So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2558

03 มิถุนายน 2558 พันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย ใช้มาตรการปิดสวิทช์ทีวีดิจิตอล "ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย" โดยไม่จ่ายค่าประมูลใบอนุญาตออกอากาศทีวีดิจิตอล 2 ช่องของกลุ่มทีวีพูล คือ ช่อง ไทยทีวี และช่องโลก้า งวด 2

ประเด็นหลัก





หลังจาก เจ๊ติ๋ม หรือ พันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย ใช้มาตรการปิดสวิทช์ทีวีดิจิตอล "ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย"  โดยไม่จ่ายค่าประมูลใบอนุญาตออกอากาศทีวีดิจิตอล 2 ช่องของกลุ่มทีวีพูล คือ ช่อง ไทยทีวี และช่องโลก้า งวด 2  ให้กับทาง คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ซึ่งครบกำหนดไปเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา พร้อมกับได้ยื่นหนังสือขอยกเลิก ใบอนุญาตออกอากาศทีวีดิจิตอลช่องไทยทีวี และโลโก้ ไปยังกสทช.

แต่เรื่องนี้ไม่สามารถยุติลงได้ทันทีอย่างที่ทีวีพูลต้องการ  เพราะมีข้อกำหนดทางกฎหมายของสัมปทานว่า หากไม่จ่ายค่างวดตามกำหนดจะต้องจ่ายค่าปรับปีละ 7.5%  เฉลี่ยวันละ 60,000 บาท และต้องเสนอแผนเยียวยาผู้ชม มาให้ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. เห็นชอบก่อน จึงเลิกได้ และถึงแม้จะยกเลิกใบอนุญาตจนครบ 6 งวด  ก็ยังต้องจ่ายค่าใบอนุญาต และหากยุติการออกอากาศ โดยไม่ได้รับอนุมัต จะมีความผิด ถูกเพิกถอนใบอนุญาต
ในขณะที่ปัญหาเดิมยังไม่ยุติ  ปัญหาใหม่กำลังตามมาอีก  เนื่องจากเมื่อวานนี้  (2 มิถุน










_______________________







เบี้ยวอีก ! เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล ไม่จ่ายค่าธรรมเนียมรายปี ทีวีดิจิตอล 2% มีสิทธิ์โดนยึดใบอนุญาต ลามไปถึงทีวีดาวเทียมด้วย




หลังจาก เจ๊ติ๋ม หรือ พันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย ใช้มาตรการปิดสวิทช์ทีวีดิจิตอล "ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย"  โดยไม่จ่ายค่าประมูลใบอนุญาตออกอากาศทีวีดิจิตอล 2 ช่องของกลุ่มทีวีพูล คือ ช่อง ไทยทีวี และช่องโลก้า งวด 2  ให้กับทาง คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ซึ่งครบกำหนดไปเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา พร้อมกับได้ยื่นหนังสือขอยกเลิก ใบอนุญาตออกอากาศทีวีดิจิตอลช่องไทยทีวี และโลโก้ ไปยังกสทช.

แต่เรื่องนี้ไม่สามารถยุติลงได้ทันทีอย่างที่ทีวีพูลต้องการ  เพราะมีข้อกำหนดทางกฎหมายของสัมปทานว่า หากไม่จ่ายค่างวดตามกำหนดจะต้องจ่ายค่าปรับปีละ 7.5%  เฉลี่ยวันละ 60,000 บาท และต้องเสนอแผนเยียวยาผู้ชม มาให้ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. เห็นชอบก่อน จึงเลิกได้ และถึงแม้จะยกเลิกใบอนุญาตจนครบ 6 งวด  ก็ยังต้องจ่ายค่าใบอนุญาต และหากยุติการออกอากาศ โดยไม่ได้รับอนุมัต จะมีความผิด ถูกเพิกถอนใบอนุญาต
ในขณะที่ปัญหาเดิมยังไม่ยุติ  ปัญหาใหม่กำลังตามมาอีก  เนื่องจากเมื่อวานนี้  (2 มิถุนายน 2558) เป็นวันครบกำหนด การจ่ายค่าธรรมเนียมรายปี 2% ของทีวีดิจิตอล เนื่องจากตามข้อกำหนดในสัมปทานทีวีดิจิตอลมีกำหนดจ่าย 150 วัน หลังจากปิดบัญชีประจำปี ซึ่งตรงกับวันที่ 31 พฤษภาคม 2558 แต่เนื่องจากตรงกับวันหยุด จึงเลื่อนมาเป็นวันที่ 2 มิถุนายน
ผลปรากฎว่า ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลมากัน 22 ช่อง  รวมทั้ง ช่องอนาล็อกอีก 3 ราย คือ ช่อง 3 ช่อง 7 และช่องไทยพีบีเอส ขาดแต่ช่องไทยทีวี และ LOCA  ของทีวีพูลเท่านั้นที่ไม่มาจ่ายค่าธรรมเนียม
การไม่จ่ายค่าธรรมเนียมครั้งนี้ จะส่งผลให้ทีวีพูลต้องถูกยึดใบอนุญาประกอบทีวีดิจิตอล และจะส่งผลไปถึงการถูกเพิกถอนใบอนุญาติทีวีดาวเทียมด้วย เพราะเงื่อนไขระบุไว้ว่า บริษัทที่รับใบอนุญาตทีวีดาวเทียม จะต้องไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตมาก่อน
นอกจากนี้ ถึงแม้ว่าทีวีพูลจะถูกเพิกถอนใบอนุญาต สิ้นสภาพการเป็นทีวีดิจิตอลฟรีทีวีแล้วก็ตาม แต่ตามประกาศใบอนุญาตประเภทบริการธุรกิจ ข้อ 13 (19) ระบุไว้ว่า ผู้ถูกเพิกถอนใบอนุญาติ จะต้องเสนอมาตรการเยียวยามาให้กับกสทช.ด้วย เพราะถือเป็นภาระผูกพันของผู้ประกอบการฟรีทีวี  ย่อมส่งผลไปถึงการกลับไปทำทีวีดาวเทียมของทีวีพูล

http://www.positioningmag.com/content/60604