์ที่มีกว่า 200 สาขา เพื่อวางจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ จำนวน 5–10 สาขาในไตรมาส 3 และจะเปิดเต็ม 50 สาขาในไตรมาส 4 และจะเป็น 100 สาขา ในปี 2559 โดยประมาณยอดขายจากการเปิดสาขาดังกล่าว 100 ล้านบาท ในปี 2558 และ 1,000 ล้านบาทในปี 2559

ประเด็นหลัก




นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เจ มาร์ท (JMART) ผู้ประกอบธุรกิจตัวแทนจำหน่ายโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์เสริม ธุรกิจบริหารหนี้ และธุรกิจให้เช่าพื้นที่ เปิดเผยถึงแผนธุรกิจภายหลังเข้าถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 (24.99%) ของ บมจ. ซิงเกอร์ประเทศไทย (SINGER) โดยใช้เงินลงทุนกว่า 950 ล้านบาท ว่า การเข้าซื้อกิจการจะส่งผลดีต่อภาพรวมธุรกิจในระยะยาวที่เน้นการค้าปลีก (รีเทล) ขณะนี้บริษัทมองโอกาสการควบรวมกิจการธุรกิจเกี่ยวกับค้าปลีกในตลาดหลักทรัพย์มากกว่า 1 ราย

ทั้งนี้ เตรียมใช้เครือข่ายซิงเกอร์ที่มีกว่า 200 สาขา เพื่อวางจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ จำนวน 5–10 สาขาในไตรมาส 3 และจะเปิดเต็ม 50 สาขาในไตรมาส 4 และจะเป็น 100 สาขา ในปี 2559 โดยประมาณยอดขายจากการเปิดสาขาดังกล่าว 100 ล้านบาท ในปี 2558 และ 1,000 ล้านบาทในปี 2559

นอกจากนี้ ธุรกิจบริหารหนี้ของบริษัทลูกจะมีรายได้ส่วนเพิ่มจากการรับจ้างซิงเกอร์เก็บหนี้ และใช้ฐานลูกค้าเดิมของซิงเกอร์ในการปล่อยสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ โดยคาดว่าจะได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานรัฐในเดือนกรกฎาคมและปล่อยสินเชื่อชุดแรกได้ 20 ล้านบาท ตั้งเป้าทั้งปี 2558 บริษัทจะมีรายได้เติบโต 10% จากปีก่อนที่ทำได้ 8,956.98 ล้านบาท








____________________________________




เจมาร์ทใช้ซิงเกอร์ขายมือถือ



JMART ใช้สาขาซิงเกอร์จำหน่ายสินค้า มองโอกาสซื้อกิจการรีเทลใน ตลท.เพิ่ม เผยกลุ่มสหพัฒน์ เสี่ยป๋องร่วมวงซื้อหุ้นซิงเกอร์

นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เจ มาร์ท (JMART) ผู้ประกอบธุรกิจตัวแทนจำหน่ายโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์เสริม ธุรกิจบริหารหนี้ และธุรกิจให้เช่าพื้นที่ เปิดเผยถึงแผนธุรกิจภายหลังเข้าถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 (24.99%) ของ บมจ. ซิงเกอร์ประเทศไทย (SINGER) โดยใช้เงินลงทุนกว่า 950 ล้านบาท ว่า การเข้าซื้อกิจการจะส่งผลดีต่อภาพรวมธุรกิจในระยะยาวที่เน้นการค้าปลีก (รีเทล) ขณะนี้บริษัทมองโอกาสการควบรวมกิจการธุรกิจเกี่ยวกับค้าปลีกในตลาดหลักทรัพย์มากกว่า 1 ราย

ทั้งนี้ เตรียมใช้เครือข่ายซิงเกอร์ที่มีกว่า 200 สาขา เพื่อวางจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ จำนวน 5–10 สาขาในไตรมาส 3 และจะเปิดเต็ม 50 สาขาในไตรมาส 4 และจะเป็น 100 สาขา ในปี 2559 โดยประมาณยอดขายจากการเปิดสาขาดังกล่าว 100 ล้านบาท ในปี 2558 และ 1,000 ล้านบาทในปี 2559

นอกจากนี้ ธุรกิจบริหารหนี้ของบริษัทลูกจะมีรายได้ส่วนเพิ่มจากการรับจ้างซิงเกอร์เก็บหนี้ และใช้ฐานลูกค้าเดิมของซิงเกอร์ในการปล่อยสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ โดยคาดว่าจะได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานรัฐในเดือนกรกฎาคมและปล่อยสินเชื่อชุดแรกได้ 20 ล้านบาท ตั้งเป้าทั้งปี 2558 บริษัทจะมีรายได้เติบโต 10% จากปีก่อนที่ทำได้ 8,956.98 ล้านบาท

นายบุญยง ตันสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ SINGER กล่าวว่า การขายหุ้นของกลุ่ม SINGER (THAILAND) B.V. ที่เดิมถือหุ้น 40% นั้น ไม่กระทบต่อการดำเนินงานของบริษัท เป็นเพียงการเปลี่ยนผู้ถือหุ้นจากคนต่างประเทศเป็นคนไทย และยิ่งช่วยเรื่องกลยุทธ์ทางธุรกิจให้ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม กลุ่มนักลงทุนต่างประเทศได้ขายหุ้น 24.99% ให้บริษัท เจมาร์ท ส่วนที่เหลืออีกกว่า 15% นั้น ได้ขายเพิ่มให้กลุ่มบริษัทสหพัฒน์ ได้แก่ บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) 3.5% บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) 1.29% บริษัท ไอ.ซี.ซี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) 1.29% กองทุนต่างประเทศ และนายวัชระ แก้วสว่าง.

http://www.thaipost.net/?q=เจมาร์ทใช้ซิงเกอร์ขายมือถือ