So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

14 กรกฎาคม 2558 ผู้ประสานงานกลุ่มเครือข่ายผู้คัดค้านการกู้ยืมเงินของทางรัฐบาล กล่าวว่า มติกสทช. เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.58 ที่ผ่านมา ให้กระทรวงการคลังยืมเงินจำนวน 14,300 ล้านบาท เนื่องจากเห็นว่าเป็นการนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

ประเด็นหลัก



โดยนายชาญไชย วิกรวงษ์วนิช ผู้ประสานงานกลุ่มเครือข่ายผู้คัดค้านการกู้ยืมเงินของทางรัฐบาล กล่าวว่า มติกสทช. เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.58 ที่ผ่านมา ให้กระทรวงการคลังยืมเงินจำนวน 14,300 ล้านบาท เนื่องจากเห็นว่าเป็นการนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ โดยกลุ่มขอให้ทบทวนเหตุผลของการให้กู้ยืมเงินแบบไม่มีเงื่อนไข พร้อมชี้แจงเหตุผลการอนุมัติต่อสาธารณะ กสทช.ไม่ควรให้กระทรวงใดๆ กู้ยืมเงินไปใช้ในกิจการที่ไม่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์กองทุนในอนาคต และ 3.เสนอให้ กสทช.นำเงินที่เหลือกว่า 1,000 ล้านบาท มาสนับสนุนกิจการที่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ของกองทุน อาทิ ส่งเสริมการผลิตรายการโทรทัศน์ รายการวิทยุ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตามช่วงวัยของเด็ก เยาวชนและครอบครัว, ส่งเสริมกิจการที่สร้างการรู้เท่าทันสื่อให้กับทุกคน และสนับสนุนให้เกิดองค์กรอิสระคุ้มครองผู้บริโภคด้านสื่อ.










____________________________________




เคเบิลทีวีขู่ฟ้องเคสเรียงช่อง เอ็นจีโอค้านกสทช.ให้คลังยืมเงิน

เคเบิลทีวียื่นคำขาด กสท.ต้องยกเลิกคำสั่งเรียงช่องฟรีทีวีทั้ง 24 ชี้มัสต์แครี่กระทบกิจการ ขู่ฟ้องศาลปกครองแน่นอน หากไม่ทบทวน เอ็นจีโอค้านชนฝา คลังยืมเงิน กทปส. 1.4 หมื่นล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 2 ก.ค.58 ตัวแทนสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยผู้ประกอบการ เข้ายื่นหนังสือขอคัดค้านมติกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เรื่อง แนวทางปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การเผยแพร่บริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป หรือ มัสต์แครี่ ต่อสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยมีนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ กสทช.ด้านยุทธศาสตร์และกิจการอาคาร เป็นผู้รับหนังสือ

นายนวมงคล คูสกุล ทนายความของสมาคมเคเบิลทีวีประเทศไทย กล่าวว่า การยื่นหนังสือครั้งนี้ ต้องการให้ กสทช.ทบทวนมติของ กสท. ที่มีคำสั่งให้เคเบิลทีวีต้องปฏิบัติตามกฎมัสต์แครี่ ในการนำช่องฟรีทีวีทั้ง 24 ช่อง ที่มีอยู่มาออกอากาศในเลขช่อง 1-24 ของแพลตฟอร์ม ซึ่งการกระทำเช่นนี้จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบกิจการเคเบิลท้องถิ่นโดยตรง เนื่องจากช่องทีวีที่ออกอากาศในเคเบิลได้มีจำนวนจำกัดเพียง 60 ช่องเท่านั้น ปัจจุบันมีเคเบิลทีวีทั่วประเทศ 300 ราย 90% เป็นระบบอนาล็อก ที่จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการพาดสายหรือลากสายเข้าบ้าน อีกทั้งรายได้ส่วนใหญ่ก็มาจากการขายค่าสมาชิกรายเดือน ซึ่งเฉลี่ยแล้วได้ 200-2,000 บาทต่อเดือนเท่านั้น

ด้านนายเชี่ยวศักดิ์ ยงค์ตระกูล ผู้ประกอบการเคเบิลทีวี กล่าวว่า จะมาบังคับให้เรียงช่อง หรือบังคับให้เอาทั้ง 24 ช่อง ที่เป็นฟรีทีวีมาลงในเคเบิลไม่ได้ เพราะเป็นสิทธิ์ของเราที่จะเลือกช่องใดออกอากาศหรือไม่ออกอากาศ เรามีลูกค้าที่เป็นสมาชิกรายเดือนอยู่ การทำแบบนี้ทำให้เราเดือดร้อน เพราะช่องรายการเดิมของเราก็มีอยู่ ถ้าการยื่นหนังสือครั้งนี้ไม่เป็นผล ไม่มีการดำเนินการใดๆ จะให้เวลา 3 วัน แล้วจะนำประเด็นนี้ฟ้องที่ศาลปกครอง เพื่อขอให้ยกเลิกมติ กสท.

พร้อมกันนี้ในวันเดียวกัน ตัวแทนจากมูลนิธิเครือข่ายครอบครัว, เครือข่ายครอบครัวเฝ้าระวังและสร้างสรรค์สื่อ, มูลนิธิเพื่อนเยาวชนเพื่อการพัฒนา, เครือข่ายสื่อเพื่อเด็ก เข้ายื่นหนังสือคัดค้านต่อสำนักงาน กสทช. กรณีที่ให้กระทรวงการคลังกู้ยืมเงินจากกองทุนวิจัยและพัฒนา กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) เพื่อนำไปใช้ในโครงการพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำและระบบขนส่งทางถนนเร่งด่วน จำนวน 14,300 ล้าน โดยมีนางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. เป็นผู้รับหนังสือดังกล่าว

โดยนายชาญไชย วิกรวงษ์วนิช ผู้ประสานงานกลุ่มเครือข่ายผู้คัดค้านการกู้ยืมเงินของทางรัฐบาล กล่าวว่า มติกสทช. เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.58 ที่ผ่านมา ให้กระทรวงการคลังยืมเงินจำนวน 14,300 ล้านบาท เนื่องจากเห็นว่าเป็นการนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ โดยกลุ่มขอให้ทบทวนเหตุผลของการให้กู้ยืมเงินแบบไม่มีเงื่อนไข พร้อมชี้แจงเหตุผลการอนุมัติต่อสาธารณะ กสทช.ไม่ควรให้กระทรวงใดๆ กู้ยืมเงินไปใช้ในกิจการที่ไม่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์กองทุนในอนาคต และ 3.เสนอให้ กสทช.นำเงินที่เหลือกว่า 1,000 ล้านบาท มาสนับสนุนกิจการที่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ของกองทุน อาทิ ส่งเสริมการผลิตรายการโทรทัศน์ รายการวิทยุ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตามช่วงวัยของเด็ก เยาวชนและครอบครัว, ส่งเสริมกิจการที่สร้างการรู้เท่าทันสื่อให้กับทุกคน และสนับสนุนให้เกิดองค์กรอิสระคุ้มครองผู้บริโภคด้านสื่อ.

http://www.thaipost.net/?q=เคเบิลทีวีขู่ฟ้องเคสเรียงช่อง-เอ็นจีโอค้านกสทชให้คลังยืมเงิน