So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

14 กรกฎาคม 2558 กสทช. ระบุ จึงอยากแจ้งให้ผู้ใช้บริการของทั้ง 2 บริษัทดังกล่าวทราบว่า หากประสงค์จะใช้บริการเบอร์เดิมได้อย่างต่อเนื่องก็ต้องเร่งดำเนินการโอนย้ายหมายเลขโทรศัพท์ออกจากระบบไปยังผู้ให้บริการรายใหม่ก่อนสิ้นสุดกำหนดระยะเวลา

ประเด็นหลัก


       ดังนั้น จึงอยากแจ้งให้ผู้ใช้บริการของทั้ง 2 บริษัทดังกล่าวทราบว่า หากประสงค์จะใช้บริการเบอร์เดิมได้อย่างต่อเนื่องก็ต้องเร่งดำเนินการโอนย้ายหมายเลขโทรศัพท์ออกจากระบบไปยังผู้ให้บริการรายใหม่ก่อนสิ้นสุดกำหนดระยะเวลา
     
       “สำหรับคนที่ต้องการใช้บริการคงสิทธิเลขหมาย หรือย้ายค่ายเบอร์เดิมสามารถเลือกผู้ให้บริการรายใหม่ได้ตามความพึงพอใจ ไม่จำกัดว่าต้องโอนย้ายไปอยู่กับผู้ให้บริการใหม่ในเครือบริษัทเดิมเท่านั้น โดยสามารถติดต่อศูนย์ให้บริการลูกค้าของผู้ให้บริการรายใหม่ที่เราต้องการโอนย้ายไปใช้บริการได้ทันที ซึ่งการโอนย้ายใช้เวลาไม่เกิน 3 วัน อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนซิมการ์ดก็จำเป็นต้องไปลงทะเบียนซิมการ์ดต่อผู้ให้บริการรายเดิมเสียก่อน แล้วจึงสามารถติดต่อขอโอนย้ายเลขหมายได้”










____________________________________




นับถอยหลัง 1 เดือน ลูกค้าทรูมูฟ/ดีพีซี 7 แสนรายซิมดับ


นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชนในกิจการโทรคมนาคม

        “กสทช. ประวิทย์” ส่งสัญญาณเตือนผู้ใช้บริการมือถือระบบ 2G ของทรูมูฟ และดิจิตอลโฟนอย่านิ่งนอนใจ หากต้องการรักษาเบอร์มือถือต้องย้ายออกก่อน 17 กรกฎาคมนี้ เลี่ยงเจอปัญหาซิมดับ แต่ถ้าต้องการยุติบริการก็ควรเร่งใช้สิทธิขอเงินที่เหลือค้างในระบบคืน
     
       เหลือเวลาอีกเพียง 1 เดือนก็จะครบกำหนดการขยายเวลาประกาศมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวในกรณีสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทาน หรือสัญญาการใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนย่านความถี่ 1800 MHz หรือมาตรการเยียวยาตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 94/2557 ที่ระบุให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) คุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวในระหว่างที่มีคำสั่งให้ชะลอการจัดประมูลคลื่นความถี่เพื่อกิจการโทรคมนาคมเป็นระยะเวลา 1 ปี ซึ่งคำสั่งจะครบกำหนดในวันที่ 17 กรกฎาคม 2558 ที่จะถึงนี้
     
       นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชนในกิจการโทรคมนาคม เปิดเผยว่า ได้รับทราบรายงานเมื่อเร็วๆ นี้จากคณะทำงานติดตามและกำกับดูแลการดำเนินการตามมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวฯ ของสำนักงาน กสทช. ว่า ปัจจุบันยังคงมีผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือในระบบ 2G ของบริษัท ทรูมูฟ จำกัด ค้างอยู่ในระบบถึงกว่า 700,000 เลขหมาย ขณะที่บริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด มีลูกค้าเหลืออยู่ประมาณ 2,700 เลขหมาย โดยมียอดเงินที่ค้างอยู่กับผู้ให้บริการรวมกันทั้งสิ้นกว่า 20 ล้านบาท ซึ่งผู้ใช้บริการในส่วนนี้หากไม่เร่งโอนย้ายออกจากระบบ พอถึงกำหนดก็จะประสบต่อปัญหาซิมดับ หรือไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป
     
       ดังนั้น จึงอยากแจ้งให้ผู้ใช้บริการของทั้ง 2 บริษัทดังกล่าวทราบว่า หากประสงค์จะใช้บริการเบอร์เดิมได้อย่างต่อเนื่องก็ต้องเร่งดำเนินการโอนย้ายหมายเลขโทรศัพท์ออกจากระบบไปยังผู้ให้บริการรายใหม่ก่อนสิ้นสุดกำหนดระยะเวลา
     
       “สำหรับคนที่ต้องการใช้บริการคงสิทธิเลขหมาย หรือย้ายค่ายเบอร์เดิมสามารถเลือกผู้ให้บริการรายใหม่ได้ตามความพึงพอใจ ไม่จำกัดว่าต้องโอนย้ายไปอยู่กับผู้ให้บริการใหม่ในเครือบริษัทเดิมเท่านั้น โดยสามารถติดต่อศูนย์ให้บริการลูกค้าของผู้ให้บริการรายใหม่ที่เราต้องการโอนย้ายไปใช้บริการได้ทันที ซึ่งการโอนย้ายใช้เวลาไม่เกิน 3 วัน อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนซิมการ์ดก็จำเป็นต้องไปลงทะเบียนซิมการ์ดต่อผู้ให้บริการรายเดิมเสียก่อน แล้วจึงสามารถติดต่อขอโอนย้ายเลขหมายได้”
     
       แต่ทั้งนี้ ผู้ให้บริการแต่ละรายมีขีดความสามารถในการให้บริการคงสิทธิเลขหมายได้ไม่เกิน 60,000 เลขหมายต่อวัน เพราะฉะนั้น จึงไม่อยากให้ผู้ใช้บริการนิ่งนอนใจจนถึงนาทีสุดท้าย ที่แน่ๆ ต้องเผื่อเวลาไว้มากกว่า 3 วัน ถ้าให้ดีอย่างช้าก็ไม่ควรเกินวันที่ 11 หรือ 12 กรกฎาคม เพราะถ้าไปติดต่อขอโอนย้ายแบบกระชั้น ถึงแม้จะก่อนวันที่มาตรการเยียวยาสิ้นสุด แต่หากในช่วงเวลานั้นมีผู้ขอโอนย้ายเกินขีดจำกัดของผู้ให้บริการก็จะเกิดปัญหาซิมดับอยู่ดี
     
       ส่วนในกรณีที่ผู้ใช้บริการไม่ต้องการใช้งานหมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าวอีกต่อไป นายประวิทย์ ให้คำแนะนำว่า ผู้ใช้บริการก็สามารถปิดบริการและขอเงินที่ค้างอยู่ในระบบทั้งหมดคืนได้ โดยกฎหมายกำหนดไว้ว่า ผู้ให้บริการมีหน้าที่ต้องคืนเงินผู้ใช้บริการภายใน 30 วัน โดยไม่ได้กำหนดระยะเวลาว่าผู้ใช้บริการต้องขอเงินคืนภายในระยะเวลาเท่าใด และผู้ใช้บริการสามารถแจ้งความประสงค์ให้คืนเป็นเงินสด เช็ค หรือโอนผ่านบัญชีธนาคารก็ได้
     
       อย่างไรก็ตาม เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการขาดข้อมูลของผู้ใช้บริการในการไปขอเงินคืน หรือไม่ไว้ใจบริษัทว่า หากไปขอเงินคืนภายหลังที่ซิมดับแล้วบริษัทจะแจ้งข้อมูลไม่ตรงต่อยอดเงินที่เหลืออยู่จริงในระบบ นายประวิทย์ ระบุว่า “ผู้ใช้บริการสามารถใช้วิธีกดเช็กยอดเงินในคืนวันสุดท้ายก่อนที่สัญญาณโทรศัพท์จะไม่สามารถใช้งานได้ และหาทางเก็บเป็นหลักฐานข้อมูลไว้แสดงต่อบริษัท แต่ถ้าจะให้ดีก็อยากแนะนำให้ไปปิดบริการล่วงหน้าอย่างน้อยสักวันหรือสองวัน โดยไปกดเช็กยอดเงินคงเหลือที่หน้าเคาน์เตอร์ของศูนย์บริการลูกค้าเลยก็ได้ หลังจากนั้น ก็แสดงข้อมูลขอเงินคืนพร้อมกับปิดบริการ ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการโต้แย้งกันเรื่องจำนวนเงิน”

http://www.manager.co.th/CbizReview/ViewNews.aspx?NewsID=9580000068923&utm_source=MadMimi&utm_medium=email&utm_content=Manager+Morning+Brief+19-6-58&utm_campaign=20150619_m126254931_Manager+Morning+Brief+19-6-58&utm_term=_E0_B8_99_E0_B8_B1_E0_B8_9A_E0_B8_96_E0_B8_AD_E0_B8_A2_E0_B8_AB_E0_B8_A5_E0_B8_B1_E0_B8_87+1+_E0_B9_80_E0_B8_94_E0_B8_B7_E0_B8_AD_E0_B8_99+_E0_B8_A5_E0_B8_B9_E0_B8_81_E0_B8_84_E0_B9_89_E0_B8_B2_E0_B8_97_E0_B8_A3_E0_B8_B9_E0_B8_A1_E0_B8_B9_E0_B8_9F_2F_E0_B