So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

14 กรกฎาคม 2558 สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมพีซทีวีมายื่นฟ้อง กสทช. ต่อศาลปกครอง เพื่อขอคุ้มครองชั่วคราว กรณีการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดาวเทียม พร้อมเรียกค่าเสียหาย 15 ล้านบาท โดยวิเคราะห์จากรายได้ และค่าใช้จ่ายหลังจากหยุดออกอากาศมาตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย.58 รวมระยะเวลา 2 เดือน

ประเด็นหลัก



       ทั้งนี้ สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมพีซทีวีมายื่นฟ้อง กสทช. ต่อศาลปกครอง เพื่อขอคุ้มครองชั่วคราว กรณีการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดาวเทียม พร้อมเรียกค่าเสียหาย 15 ล้านบาท โดยวิเคราะห์จากรายได้ และค่าใช้จ่ายหลังจากหยุดออกอากาศมาตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย.58 รวมระยะเวลา 2 เดือน โดยได้ฟ้อง นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธาน กสท. พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ งามสง่า นายธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ กรรมการ กสท.โดยไม่ได้ฟ้อง น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสท.เพียงคนเดียว









____________________________________




ถูกฟ้องไม่หวั่น “ฐากร” ลั่นต้องทวงเงินช่อง “เจ๊ติ๋ม” เพื่อส่งเข้ารัฐ



        เลขาธิการ กสทช.แจงหลังถูกทนายไทยทีวีฟ้อง ยัน กสทช.ทวงเงินเพื่อส่งรายได้เข้าแผ่นดิน พร้อมเดินหน้าทำตามกระบวนการเดิมจนกว่าศาลจะมีคำสั่ง ส่วนเรื่องพีซทีวีฟ้องก็สามารถทำได้ เพราะเข้าใจเรื่องการทำธุรกิจ แต่ติดใจเรื่องเรียกร้องค่าเสียหาย
     
       นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยถึงกรณี บริษัท ไทยทีวี จำกัด และสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมพีซทีวี ฟ้อง กสทช.ที่ศาลปกครองว่า สามารถทำได้ โดยในกรณีไทยทีวีนั้น กสทช.ยืนยันว่า สิ่งที่ทำไม่ได้ทำเพราะเป็นเงินส่วนตัว แต่เป็นเงินของรัฐ ซึ่ง กสทช.ต้องนำเงินที่ได้จากการประมูลส่งเข้าเป็นรายได้ของแผ่นดิน ดังนั้น จึงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลว่าจะตัดสินอย่างไร โดยที่ผ่านมา ทีวีดิจิตอลทั้ง 22 ช่อง ต่างก็จ่ายทั้งค่าประมูลงวดที่ 2 และค่าธรรมเนียมรายปีกันมาครบหมดแล้ว ขาดแค่ 2 ช่องของบริษัท ไทยทีวี คือ ช่องไทยทีวี และช่องโลก้า เท่านั้น
     
       ดังนั้น การฟ้องร้องจึงไม่ควรฟ้อง กสทช.ด้วยเหตุผลว่าจะไม่จ่ายเงินจำนวนดังกล่าว แต่หากจะฟ้องควรฟ้องเฉพาะเรื่องที่ กสทช.ไม่ดำเนินการเยียวยาความเสียหายที่เกิดจากการทำธุรกิจซึ่ง กสทช.เข้าใจได้ ตนเองจึงมองว่า ไทยทีวี ไม่ควรจะนำ 2 เรื่องมาโยงกัน เพราะเงินค่าประมูลกับค่าธรรมเนียมยังไงก็ต้องจ่ายตามเงื่อนไขการประมูล
     
       “เรื่องนี้ถ้าคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ไม่ทำ และผมไม่ทำตาม ก็จะผิดมาตรา 157 ฐานละเลยการปฏิบัติหน้าที่ได้ เพราะนี่ไม่ใช่เงินส่วนตัว ถ้าเป็นเงินส่วนตัวเราก็พอจะเจรจาไกล่เกลี่ยกันได้ แต่นี่ไม่ใช่เงินของเรา ดังนั้น ท้ายที่สุดแล้วหากไทยทีวียืนยันว่าจะไม่จ่ายเงิน กสทช.ก็ต้องเดินหน้าฟ้องศาลแพ่งต่อไทยทีวี”
     
       อย่างไรก็ตาม หากศาลมีคำสั่งออกมาอย่างไร กสทช.ก็ต้องปฏิบัติตาม แต่ระหว่างนี้หากศาลยังไม่มีคำสั่งใดๆ เมื่อครบ 1 เดือน คือวันที่ 22 ก.ค.58 ซึ่งครบกำหนดการยึดหนังสือค้ำประกัน (แบงก์การันตี) งวดที่ 2 จากธนาคารกรุงเทพ ทางสำนักงาน กสทช.ก็จะส่งหนังสือถึงอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินการตามกฏหมาย พร้อมทั้งแจ้งกระทรวงการคลังถึงเหตุผลที่ไม่สามารถนำเงินส่งเข้าแผ่นดินได้ ทั้งนี้ หากศาลสั่งให้ระงับการจ่ายแบงก์การันตี กสทช.ก็ต้องแจ้งกรมบัญชีกลาง ซึ่งในความเป็นจริงแล้วธนาคารไม่สามารถระงับแบงก์การันตีได้ ไม่เช่นนั้นธนาคารนั้นๆ จะถูกแบล็กลิสต์
     
       ทั้งนี้ ที่ผ่านมา กสทช.มีความพยายามในการเยียวยาให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลทั้ง 24 ช่อง ด้วยการมีมติให้เลื่อนการจ่ายค่าประมูลงวดที่ 2 ไปอีก 1 ปี แต่ด้วยความเห็นจากหน่วยงานตรวจสอบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต่างก็ให้ความเห็นว่าทำไม่ได้
     
       สำหรับประเด็นที่ไทยทีวี ยื่นฟ้องมีทั้งสิ้น 7 ประเด็น ได้แก่ 1.ขอให้ศาลพิพากษา หรือเพิกถอนหนังสือคำสั่ง กสทช. ที่กำหนดให้จ่ายค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปี และค่าธรรมเนียมใช้คลื่นความถี่ 2.ขอให้ศาลมีคำพิพากษา หรือคำสั่งห้าม กสทช. ผู้ถูกฟ้องดำเนินการใดๆ เพื่อบังคับแบงก์การันตีของธนาคารกรุงเทพ 3.ขอให้ศาลพิพากษา ให้ผู้ถูกฟ้องคืนแบงค์การันตี จำนวน 16 ฉบับ 4.ขอให้ กสทช. คืนเงินค่าธรรมเนียมใช้คลื่นความถี่ที่ไทยทีวีจ่ายไปแล้วกว่า 365 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี นับจากวันฟ้อง 5.ขอให้ กสทช. จ่ายค่าเสียหายให้ไทยทีวีกว่า 713 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี นับจากวันฟ้อง 6.ขอให้คำสั่งของ กสทช. ที่สั่งให้จัดประมูลช่องทีวีดิจิตอล ประเภทธุรกิจเป็นโมฆะและ 7.ขอให้ กสทช.ชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งหมดแทนไทยทีวี
     
       ส่วนเรื่องที่พีซทีวีฟ้องนั้นเป็นสิ่งที่ทำถูกต้องแล้ว เพราะหากพีซทีวีไม่ฟ้อง พีซทีวีก็ไม่สามารถเปิดช่องเพื่อดำเนินรายการต่อได้ เพราะการไปขอใบอนุญาตประกอบกิจการดาวเทียมปัจจุบันนี้ไม่ใช่ขอกันง่ายๆ แต่สำนักงาน กสทช.ก็ต้องไปชี้แจงด้วยว่ากว่ามติจะออกมาต้องผ่านการพิจารณาของอนุกรรมการ เนื้อหามาก่อนแล้ว ดังนั้น โดยส่วนตัวแล้วไม่ติดใจเรื่องการฟ้องของช่องนี้แต่ไม่ถูกใจตรงที่มีการเรียกร้องค่าเสียหาย
     
       ทั้งนี้ สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมพีซทีวีมายื่นฟ้อง กสทช. ต่อศาลปกครอง เพื่อขอคุ้มครองชั่วคราว กรณีการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดาวเทียม พร้อมเรียกค่าเสียหาย 15 ล้านบาท โดยวิเคราะห์จากรายได้ และค่าใช้จ่ายหลังจากหยุดออกอากาศมาตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย.58 รวมระยะเวลา 2 เดือน โดยได้ฟ้อง นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธาน กสท. พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ งามสง่า นายธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ กรรมการ กสท.โดยไม่ได้ฟ้อง น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสท.เพียงคนเดียว

http://www.manager.co.th/CbizReview/ViewNews.aspx?NewsID=9580000073920&utm_source=MadMimi&utm_medium=email&utm_content=Manager+Morning+Brief+1-7-58&utm_campaign=20150701_m126398811_Manager+Morning+Brief+1-7-58&utm_term=_E0_B8_96_E0_B8_B9_E0_B8_81_E0_B8_9F_E0_B9_89_E0_B8_AD_E0_B8_87_E0_B9_84_E0_B8_A1_E0_B9_88_E0_B8_AB_E0_B8_A7_E0_B8_B1_E0_B9_88_E0_B8_99+_27_E0_B8_90_E0_B8_B2_E0_B8_81_E0_B8_A3_27+_E0_B8_A5_E0_B8_B1_E0_B9_88_E0_B8_99_E0_B8_95_E0_B9_89_E0_B8_AD_E0_B8_87_E0_